ประชาชาติธุรกิจ
ประชาชาติไลฟ์

วันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

มนุษย์ หรือ เทคโนโลยี ที่ทุบสถิติ"โอลิมปิกเกมส์"

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 09 ส.ค. 2555 เวลา 14:46:00 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

การหาคำตอบเรื่องนี้ไม่ใช่ง่ายๆ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับกีฬาชนิดต่างๆ ในโอลิมปิกฤดูร้อนที่กำลังแข่งขันกันอยู่ในเวลานี้ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เพราะมีหลายชนิดกีฬาที่อาศัยความสามารถของมนุษย์ มากกว่าอุปกรณ์การแข่งขัน

อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีบางครั้งก็ไม่ได้ปรากฏชัดเจนในระหว่างการแข่งขัน แต่มีบทบาทสูงในการเตรียมความพร้อมของนักกีฬาก่อนแข่ง พัฒนาการทางด้านโภชนาการ กระบวนการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และวิทยาศาสตร์การกีฬาอื่นๆ ล้วนมีส่วนอย่างมากในการพัฒนาสถิติการแข่งขันในโอลิมปิเกมส์ ดังนั้นจึงอาจพูดได้ว่าเทคโนโลยีก็มีส่วนในการสร้างสถิติของโอลิมปิกเกมส์มากพอๆ กับการฝึกและการโค้ชเลยทีเดียว



โดยภาพรวมแล้ว ความเชื่อมโยงระหว่างโอลิมปิกกับ เทคโนโลยี ปรากฏออกมาในรูปของการต่อต้านมากกว่าจะเป็นความชื่นชม การใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาอุปกรณ์ในการแข่งขันให้เหนือกว่า จนสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้และทุบสถิติโอลิมปิกได้ ถูกเรียกขานเป็นเชิงกล่าวหาว่า "เทคโนโลจิคอล โด๊ป"

ตัวอย่างชัดเจนของความสัมพันธ์ทำนองนี้เคยเกิดขึ้นหลังการแข่งขัน แอตแลนต้า เกมส์ ในปี 1996 เมื่อสหพันธ์จักรยานนานาชาติ (ยูซีไอ) ออกมาตรการจัดการกับบรรดา "ซุปเปอร์ไบค์" ที่เป็นผลงานการออกแบบของอุตสาหกรรมอากาศยานและกลาโหม ที่นำวัสดุแอโรไดนามิกมาใช้ในการผลิตจักรยานแข่ง กลายเป็นที่มาของ ลูกาโน ชาร์เตอร์ ที่เขี่ยพัฒนาการใหม่ๆ ที่พัฒนาขึ้นมาใช้ผลิตจักรยานในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาพ้นการแข่งขันไปเกือบหมด

ในทำนองเดียวกัน เมื่อปรากฏว่านักว่ายน้ำที่ใช้ชุดว่ายน้ำเต็มตัวรุ่น แอลแซดอาร์ ของสปีโด สามารถเอาชนะการแข่งขันได้ถึง 94 เปอร์เซ็นต์ และทุบสถิติว่ายระยะยาวได้มากถึง 15 รายการในโอลิมปิกเกมส์ที่ปักกิ่งเมื่อปี 2008 แอลแซดอาร์ก็ถูกสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติ "แบน" พ้นโอลิมปิกเช่นเดียวกัน

สตีฟ ฮาค นักวิชาการด้านวิศวกรรมกีฬาจากมหาวิทยาลัยเชฟฟิลด์ ฮัลแลม ในอังกฤษ เคยเผยแพร่ผลศึกษาวิจัยออกมาเมื่อปี 2552 พบว่าสถิติของการแข่งขัน "กระโดดค้ำ" และ "พุ่งแหลน" ที่ดีขึ้นมาเรื่อยๆ ในโอลิมปิกเกมส์นั้น มีมากถึง 30 เปอร์เซ็นต์ที่เกิดจากพัฒนาการของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว ไม่เกี่ยวกับอย่างอื่นเลย

ถ่อที่ใช้ในการกระโดดค้ำ ที่ถูกเปลี่ยนมาใช้ไฟเบอร์กลาสชนิดใหม่ ส่งผลให้นักกีฬาสามารถทำลายสถิติโลกได้ถึง 19 ครั้งในช่วงเวลา 10 ปี นับตั้งแต่ปี 2504 เรื่อยมา

เช่นเดียวกันกับพัฒนาการของสถิติที่ใช้ในการแข่งขันจักรยาน ผลการศึกษาของฮาค พบว่ามีพัฒนาดีขึ้นถึง 221 เปอร์เซ็นต์ โดย 100 เปอร์เซ็นต์จากทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นจากการออกแบบจักรยานให้มีพัฒนาการด้านแอโรไดนามิกเท่านั้นเอง

ทำไมโอลิมปิกเกมส์ถึงมีปฏิกิริยาในทางลบกับเทคโนโลยี เดวิด เจมส์ นักวิศวกรรมกีฬาจากเชฟฟิลด์ ฮัลแลม เคยสำรวจความคิดเห็นไว้ครั้งหนึ่ง พบว่าคนเราต้องการแสดงความชื่นชมต่อความมานะ บากบั่น การฝึกซ้อมของนักกีฬามากกว่าความสำเร็จทางเทคโนโลยี ที่อาจทำให้กีฬาชนิดนั้น "ง่าย" มากขึ้น, คนส่วนใหญ่เป็นกังวลว่าเทคโนโลยีจะทำให้นักกีฬาที่ดีที่สุด ไม่ใช่ผู้ชนะการแข่งขัน และเทคโนโลยีจะทำให้ชาติที่ร่ำรวยได้เปรียบชาติที่ยากจน เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีก็ไม่ได้ทำให้สปิริตของกีฬาบางชนิดเปลี่ยนแปลงไป อย่างเช่น การเปลี่ยนแปลงเฟรมของไม้เทนนิสจากไม้เป็นกราไฟท์ เช่นเดียวกับการเปลี่ยนแปลงของไม้แบดมินตัน เป็นต้น

แน่นอนรูปแบบของการแข่งขันอาจเปลี่ยนแปลงไป แต่นักเทนนิสและนักแบดมินตันที่ดีที่สุดก็ยังเป็นคนที่ฝึกฝนและเคี่ยวกรำตัวเองอย่างหนักที่สุดอยู่นั่นเอง

 

 

ที่มานสพ.มติชน