ประชาชาติธุรกิจ
ไอซีที

วันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

เร่งกำจัดจุดอ่อนซอฟต์แวร์ไทย ติดอาวุธการตลาดบุกอาเซียน

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 04 ส.ค. 2555 เวลา 10:40:07 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

3 องค์กรจับมือเปิดตัวโครงการ "ติดอาวุธการตลาดให้ซอฟต์แวร์ไทย" แก้จุดอ่อนเสริมจุดแข็ง เตรียมพร้อมซอฟต์แวร์ไทยบุกตลาดอาเซียน กูรูการตลาดแนะกลยุทธ์ "4C" สร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์

นายสมพร มณีรัตนะกูล นายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยกล่าวว่า ผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ในประเทศไทย 90% จาก 800 ราย รวมฟรีแลนซ์อีกเป็นจำนวนมาก มักให้ความสำคัญกับเรื่องการตลาดน้อยกว่าเรื่องการพัฒนาซอฟต์แวร์ เนื่องจากมีความสามารถด้านเทคนิคจึงคิดถึงผลิตภัณฑ์และความต้องการของตนเองก่อน ต่างจากหลักการตลาดที่จะคำนึงถึงผู้ซื้อก่อน ดังนั้นการตลาดจึงถือเป็นจุดอ่อนของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทย

ล่าสุดสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย, ซิป้า และสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ได้ร่วมมือกันเปิดตัวโครงการ "ติดอาวุธการตลาดให้ซอฟต์แวร์ไทย" เป็นหลักสูตรการสอนด้านการตลาดให้ผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ไทย แบ่งเป็นหลักสูตรสำหรับผู้ประกอบการและหลักสูตรสำหรับทีมขาย ซึ่งการวัดผลดูจากยอดขายของบริษัทก่อนเข้าร่วมโครงการ เทียบกับหลังจบหลักสูตรของโครงการว่าเพิ่มขึ้นเท่าไร โดยแต่ละบริษัทต้องกำหนดเป้าหมายด้วยตนเอง แต่คาดว่าจะทำให้รายได้เฉลี่ยเติบโตขึ้น 20-30% และได้กรรมวิธีคิดเรื่องการตลาด รวมถึงวิธีการบอกเล่าสินค้าของตนด้วย

"ผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ไทยมักเน้นลดราคาผลิตภัณฑ์ ซึ่งไม่ใช่การทำตลาดที่แท้จริง เป็นแค่การต่อรองลูกค้าไม่ได้ทำให้ภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์หรือแบรนด์สินค้าดีขึ้น"

ด้านนางสุวิมล เทวะศิลชัยกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือซิป้า กล่าวว่า ธุรกิจซอฟต์แวร์มีโอกาสทางการตลาดเยอะมาก ซึ่งซิป้าได้วิเคราะห์จุดแข็ง, จุดอ่อน, โอกาส และภัยคุกคาม พบว่าตลาดเมืองไทยมีโอกาสมาก จากโครงการแจกแท็บเลตเด็ก ป.1 ทำให้ครูและผู้ปกครองตื่นตัวเรื่องเทคโนโลยี ขณะที่ตลาดโมบายแอปพลิเคชั่นตื่นตัวตามมา ล้วนเป็นโอกาสให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทยแต่ต้องมีการตลาดที่ดีเพราะมักสร้างนวัตกรรมจากสิ่งที่อยากทำอาจไม่ตอบโจทย์ผู้ใช้

"ปีที่แล้วซิป้าจัดงานซอฟต์แวร์ เอ็กซ์ให้ผู้ใช้กับผู้ผลิตมาเจอกัน เรื่องที่น่าสนใจคือ ฝั่งผู้ใช้อยากใช้ซอฟต์แวร์ของไทย แต่ปัญหาที่พบคือเวลาซื้อซอฟต์แวร์ไทยจากหลาย ๆ รายแล้วนำมาเชื่อมต่อกันไม่ได้ คนที่นำเสนอมักจะเสนอว่าเขามีอะไรขาย แต่ไม่ได้เสนอว่าลูกค้าสามารถนำไปใช้ทำอะไรได้"

สำหรับมูลค่ารวมของซอฟต์แวร์ที่ผลิตในไทยอยู่ที่ 27,000 ล้านบาท แม้ซอฟต์แวร์ไทยจะชนะรางวัลมากมาย แต่สินค้าบางตัวไม่สามารถนำไปขายหรือทำตลาดได้ ขณะที่สิงคโปร์เลือกที่จะไม่ผลิตซอฟต์แวร์ แต่เน้นเป็นผู้ทำการตลาดให้ผู้ผลิตซอฟต์แวร์ในประเทศไทยทำให้ซิป้าสนับสนุนให้อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยมีความรู้ด้านการตลาด เป็นนโยบายสำคัญในการเตรียมความพร้อมสำหรับการเกิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซีในปี 2558

นางสุวิมลกล่าวต่อว่า เป็นครั้งแรกที่ซิป้านำสมาคมการตลาดมาร่วมด้วย ถือว่าตรงวัตถุประสงค์เรื่องการหาพันธมิตรจากสมาคมใหม่ ๆ แต่เก็บค่าใช้จ่าย เพราะร่วมมือระหว่าง 3 องค์กร ทั้งช่วยให้ผู้ประกอบการตั้งใจร่วมฝึกอบรมมากขึ้น หลังสิ้นสุดโครงการเดือน พ.ย.จะประเมินผล หากประสบความสำเร็จอาจขยายเป็นโครงการคลินิกการตลาดเพื่อผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ไทย โดยให้ผู้ประกอบการที่จบหลักสูตรพบที่ปรึกษาด้านการตลาดได้เป็นรายไตรมาสต่อเนื่อง 3 ปี

นายชลิต ลิมปนะเวช อุปนายกฝ่ายวิชาการ สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทยกล่าวว่า อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เป็นอุตสาหกรรมที่มีโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มมากที่สุดในอาเซียน ดังนั้นผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ไทยควรทำแค็ตตาล็อกสินค้าเป็นภาษาอังกฤษ, ตั้งราคาให้เหมาะสมกับระดับลูกค้า และนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้ดูดีมีแพ็กเกจสวย ทั้งต้องให้ความสำคัญกับหลัก 4C ได้แก่ 1.consumer/customer สำรวจวิจัยว่าใครคือผู้บริโภคซอฟต์แวร์นั้น และดูว่าตลาดมีความต้องการมากพอไหม 2.cost บริหารต้นทุนให้ถูกลง 3.convenien นำเสนอผลิตภัณฑ์ให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่าย ติดตั้งง่าย จัดซื้อง่าย และใช้สอยได้ง่าย 4.communication ทำตลาดแบบ 360 องศา สื่อสารรอบตัวไม่อยู่แค่ในวงแคบ