ประชาชาติธุรกิจ
เอชอาร์-ซีเอสอาร์-การศึกษา

วันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2557

เคล็ด (ไม่) ลับ บัณฑิตใหม่ รีซูเม่-เรียกเงินเดือน-สัมภาษณ์

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 25 ก.ค. 2555 เวลา 11:50:50 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ผลสำรวจภาวะการทำงานของประชากรเดือนกุมภาพันธ์ 2555 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุว่า มีผู้ว่างงานประมาณ 450,000 คน โดยกรุงเทพมหานครมีอัตราการว่างงานสูงสุดถึง 3 แสนคน และพบว่าผู้ที่จบการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยว่างงานสูงสุด 330,000 คน

ขณะที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ประมาณการจำนวนนักศึกษาเข้าใหม่ระดับปริญญาตรี ระหว่างปี 2550-2559 คาดว่าจะมีประมาณ 500,000 คน/ปี และในช่วงเดียวกันจะมีบัณฑิตระดับปริญญาตรีจบใหม่ปีละประมาณ 3-4 แสนคน แต่ความต้องการแรงงานเดือนมีนาคม 2555 พบว่ามีตำแหน่งงานว่างจำนวน 138,450 อัตรา



หากดูตัวเลขสัดส่วนระหว่างจำนวนนักศึกษาจบใหม่กับตำแหน่งงานว่างอยู่ที่ 1 ต่อ 3 ซึ่งหมายความว่าในจำนวนนักศึกษาจบใหม่ 3 คนจะมีเพียง 1 คนที่จะมีสิทธิ์ได้งานทำก่อนเพื่อน

ผลเช่นนี้ "นพวรรณ จุลกนิษฐ"

ผู้จัดการทั่วไป บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด จึงเปิดเผยสถิติการลงโฆษณาตำแหน่งงานในเว็บไซต์ JobsDB.com โดยช่วงครึ่งแรกของปี 2555 (มกราคม-มิถุนายน) มีตำแหน่งงานที่นายจ้างต้องการจ้างงานกว่า 250,000 ตำแหน่ง แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับกลางที่มีประสบการณ์การทำงาน ร้อยละ 50 ในขณะที่รับเด็กจบใหม่ ร้อยละ 28 ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโส ร้อยละ 20 และตำแหน่งหัวหน้าหรือผู้บริหาร ร้อยละ 2

ทีนี้มาดู 5 อันดับตำแหน่งงานที่นายจ้างต้องการตัวมากที่สุด ได้แก่ 1.เจ้าหน้าที่ธุรการและฝ่ายบุคคล 2.ฝ่ายขาย/บริการลูกค้าและพัฒนาธุรกิจ 3.ไอที 4.เจ้าหน้าที่การตลาดและประชาสัมพันธ์ 5.วิศวกร

ส่วน 5 อันดับตำแหน่งงานที่ผู้หางานนิยมสมัครมากที่สุด ได้แก่ 1.เจ้าหน้าที่ธุรการและฝ่ายบุคคล 2.วิศวกร 3.ฝ่ายขาย/บริการลูกค้าและพัฒนาธุรกิจ 4.ไอที และ 5.เจ้าหน้าที่การตลาดและประชาสัมพันธ์

นอกจากนั้น "นพวรรณ" ยังแนะนำการเขียนรีซูเม่ หรือประวัติส่วนตัว และการเรียกเงินเดือนจากฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ของบริษัทต่าง ๆ ดังนี้

- ควรเขียนรีซูเม่เป็นภาษาอังกฤษ เพราะจะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ให้คุณดูน่าสนใจ

- เขียนให้ชัดเจนและตรงประเด็น จะทำให้คุณโดดเด่นจากผู้สมัครคนอื่น

- ความยาวปกติอยู่ที่ 1-2 หน้ากระดาษ ไม่เกิน 3 หน้ากระดาษ

- เลือกใช้คำสำคัญตามที่นายจ้างคาดหวัง เช่น คำบอกคุณสมบัติตามที่นายจ้างระบุในประกาศรับสมัครงาน

- เลือกใช้ศัพท์เฉพาะที่ใช้ในแวดวงธุรกิจที่คุณสมัคร

- ตรวจทานรีซูเม่ของคุณอย่างน้อย 2-3 รอบ

- จัดระเบียบรีซูเม่ของคุณให้อ่านง่าย สบายตา

- เน้นจุดแข็งของคุณให้ชัดเจน

ส่วนการเรียกเงินเดือนสำหรับเด็กจบใหม่ "นพวรรณ" แนะนำว่า ในฐานะที่คุณเป็นบัณฑิตจบใหม่ และยังไม่มีประสบการณ์ในการทำงาน คุณอาจให้บริษัทพิจารณาเงินเดือนในอัตราปกติของตลาดแรงงานที่จ่ายให้กับนักศึกษาจบใหม่ในแต่ละสายอาชีพ และเมื่อคุณทำผลงานได้เป็นที่พึงพอใจ ขอให้นายจ้างพิจารณาเงินเดือนให้คุณอีกครั้งเมื่อพ้นระยะการทดลองงาน

พร้อมกับแนะนำการเข้าสัมภาษณ์งาน/การแต่งกาย ที่จะต้องปฏิบัติดังนี้

- ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจ และบริษัทนั้น ๆ ก่อนวันสัมภาษณ์งาน

- กล่าวทักทายผู้สัมภาษณ์

- สบตาผู้สัมภาษณ์ระหว่างตอบคำถาม

- มีรอยยิ้มเสมอ

- พูดในความเร็วปกติ ไม่ช้า ไม่เร็วจนเกินไป

- ตอบคำถามด้วยความจริงใจ หากพบกับหัวข้อคำถามที่ไม่คุ้นเคย

- ขอบคุณผู้สัมภาษณ์เมื่อสิ้นสุดการสัมภาษณ์

สุดท้าย "นพวรรณ" แนะนำในด้านทัศนคติ และแนวคิดในการเริ่มต้นชีวิตการทำงานที่จะต้องประกอบด้วย

- ควรมีทัศนคติบวก คิดและมองโลกในแง่ดี คิดบวกเสมอ ทัศนคติเป็นสิ่งสำคัญในการพิจารณาผู้สมัครงานไม่น้อยไปกว่าความสามารถเลย สิ่งที่คุณคิดจะแสดงออก ผ่านการกระทำ และคำพูดของคุณ

เมื่อ HR ได้พูดคุยกับคุณ หรือให้คุณทำแบบทดสอบบุคลิกภาพ เขาจะรู้ได้ว่าคุณเป็นคนอย่างไร การคิดบวกจะนำพาคุณไปสู่ชีวิตสว่างไสว ไม่ยอมอับจนต่อปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ในขณะที่การคิดลบจะพาคุณติดอยู่กับสิ่งแย่ ๆ ในชีวิต

หากคุณเป็นนายจ้าง คุณจะรับคนแบบไหนเข้าทำงาน แน่นอนว่า คนที่คิดบวกย่อมเป็นผู้ถูกเลือก ลองปรับเปลี่ยนทัศนคติด้วยการมองสิ่งต่าง ๆ ในมุมบวกเสมอ ไม่ใช่แค่จะเพิ่มโอกาสได้งาน แต่จะเพิ่มความสุขในชีวิตของคุณเองด้วย

- การเรียนรู้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะความสามารถด้านภาษา การสื่อสาร และการนำเสนองาน ดึงจุดเด่นออกมา คุณมีความชอบ ความสนใจในด้านใด ควรเรียนรู้ และฝึกฝนให้ชำนาญ โดยเฉพาะทักษะที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงาน

คุณอาจหาหนังสือมาอ่านและทดลองทำด้วยตนเอง หรือลงเรียนคอร์สที่สนใจเพิ่มเติม เช่น เรียนภาษา ดีไซน์ ถ่ายภาพ เขียนโปรแกรม แน่นอนว่าสิ่งที่คุณร่ำเรียนและฝึกฝนจะช่วยให้คุณมีความโดดเด่นเมื่อคุณไปสมัครงาน และมีโอกาสได้ทำงานในฝันสมใจ

- Passion อยากจะบอกว่าเรื่องนี้สำคัญที่สุดก็ว่าได้ เพราะถ้าคุณมีแรงปรารถนาในสิ่งที่คุณทำมาก ๆ รัศมีความสนใจใฝ่รู้มันจะแผ่ขยายออกไปรอบ ๆ ตัวคุณ จนคนอื่นเขารับรู้ได้ เวลาสัมภาษณ์งาน เขาจะมองเห็นแววตาที่เปล่งประกายบ่งบอกให้เห็นความอยากทำงานด้วยความจริงใจ

ใครมีความปรารถนาแรงกล้ามาก จะได้เปรียบเด็กคนอื่นที่ไม่รู้ว่าอยากทำอะไร เวลาสัมภาษณ์งานก็ไม่มีอะไรแสดงให้เขาเห็นว่าคุณมีความทะยานอยากได้งานนี้

จริง ๆ เขาจึงไปเลือกคนอื่นดีกว่า สุดท้ายขนาดตัวเราเองยังไม่มีความสนใจ แล้วใครจะมาสนใจในตัวเราล่ะ

รู้อย่างนี้แล้ว หวังว่าบัณฑิตจบใหม่คงจะรู้แนวทางในการสมัคร และสัมภาษณ์งานเพื่อให้ได้งานกันมากขึ้นแล้ว แต่ถ้าหากยังไม่ได้รับการพิจารณาเข้าทำงานละก็ อย่าเพิ่งหมดหวัง และขอให้เชื่อว่ายังมีคนที่ต้องการตัวเรารออยู่ข้างหน้า