ประชาชาติธุรกิจ
มอเตอร์ริ่ง

วันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

โตโยต้าเร่ง"อีโคคาร์" จ่อเปิดจองปลายปี-ร่วมรถคันแรก คลังให้สิทธิไม่อั้น

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 02 ส.ค. 2555 เวลา 11:06:50 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ค่ายรถตีปีกรับนโยบายรัฐบาลยืดเวลาส่งมอบรถคันแรกแบบไม่มีกำหนด วงในจับตา "โตโยต้า" ซุ่มเปิดจองอีโคคาร์ปลายปีนี้ ตุนยอดเพื่อส่งมอบรถปีหน้า ด้าน "สรรพสามิต" แบไต๋เปิดช่องคืนเงินรถคันแรกเกิน 3 หมื่นล้านบาท ระบุถ้ายอดจองทะลักเกินโควตาพร้อมตั้งงบฯปีུ จ่ายเพิ่มได้ไม่มีปัญหา เผยตัวเลขขอใช้สิทธิ์ล่าสุดทะลุ 1.1 แสนคัน วงเงินกว่า 8 พันล้านบาท ขณะที่ค่ายรถอกหักห่วงดึงดีมานด์อนาคตกระทบอุตฯทั้งระบบ

ผลพวงจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบขยายเวลาส่งมอบรถยนต์ในโครงการรถยนต์คันแรกอย่างไม่มีกำหนด แต่ให้สิทธิ์จองภายใน 31 ธ.ค. 55 และผ่อนผันให้ผู้ขอใช้สิทธิ์นำเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมมายื่น ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ภายใน 90 วันนับจากวันที่ได้รับมอบรถยนต์ ส่งผลให้อุตสาหกรรมรถยนต์ซึ่งเดิมคึกคักมากอยู่แล้ว มีการเคลื่อนไหวอย่างหนัก

ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" สำรวจความคิดเห็นผู้ประกอบการที่ได้สิทธิ์ในโครงการรถยนต์คันแรก ส่วนใหญ่เห็นดีเห็นงามด้วย เนื่องจากกำลังการผลิตเพิ่งฟื้นหลังน้ำท่วม ทำให้ทุกยี่ห้อมีปัญหาเรื่องการส่งมอบ

อย่างไรก็ตาม นายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกล่าวว่า ความยากจะตกมาอยู่ที่ค่ายรถยนต์ต่าง ๆ โดยเฉพาะในแง่ของการบริหารจัดการ ทำให้คาดการณ์ความต้องการของตลาดรถยนต์ในปีหน้าค่อนข้างลำบาก บวกกับกฎเกณฑ์บางอย่างยังไม่มีความชัดเจน โดยเฉพาะกรณีที่หากมีค่ายรถจะนำโมเดลที่จะออกในปีหน้ามาเปิดรับจองได้หรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้คงต้องมาศึกษาและดูรายละเอียดกันอีกที

เช่นเดียวกับนางเพียงใจ แก้วสุวรรณ นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกล่าวว่า กรณีที่มีหลายค่ายรถยนต์หวั่นเกรงว่าจะมีค่ายรถบางค่ายสบช่อง เร่งการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ ซึ่งเดิมจะมีการเปิดตัวในปีหน้าให้เร็วขึ้น เพื่อให้สามารถเข้าร่วมโครงการดังกล่าวได้ สมาคมเกรงว่าจะเกิดความวุ่นวาย ดังนั้นรัฐบาลควรกำหนดรถยนต์ที่เข้ารับสิทธิ์ให้ชัดเจน

นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร กรรมการบริหาร บริษัท เอเชี่ยน ฮอนด้า จำกัด และรองประธานอาวุโส บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ฮอนด้ากล่าวว่า ก่อนหน้านี้ฮอนด้าได้เสนอแนวคิดให้ยืดระยะเวลาการส่งมอบรถยนต์ในโครงการดังกล่าวออกไปแค่ 6 เดือน เนื่องจากเป็นระยะเวลาเท่ากับที่ฮอนด้าไม่สามารถผลิตรถยนต์ได้เพราะต้องฟื้นฟูโรงงาน

แต่จากมติที่รัฐบาลออกมานั้น ถือว่าเกินความคาดหมาย ดังนั้นบริษัทจะต้องประเมินผลกระทบและรายละเอียดปลีกย่อยอีกสักระยะ ที่สำคัญฮอนด้าประหลาดใจกับมติ

เช่นเดียวกับนายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท ซูซูกิ ออโตโมบิล มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า ตอนนี้ค่ายรถรอความชัดเจนที่ออกมาจากภาครัฐ และเกรงว่าหากลูกค้ารถคันแรกมีจำนวนมากกว่าวงเงินที่รัฐบาลเตรียมสนับสนุนจะทำอย่างไรมากกว่า ส่วนประเด็นว่าบางค่ายจะทำรถในอนาคตมาเปิดจองก็มีความเป็นไปได้ แต่เชื่อว่าวันนี้ลูกค้ามีตัวเลือกเยอะอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเด็นที่หลายค่ายกังวลคือกรณีของค่ายโตโยต้าที่มีกำหนดจะแนะนำอีโคคาร์ในราคาเริ่มต้นไม่เกิน 5 แสนบาท ช่วงเดือนมีนาคมปี 2556 แต่มติ ครม.สัญจร (จ.สุรินทร์) เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2555 ยืดระยะเวลาส่งมอบแบบไม่มีกำหนด ขอเพียงแค่จองรถภายในสิ้นปี 2555 ทำให้หลายคนหวั่นวิตกว่าโตโยต้าจะนำรถอีโคคาร์หรือสมอลโลว์ ซึ่งมีหน้าตาเหมือนโตโยต้า ETIOS ในต่างประเทศผสมกับยาริสมาเปิดรับจองในช่วงปลายปี ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจะทำให้โตโยต้าซึ่งได้เปรียบค่ายอื่น ๆ อยู่แล้วได้รับประโยชน์จากโครงการนี้อย่างเต็มที่

แม้ว่านายวิเชียร เอมประเสริฐสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จะยืนยันว่า อีโคคาร์โตโยต้ายังคงดำเนินไปตามแผนทุกประการ โดยมีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2556

นายวิเชียรกล่าวอีกว่า ตลาดรถยนต์ในปีนี้น่าจะมีอัตราการเติบโตค่อนข้างมาก เพราะส่วนหนึ่งเป็นการดึงกำลังซื้อจากปี 2556 มาใช้ก่อน ยอมรับว่าตลาดรถยนต์ปีนี้ถือว่ามีการเติบโตที่สูงแบบผิดปกติเป็นกรณีพิเศษ และขึ้นอยู่กับว่าค่ายรถยนต์มีกำลังการผลิตเพื่อรองรับตลาดมากแค่ไหน

ขณะที่นางสาวสุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า มติดังกล่าวช่วยลดแรงกดดันระหว่างลูกค้าและโชว์รูมผู้จำหน่ายรถยนต์ได้ค่อนข้างมาก และเชื่อว่าจากนี้ไปกลุ่มลูกค้าจะตัดสินใจซื้อรถรุ่น ยี่ห้อตามที่ตัวเองต้องการ ไม่ใช่ก่อนหน้านี้ที่ผู้บริโภคอยู่ในภาวะที่มีการเปลี่ยนรุ่น เปลี่ยนยี่ห้อ เพื่อต้องการให้ได้รับรถเร็วและทันกับการรับสิทธิ์รถคันแรก ทั้งนี้เชื่อว่าโครงการดังกล่าวก็จะเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการให้ผู้มีรายได้น้อยได้มีโอกาสเป็นเจ้าของรถยนต์คันแรก

ส่วนค่ายรถอาจจะต้องปรับแผนรองรับ เพราะก่อนหน้านี้ด้วยเงื่อนไขระยะเวลาที่กำหนด ทำให้หลาย ๆ ค่ายปรับสัดส่วนการผลิต ระหว่างตลาดในประเทศและตลาดส่งออก เพื่อมารองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของในประเทศก่อน ส่วนมาสด้านั้นยังคงจะต้องใช้วิธีการมิกซ์กำลังผลิตระหว่างความต้องการของตลาดในประเทศและตลาดส่งออก เพื่อลดจำนวนยอดจองและระยะเวลาที่ลูกค้าต้องรอรถให้สั้นที่สุด

ขณะที่นายเอช นาคางาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัทตรีเพชรอีซูซุเซลส์กล่าวว่า เดิมคาดว่าจะประกาศออกไปเพียง 3-6 เดือนเท่านั้น โดยการขยายระยะเวลาดังกล่าวคาดว่าจะช่วยกระตุ้นตลาดในครึ่งปีหลังให้มีความคึกคักได้มาก ที่ผ่านมาบริษัทไม่สามารถส่งมอบรถให้กับลูกค้าได้ทันในโครงการ

อีซูซุต้องขอโทษลูกค้าที่ต้องใช้ระยะเวลารอรถนาน แต่จากการประกาศดังกล่าวคาดว่าจะสามารถคลายความกังวลในการรับสิทธิ์ในโครงการดังกล่าว โดยปัจจุบันบริษัทมียอดค้างส่งมอบ (แบ็กออร์เดอร์) ประมาณ 4 เดือน

ด้านนางเบญจา หลุยเจริญ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า แม้ ครม.จะมีมติยืดเวลาการส่งมอบรถออกไปไม่มีกำหนด แต่ลูกค้าต้องมีใบจองซื้อรถยนต์และต้องมายื่นเอกสารขอใช้สิทธิ์การคืนเงินภาษีต่อกรมสรรพสามิตภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2555 เพื่อเป็นการยืนยันว่าผู้ที่มีใบจองและต้องการใช้สิทธิ์ต้องมายื่นภายในกำหนดดังกล่าว ซึ่งทางกรมสรรพสามิตจะนำรายชื่อผู้ขอใช้สิทธิ์บันทึกไว้ในระบบทะเบียน เพื่อป้องกันการซื้อขายใบจอง หรือทำให้เกิดดีมานด์เทียมขึ้น

"เราไม่ยอมให้มีการขายใบจอง กรมมีรายชื่ออยู่ในระบบทะเบียน ถ้าไม่ใช่คนที่มีรายชื่ออยู่ ๆ มาขอเงินคืน เราก็ไม่ยอมอยู่แล้ว" นางเบญจากล่าว

นอกจากนี้ อธิบดีกรมสรรพสามิตกล่าวว่า กรมไม่ได้เสนอให้มีการขยายวงเงินการคืนเงินภาษีตามมาตรการดังกล่าว จากที่กำหนดไว้ 3 หมื่นล้านบาท เพราะประเมินว่าไม่น่าจะมีผู้ใช้สิทธิ์เกินจากวงเงินดังกล่าว แต่หากเกินก็ไม่มีปัญหาเพราะถือว่าเป็นคนละปีงบประมาณ ซึ่งกรมสามารถขอตั้งงบประมาณปี 2556 เพื่อจ่ายคืนให้ได้อยู่แล้ว โดยหากถึงตอนนั้นค่อยเสนอ ครม.ปรับเรื่องวงเงินอีกครั้งก็ได้

สำหรับยอดขอใช้สิทธิ์คืนเงินรถยนต์คันแรก ณ วันที่ 23 ก.ค.อยู่ที่ 1.1 แสนคัน เป็นเงินประมาณกว่า 8 พันล้านบาท หลังจากตัวเลขที่รายงาน ครม. ณ 13 ก.ค. 2555 มีจำนวนผู้ยื่นขอใช้สิทธิ์ 93,833 ราย ด้วยจำนวนเงินที่ต้องจ่ายคืนประมาณ 6,823 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม คาดว่าความต้องการซื้อรถยนต์คันแรกจะเพิ่มสูงขึ้นอีกในช่วงครึ่งปีหลัง โดยข้อมูลเบื้องต้นจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์คาดว่าในปีนี้จะมียอดสั่งจองรถยนต์ที่เข้าข่ายตามหลักเกณฑ์รถยนต์ใหม่คันแรกประมาณ 425,000 คัน

ขณะที่ผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ก็ค่อนข้างแฮปปี้กับมติยืดเวลารับมอบรถ นายอภิเชต สีตกะลิน รองประธานฝ่ายขายการตลาดและบริการลูกค้า บริษัท ทาทา มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า บริษัทมีรถยนต์ที่เข้าร่วมโครงการ 2 รุ่น โดยรุ่นทาทา ซีนอน และทาทา ไจแอนท์ ช่วงนี้มีการผลิตไม่เต็มที่จากการขาดแคลนชิ้นส่วนมีแบ็กออร์เดอร์ 1.5 เดือน ทำให้มียอดขายเฉลี่ยเดือนละ 500 คัน แต่ในช่วงครึ่งปีหลังที่กำลังการผลิตสมบูรณ์ คาดว่าจะสามารถส่งมอบรถยนต์ให้ลูกค้าได้ราวเดือนละ 600-700 คัน

เช่นเดียวกับนายโจ คยู วาน ผู้บริหารแบรนด์ "เกีย" บริษัท ยนตรกิจเกียมอเตอร์ จำกัดกล่าวว่า บริษัทได้รับผลกระทบในด้านบวกเช่นเดียวกัน เนื่องจากมีรถยนต์ที่เข้าร่วมโครงการนี้ 2 รุ่นคือ พิแคนโต เค วัน และเกีย ริโอ้ ซึ่งบริษัทก็ได้เพิ่มความเข้มข้นของการทำตลาดรองรับทั้งด้านสินค้า การบริการ และการสร้างความแข็งแกร่งของเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย โดยเพิ่มดีลเลอร์ให้เป็น 24-25 รายภายในปีนี้ เพื่อรองรับการบริการลูกค้ามากยิ่งขึ้น

ด้านนายธวัชชัย จึงสงวนพรสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท พระนครโอโตเซลส์ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์โปรตอนจากมาเลเซียกล่าวว่า เรื่องการยืดระยะเวลาส่งมอบรถยนต์คันแรกไปแบบไม่มีกำหนด น่าจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมรถยนต์พอสมควร เพราะเป็นการดึงดีมานด์ในอนาคตมาใช้ ซึ่งอุตฯยานยนต์ต้องการการเติบโตแบบยั่งยืนไม่ใช่หวือหวา เมื่อดีมานด์เพิ่มขึ้นในช่วงเวลาสั้น ๆ ผู้ประกอบการก็จะโหมเร่งขยายกำลังการผลิต เพิ่มเครื่องมือเครื่องจักรกำลังคน พอวันหนึ่งความต้องการใช้รถยนต์กลับมาสู่ภาวะปกติ จังหวะนั้นปัญหาโอเวอร์ซัพพลายจะตามมา ผู้ประกอบการอาจจะต้องกลับมาทบทวน ชะลอการผลิตรวมไปถึงปลดคนงานตามมาด้วย ซึ่งไม่เป็นผลดีเลย

ส่วนผลกระทบรถคันแรกกับโปรตอนนั้น ในช่วงแรกอาจจะมีบ้าง ซึ่งบริษัทก็มีงบประมาณส่วนหนึ่งจากบริษัทแม่จากมาเลเซียมาสนับสนุนเพื่อให้แข่งขันได้ ส่วนแผนการรุกตลาดระยะหลังโปรตอนก็หันไปเน้นรถยนต์ที่มีขนาดเครื่องยนต์ใหญ่มากขึ้น โดยเฉพาะ 1,600 ซีซีขึ้นไป ซึ่งเป็นคนละเซ็กเมนต์กับรถยนต์คันแรก