updated: 20 ก.ค. 2555 เวลา 08:50:26 น.
ทางหลวงล้มงานประมูลรูปแบบ PPP ยุครัฐบาลประชาธิปัตย์
ฟื้นระบบเทิร์นคีย์ก่อสร้างมอเตอร์เวย์ 2 สายใหม่ "บางปะอิน-สระบุรี-โคราช"
กับ "บางใหญ่-นครปฐม-กาญจนบุรี"
แบบเปิดประมูลจ้างผู้รับเหมาก่อสร้างพ่วงเงินกู้
รัฐชำระคืนภายหลังพร้อมดอกเบี้ย ซอยสัญญาก่อสร้างแจกเค้กรับเหมาถ้วนหน้า
1.1 แสนล้าน คาดปีนี้เปิดอีออกชั่น "บางปะอิน-โคราช" นำร่อง เงินลงทุน 6.9
หมื่นล้านบาท
นายวันชัย ภาคลักษณ์ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.)
เปิดเผยว่า
กรมได้เสนอแนวทางการลงทุนก่อสร้างโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหรือ
มอเตอร์เวย์ในระยะเร่งด่วนจำนวน 2 สายทาง เงินลงทุนรวมประมาณ 114,986
ล้านบาท ประกอบด้วย สายบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา ระยะทาง 196 กิโลเมตร
เงินลงทุนรวม 69,100 ล้านบาท และสายบางใหญ่-นครปฐม-กาญจนบุรี ระยะทาง 96
กิโลเมตร เงินลงทุนรวม 45,506 ล้านบาท
ส.ค.ชง ครม.-สิ้นปีอีออกชั่น
โดย
จะเปลี่ยนวิธีการลงทุนรูปแบบใหม่ จากเดิมใช้วิธีการร่วมลงทุนกับเอกชนตาม
พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงาน หรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.
2535
รูปแบบ PPP Gross Cost โดยเอกชนลงทุนก่อสร้างและบำรุงรักษาทาง
และให้รัฐเก็บค่าผ่านทางจากนโยบายของรัฐบาลชุดที่แล้ว
เป็นการว่าจ้างเอกชนก่อสร้างก่อนแล้วภาครัฐผ่อนชำระคืนภายหลังพร้อมดอกเบี้ย
จะคล้ายกับรูปแบบเทิร์นคีย์ (จ้างเหมาเบ็ดเสร็จ)
แต่ที่กรมเสนอจะเป็นแค่การก่อสร้างไม่รวมการออกแบบ
เนื่องจากกรมมีแบบรายละเอียดพร้อมแล้วทั้ง 2 โครงการ รอแค่ออก
พ.ร.ฎ.เวนคืนที่ดินและก่อสร้างเท่านั้น
"วิธีจ้างเอกชนก่อสร้างจะทำ
ได้รวดเร็ว สามารถเปิดประมูลได้ทันทีเมื่อคณะรัฐมนตรีอนุมัติแล้ว
ใช้เวลาสร้าง 4 ปี จากนั้นตั้งแต่ปีที่ 5
เป็นต้นไปกรมจะชำระคืนเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยให้เอกชนที่ชนะการประมูล
ส่วนกรอบเวลาชำระคืนกี่ปีอยู่ที่กระทรวงการคลังเป็นผู้ไปกำหนดและจัดหาเงิน
เช่น งบประมาณ เงินกู้ กองทุนมอเตอร์เวย์มีอยู่กว่า 1 หมื่นล้านบาท
เป็นต้น"
นายวันชัยกล่าวต่อว่า
คาดว่าในเดือนสิงหาคมนี้จะเสนอแผนลงทุนทั้งหมดให้ ครม.พิจารณา
ภายในปีนี้จะเปิดประมูลก่อสร้างสายบางปะอิน-นครราชสีมาได้เป็นสายแรกหลัง
ครม.อนุมัติเนื่องจากพร้อมที่สุด
รอขั้นตอนประกาศแนวเวนคืนในราชกิจจานุเบกษา
ซึ่งสามารถออกเป็นประกาศบังคับเร่งด่วนได้ใน 2 เดือน
ส่วนสายบางใหญ่-นครปฐม-กาญจนบุรีจะตามมาหลังจากนี้
ปัจจุบันอยู่ระหว่างเขียนแนวเวนคืนที่ดินเพื่อกำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน
เร่งสร้าง-ซอยสัญญายิบ
"ส่วน
การเปิดประมูลก่อสร้าง เพื่อให้เสร็จโดยเร็ว จะแบ่งการก่อสร้างออกเป็นตอน ๆ
เพื่อกระจายให้ผู้รับเหมาก่อสร้างเข้าร่วมงานโครงการได้ถ้วนหน้า
และดึงดูดให้มีการแข่งขันมากขึ้น ส่วนมูลค่างานต่อสัญญาและแบ่งเป็นกี่ตอนใน
1 โครงการ กรมจะพิจารณาอีกครั้ง"
แหล่งข่าวจากกรมทางหลวงกล่าวเพิ่ม
เติมว่า นอกจากกรมจะเปลี่ยนวิธีการลงทุนใหม่เป็นการจ้างเอกชนมาก่อสร้างแล้ว
ยังได้เพิ่มวงเงินลงทุนสายบางปะอิน-นครราชสีมาด้วย จากเดิมอยู่ที่ 60,620
ล้านบาท เป็น 69,100 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นมาประมาณ 8,480 ล้านบาท
แยกเป็นค่าก่อสร้าง 61,000 ล้านบาท ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 7,200 ล้านบาท
ค่าควบคุมงานก่อสร้าง 900 ล้านบาท
ตามต้นทุนก่อสร้างและราคาประเมินที่ดินใหม่ที่ประกาศเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม
2555 ที่ปรับตัวสูงขึ้น
ส่วนแหล่งเงินที่จะมาชำระหนี้คืนให้เอกชน
ภายหลังจากการก่อสร้างแล้วเสร็จ จะมาจากเงินงบประมาณ เงินกู้ต่างประเทศ
เช่น ธนาคารโลก ธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี)
เงินกองทุนค่าธรรมเนียมมอเตอร์เวย์ที่มีสะสมอยู่ประมาณ 11,194 ล้านบาท
กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน
หรือระดมทุนด้วยการจัดตั้งกองทุนสำหรับพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง
อยู่ที่กระทรวงการคลังจะหาจากแหล่งไหนให้ถึงจะไม่เพิ่มภาระหนี้ให้กับรัฐบาล
มากนัก
รื้อแนวทางด่วนทับซ้อน
แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า
นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้มีการพิจารณาแผนการก่อสร้างโครงการมอเตอร์เวย์ระยะ
เร่งด่วน 5 สายทาง
ร่วมกับโครงการก่อสร้างทางด่วนของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.)
ที่มีแผนจะก่อสร้างในต่างจังหวัด
เพื่อดูว่ามีแนวเส้นทางไหนที่ทับซ้อนกันบ้าง
โดยทางสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)
ได้พิจารณาแล้วพบว่ามีอยู่หลายสายที่มีแนวเส้นทางอยู่ใกล้กัน
เช่น
ทางด่วนสายบูรพาวิถี-พัทยา ใกล้กับแนวมอเตอร์สายชลบุรี-พัทยา-มาบตาพุด
และสายต่อขยายจากสายอุดรรัถยา (บางปะอิน-ปากเกร็ด) ถึงพระนครศรีอยุธยา
จะใกล้กับมอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา เป็นต้น
โดยมีแนวโน้มที่กระทรวงคมนาคมจะเลือกให้กรมทางหลวงเดินหน้าก่อสร้างมอเตอร์
เวย์ต่อไป
ส่วนทางด่วนนั้นถ้ายังไม่มีการศึกษาโครงการไว้ก็ให้ยกเลิกแผนงานโครงการ
