updated: 08 ส.ค. 2555 เวลา 15:56:13 น.
นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวถึงกรณีมีการจับกุมยาปลอมที่ใช้ในการรักษาโรคเบาหวานและโรคมะเร็งที่ประเทศเพื่อนบ้านว่า ในปี 2554 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สามารถจับกุมได้ 20 ราย กลุ่มยาปลอมส่วนใหญ่เป็นยารักษาอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ และยานอนหลับ เนื่องจากราคาแพงและต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์ ทำให้มีความต้องการซื้อจำนวนมาก
"ส่วนยาเบาหวานและยามะเร็ง ที่มีข่าวว่ามีการปลอมและจับได้นั้น ในประเทศไทยเป็นยาที่ประชาชนไม่ซื้อเอง เพราะอยู่ในสิทธิการรักษาพยาบาลทั้ง 3 กองทุน โดยเฉพาะยามะเร็งถือเป็นยาควบคุมพิเศษที่ใช้เฉพาะในโรงพยาบาลเท่านั้น โอกาสที่จะหายากลุ่มนี้ไปใช้จึงเป็นไปได้ยาก แต่ก็เป็นไปได้บ้างในกรณีจัดซื้อโดยสถานพยาบาลเอกชน แต่ อย.ได้มีการเฝ้าระวังมาอย่างต่อเนื่อง" นพ.พิพัฒน์กล่าว และว่า เพื่อแก้ปัญหายาปลอม โดยเฉพาะกลุ่มยารักษาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศที่พบว่ามีการปลอมมากที่สุด เช่น ยาไวอะกร้า 1 กล่อง มี 4 เม็ด ราคา 2,000 บาท นั้น ในอนาคตอาจให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ผลิตกลุ่มยาซิลดีนาฟิล ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกัน แต่มีราคาถูกกว่าเพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงได้มากขึ้น
นพ.พิพัฒน์กล่าวอีกว่า สำหรับวิธีหลีกเลี่ยงยาปลอม คือ 1.สังเกตทะเบียนและเอกสารกำกับยา 2.สังเกตฉลาก ตัวกล่องว่ามีความลบเลือนของตัวหนังสือหรือไม่ 3.ซื้อยาในสถานที่มาตรฐาน เช่น คลินิก ร้านขายยา เป็นต้น
ที่มานสพ.มติชน