updated: 21 ก.ค. 2555 เวลา 15:56:52 น.
เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม สำนักข่าวต่างประเทศ นำเสนอข่าววอร์เนอร์ บราเธอร์ส บริษัทผู้สร้างภาพยนตร์ชื่อดัง อาจต้องเผชิญกับความเป็นไปได้ที่จะเห็นการเปิดตัวของภาพยนตร์เรื่องแบทแมน ภาคล่าสุด “The Dark Knight Rises” ตกอยู่อันดับท้ายๆ ของตารางอันดับหนังทำเงิน หรือ box offices หลังจากเกิดโศกนาฏกรรมมือปืนกราดยิงผู้ชมภาพยนตร์ไม่เลือกหน้าที่โรงภาพยนตร์ในเมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโดของสหรัฐ ขณะที่กำลังฉายภาพยนตร์เรื่องแบทแมนภาคล่าสุด แม้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายในสหรัฐและแคนาดา ทำเงินได้อย่างน่าพอใจก็ตาม และหนังก็ยังฉายต่อไป
วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทไทม์ วอร์เนอร์ อิงค์ กล่าวว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำรายได้ถึง 30.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 978 ล้านบาทเพียงชั่วข้ามคืน แต่รายได้อาจดิ่งลง หลังจากเกิดเหตุกราดยิงฆ่าหมู่ประชาชนที่กำลังชมภาพยนตร์เรื่องนี้ในเมืองเดนเวอร์
ทั้งนี้ ภาพยนตร์เรื่อง The Dark Knight Rises ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับความกล้าหาญของแบทแมน ซูเปอร์ฮีโร ในการต่อสู้กับแก๊งอาชญากรรม เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ของปีนี้ แต่บรรดาผู้ที่ติดตามความเคลื่อนไหวของตารางอันดับหนังทำเงิน ต่างเชื่อว่า ยอดขายตั๋วในสหรัฐและแคนาดา อาจสูงถึง 198 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6,332 ล้านบาท ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งน้อยกล่าวภาพยนตร์เรื่อง “ดิ เอเวนเจอร์ส” ที่เปิดตัวโกยรายได้ไปถึง 207 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 6,619 ล้านบาท
ภาพยนตร์เรื่องแบทแมน ภาคนี้ วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ทุ่มทุนสร้างไป 250 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 7,995 ล้านบาท และทำตลาดอีกหลายสิบล้านดอลลาร์ แต่การเปิดฉากรอบปฐมทัศน์ในเมืองเดนเวอร์ เจมส์ โฮล์มส์ คนร้าย ซึ่งสวมหน้ากากกันก๊าซพิษ และเสื้อกันกระสุน ขว้างกระป๋องก๊าซภายในโรงภาพยนตร์ ก่อนจะเปิดฉากยิงเข้าใส่ผู้ชมภาพยนตร์อย่างบ้าระห่ำ
