ประชาชาติธุรกิจ
ประชาชาติไลฟ์

วันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

เกลือบริโภคเค็มแต่ไอโอดีนต่ำ สุ่มตรวจแผงค้าไม่ผ่านเกณฑ์อื้อ

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 09 ส.ค. 2555 เวลา 14:50:00 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ผลวิจัยชี้เกลือบริโภคจากเมืองสมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ค่าไอโอดีนไม่ได้มาตรฐาน แนะผู้ผลิตตรวจสอบคุณภาพก่อนวางจำหน่าย

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม นางจิราภา อุณหเลขกะ นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ชำนาญการ สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยผลการศึกษาเรื่อง "สถานการณ์ไอโอดีนในเกลือบริโภคในจังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม และเพชรบุรี" ในการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ ครั้งที่ 20 ว่า จากการศึกษาปริมาณไอโอดีนในเกลือบริโภคจากแหล่งจำหน่ายและผลิตเกลือที่สำคัญของประเทศ ด้วยการสุ่มเกลือสินเธาว์และเกลือสมุทรที่มีและไม่มีฉลากแจ้งเสริมไอโอดีนจากร้านค้าริมถนนพระราม 2 จำนวน 94 ร้าน จาก 148 ร้าน จำนวน 126 ตัวอย่าง และจากร้านค้าในตลาดที่มีโครงสร้างถาวรใน จ.สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และเพชรบุรี จำนวน 11 ตัวอย่าง ที่มีเครื่องหมายการค้าไม่ซ้ำกัน รวม 137 ตัวอย่าง ดำเนินการเก็บตัวอย่างระหว่างเดือนเมษายน-มิถุนายน 2554 แล้วนำมาวิเคราะห์หาปริมาณไอโอดีนด้วยวิธีการไตเตรท ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐาน พบว่าเป็นเกลือป่นที่ระบุว่าเสริมไอโอดีน จำนวน 27 ตัวอย่าง และเกลือไม่เสริมไอโอดีน จำนวน 110 ตัวอย่าง

นางจิราภากล่าวว่า ในส่วนของตัวอย่างที่เก็บจากร้านค้าในตลาดที่มีโครงสร้างถาวรใน 3 จังหวัด จำนวน 11 ตัวอย่าง ผลการศึกษาพบว่าผ่านเกณฑ์มาตรฐานตามประกาศของ สธ. ที่กำหนดให้มีปริมาณไอโอดีนในเกลือบริโภคไม่น้อยกว่า 20 และไม่เกิน 40 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม (มก./กก.) เพียงร้อยละ 27.3 ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานถึงร้อยละ 72.7 สำหรับตัวอย่างจากตลาดที่มีโครงสร้างและร้านค้าแผงลอยริมถนนที่มีฉลากแจ้งว่าเสริมไอโอดีน จำนวน 27 ตัวอย่าง ผ่านเกณฑ์มาตรฐานเพียงร้อยละ 26 ที่เหลือไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน และเกลือสมุทรที่ไม่เสริมไอโอดีนทั้งหมดไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน

"เกลือบริโภคที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานมีทั้งที่มีปริมาณไอโอดีนเกินและต่ำกว่าค่ามาตรฐาน ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะค่ามาตรฐานของปริมาณไอโอดีนในเกลือบริโภคเดิมกำหนดว่าไม่น้อยกว่า 30 มก./กก. ที่ผ่านมาผู้ผลิตจำนวนมากจึงเติมไอโอดีนลงไปในปริมาณที่มากไว้ก่อน ซึ่งอาจจะเติมถึง 40 หรือ 50 มก./กก. ซึ่งหากผู้บริโภคได้รับไอโอดีนในปริมาณที่น้อยจะไม่เกิดประโยชน์กับร่างกาย แต่หากได้รับในปริมาณมากเกินไปจะทำให้เป็นพิษต่อร่างกายแทน ดังนั้น ผู้ผลิตเกลือบริโภคควรใช้ชุดทดสอบปริมาณไอโอดีนในเกลือบริโภคก่อนที่จะวางจำหน่ายเกลือบริโภค เพื่อให้ทราบปริมาณไอโอดีน โดยปัจจุบันมี 3 หน่วยงานที่สามารถผลิตชุดทดสอบได้ คือ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมอนามัย และมหาวิทยาลัยมหิดล" นางจิราภากล่าว และว่า

ทั้งเกลือสมุทรและเกลือสินเธาว์มีปริมาณไอโอดีนค่อนข้างน้อยอยู่แล้ว ในเกลือบริโภคจึงต้องมีการกำหนดให้มีการเติมไอโอดีนเพิ่ม ซึ่งเกลือบริโภคส่วนใหญ่นิยมนำเกลือสินเธาว์มาเพิ่มไอโอดีน เพราะเกลือสมุทรผลึกใหญ่นำมาทำเป็นเกลือบริโภคยาก ส่วนเกลือที่จำหน่ายเป็นถุงใหญ่ ส่วนใหญ่เป็นเกลือที่นำไปดองผักไม่จำเป็นต้องเติมไอโอดีน

ที่มานสพ.มติชน