ประชาชาติธุรกิจ
ไอซีที

วันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

สารพัด"แอป"ทยอยลงตลาดคึกคัก "SYP"ชูจุดขายค้นหาตำแหน่งมือถือ-สำรองข้อมูล

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 09 ส.ค. 2555 เวลา 11:40:27 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ขาขึ้น "โซเชียลเน็ตเวิร์ก-สมาร์ทโฟน" ดันตลาดแอปพลิเคชั่นคึกคัก เอกชนสบช่องพัฒนาสินค้าตอบโจทย์ยักษ์ "เอไอเอส" จับมือ HOODDUDE ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบนำทาง คลอดแอป "AIS Guide & Go" ตั้งเป้ากวาดลูกค้า 2 แสนรายในปีเดียว ฟากบริษัทน้องใหม่ "เปอรุมาล์" ใจป้ำควัก 10 ล้านบาทซื้อลิขสิทธิ์แอป "Save Your Phone" จากอเมริกาเข้ามาทำตลาดในไทย แหวกแนวทำตลาดผ่านตู้ มือถือ และโอเปอเรเตอร์

นายปรัธนา ลีลพนัง รักษาการผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานผลิตภัณฑ์ และบริการดิจิทัล (เอไอเอส) เปิดเผยว่า การใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กในประเทศไทยกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว จากยอดสถิติการใช้เฟซบุ๊กเยอะเป็นอันดับ 16 ของโลกกว่า 15 ล้านราย มากสุดในกลุ่มอาเซียน และถ้านับเฉพาะกรุงเทพฯเป็นเมืองอันดับ 1 ที่มีคนใช้มากกว่า 8 ล้านไอดี ส่งผลให้ประเทศไทยเป็นอันดับที่ 13 ในการเช็กอิน คิดเป็นกว่า 10 ล้านครั้งต่อเดือน ดังนั้นการดึงข้อมูลดังกล่าวมาทำตลาดต่อในแบบ Location Base Service (LBS) Marketing จะมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ บริษัทร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ HOODDUDE ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบนำทางชั้นนำ พัฒนาบริการใหม่ "AIS Guide & Go" เป็นแอปพลิเคชั่นแผนที่นำทางบนโทรศัพท์มือถือ ด้วยข้อมูลแผนที่ประเทศไทยจาก NOSTRA Map ซึ่งละเอียดถูกต้อง ครบถ้วน และทันสมัย พร้อมตำแหน่งสถานที่สำคัญให้ค้นหากว่า 830,000 ตำแหน่ง ลงลึกระดับถนน ซอย แบ่งแยกหมวดหมู่ ทั้งร้านอาหาร แหล่งช็อปปิ้ง ออฟฟิศ หมู่บ้าน วัด โรงเรียน ธนาคาร จนถึงตู้ ATM



โดยนำหลักการเช็กอินมาประยุกต์เข้ากับระบบเนวิเกเตอร์นำทาง เพราะแอปนำทางแบ่งเป็น 2 ส่วนชัดเจนคือ ดีไวซ์ที่มีราคา 3,500-15,000 บาท และเป็นเซอร์วิส แอปพลิเคชั่นราคา 2,500-3,000 บาท ซึ่งบางฟังก์ชั่นไม่สะดวกในการใช้งานของคนไทย แอปพลิเคชั่นนี้จะแตกต่างจากตลาดเพราะร่วมกับบริษัท จีไอเอส ซอฟท์ จำกัด ซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับแผนที่การนำทางและได้พัฒนา HOODDUDE ตัวนำทางอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย โดยมาพร้อมกับแผนที่ของ NOSTRA ซึ่งละเอียดที่สุดในประเทศไทย

การนำวิธีเช็กอินมารวมกับระบบแผนที่จะทำผ่านการผูกบัญชี "เฟซบุ๊ก" ของผู้ใช้แอป เมื่อมีเพื่อนเช็กอินที่ไหนจะแสดงที่หน้าจอแผนที่ และสามารถนำทางไปที่แห่งนั้นได้เลย ถือป็นครั้งแรกในโลกที่มีการนำระบบโซเชียลเน็ตเวิร์กกับเนวิเกเตอร์แผนที่มารวมกันเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง และติดตามข่าวสารของเพื่อน ทั้งบริษัทยังนำรายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิพิเศษต่าง ๆ ของบริษัทไปไว้ในแอปด้วย เพื่อช่วยร้านค้าที่เป็นพาร์ตเนอร์ทำตลาดได้มากขี้น เช่น ร้านอาหารต่าง ๆ เป็นต้น

"แอปนี้เราใช้เวลากับมันเป็นปีในการพัฒนา เพราะเห็นว่า LBS มาร์เก็ตติ้งยังไปต่อได้อีกไกล AIS Guide & Go ประกอบด้วยแผนที่ที่ละเอียดที่สุดในเมืองไทย พร้อมโซเชียลเน็ตเวิร์กทำให้รู้ว่า เพื่อนเราอยู่ตรงไหน ร้านค้ารอบตัวมีอะไรบ้าง นี่คือจุดเริ่มต้นที่จะทำให้อาจเกิดการร่วมกันทำแคมเปญกับร้านค้าต่าง ๆ ในอนาคตเช่น การมอบส่วนลดเมื่อมาร้านโดยวิธีนี้"

อย่างไรก็ตาม AIS Guide & Go รองรับบนระบบแอนดรอยด์ เวอร์ชั่น 2.2 ขึ้นไป และจะพัฒนาต่อเนื่องบน iOS ในปลายปีนี้ ผู้ที่สนใจดาวน์โหลดไฟล์แผนที่ได้ที่ www.ais.co.th/appstore/guideandgo (ขนาดไฟล์ประมาณ 2GB) แอปจะเชื่อมต่อข้อมูลกับแผนที่เองทำให้ไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ตเมื่อมีการใช้เนวิเกเตอร์ ใช้เพียง GPS เหมือนเนวิเกเตอร์ทั่วไป แต่ถ้าต้องการใช้ระบบนำทางเสียค่าบริการ 499 บาท/ปี

นายปรัธนากล่าวต่อว่า แอปนี้จะเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.เป็นต้นไป คาดว่าจะมีผู้ใช้งานราว 2 แสนราย ภายใน 1 ปี เป็นลูกค้าสมาร์ทโฟนที่ใช้เครือข่ายเอไอเอสซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 4 ล้านเลขหมาย

ด้านนางสาวศรินญาณ์ เปอรูมาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เปอรุมาล์ เทคโนโลยี แอนด์เทเลคอมมิวนิเคชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยสำรวจพบว่ามีสมาร์ทโฟนในตลาดปัจจุบันกว่า 14.5 ล้านเครื่อง และปีนี้ยอดขายมือถือจะเป็นสมาร์ทโฟนอีก 5-7.5 ล้านเครื่อง จากทั้งหมด 15 ล้านเครื่อง ปีนี้ตลาดสมาร์ทโฟนจึงมีโอกาสพุ่งขึ้นไปถึงเกือบ 20 ล้านเครื่องได้

ด้วยการเติบโตขนาดนี้จำนวนโทรศัพท์มือถือหายจึงสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก เฉลี่ย 45,000 เครื่อง/วัน ทั้งผู้ที่สำรองข้อมูลในโทรศัพท์มือถือยังน้อยมาก เพราะวิธีทำยากแม้หลายคนต้องการสำรอง

เรื่องต่าง ๆ ไว้ เช่น รายชื่อหรือรูปภาพต่าง ๆ

จากข้อมูลดังกล่าว บริษัทจึงตัดสินใจซื้อลิขสิทธิ์แอปพลิเคชั่น SYP (Save Your Phone) จากสหรัฐอเมริกา และนำมาปรับปรุงกว่า 6 เดือนเพื่อให้ใช้ภาษาไทย และเรื่องอื่น ๆ ได้ โดยหวังตอบโจทย์

ผู้ใช้งานด้านการสำรองข้อมูล เพราะมีจุดเด่นเรื่องวิธีการที่ง่าย รวมถึงมีฟังก์ชั่นด้านความปลอดภัยครอบคลุมตั้งแต่ค้นหาตำแหน่งมือถือ, ล็อกเครื่องจากระยะไกล และเช็กรายละเอียดการโทร.ออก เป็นต้น เมื่อติดตั้งแอปแล้วหากมือถือหายก็ไม่ต้องเป็นกังวล เพราะสามารถค้นหาเครื่องและดึงข้อมูลกลับมาจากเซิร์ฟเวอร์กลางของบริษัทได้เช่นกัน

โดยลงทุนกับแอปไปเกือบ 10 ล้านบาท รวมตั้งแต่ค่าลิขสิทธิ์, ระบบปฏิบัติการ และระบบคอลเซ็นเตอร์ช่วยเหลือลูกค้าในการใช้งาน โดยจะเปิดตัวในปลายปีนี้ และตั้งเป้าไว้ที่ 1 ล้านไอดี แต่ยังใช้ได้กับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เท่านั้น สำหรับช่องทางการจัดจำหน่ายจะร่วมกับพาร์ตเนอร์ เช่น ร้านตู้มือถือ และโอเปอเรเตอร์ แต่ยังไม่สรุปแน่ชัดว่าจะเป็นแบบใดเพียงเจรจากับโอเปอเรเตอร์บางรายไว้แล้ว คาดว่าในปีหน้าจะเข้าไปรุกตลาดเวียดนาม และกัมพูชาด้วย