updated: 09 ส.ค. 2555 เวลา 16:05:29 น.
คนี้ใคร ๆ ต่างมองว่า "สหภาพเมียนมาร์" คือประเทศที่น่าลงทุนและไขว่คว้าหาโอกาสทางธุรกิจมากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน
แต่นอกเหนือจากเรื่องของธุรกิจข้างต้นแล้ว ประเทศที่มีประวัติศาสตร์เคียงคู่ชนชาติไทยบนสนามรบมาอย่างยาวนานหลายร้อยปีแห่งนี้ ยังนับว่าเป็นประเทศที่อุดมไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และอารยธรรมชั้นดีแห่งหนึ่งของโลก ที่ไม่ได้มีแค่ "พระธาตุชเวดากอง" เท่านั้น
ดีไลฟ์จึงถือโอกาสนี้แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และอารยธรรมที่มากกว่า "ชเวดากอง"
ในพม่าให้ผู้อ่านทุกคนได้รู้จักกันมากขึ้น
เริ่มต้นกันที่ "พระธาตุอินทร์แขวน" หรือเรียกในชื่อพม่าว่า "ไจ้ติโย" พระธาตุยุคมอญรุ่งเรืองบนยอดเขาพวงลวง ในเมืองหงสาวดี
ความพิเศษของพระธาตุอินทร์แขวน คือการตั้งอยู่บนก้อนหินสีทองขนาดใหญ่ที่วางหมิ่นเหม่ริมยอดผาสูงชันท้าทายแรงดึงดูดของโลกชนิดไม่กลัวหล่น นับว่าเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจจนเรียกนักท่องเที่ยวจำนวนมากให้แวะเวียนมาเยี่ยมชมและ "ผลัก" กันอย่างไม่ขาดสายในทุก ๆ ปี
![]() |
ถัดจากเมืองหงสาวดีที่เคยรุ่งเรืองสุดขีดในยุคของพระเจ้าบุเรงนองแล้ว เมืองต่อมาที่จะต้องเดินทางไปเยือนคงจะหนีไม่พ้น "มัณฑะเลย์" ราชธานีแห่งสุดท้ายของพม่าขณะที่ยังมีสถาบันกษัตริย์ปกครองอยู่
แหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อที่สุดของเมืองนี้คือ "พระราชวังมัณ
ฑะเลย์" หรือ "เมืองมัณฑะเลย์" ถูกสร้างขึ้นโดยพระเจ้า
มินดง เมื่อ 155 ปีก่อน ตัวเมืองแห่งนี้ประกอบไปด้วยหมู่
มหามณเฑียร, ท้องพระโรง และพระราชวังน้อยใหญ่อีกหลายองค์ สำหรับคนที่กำลังจะไปยังเมืองแห่งนี้ต้องจำเอาไว้ว่า สถานที่แหล่งนี้บางส่วนเป็นที่ตั้งทางการทหารของรัฐบาลพม่า ทำให้อนุญาตให้เข้าชมได้เพียงแค่ส่วนของหมู่มหามณเฑียรเท่านั้น ส่วนอื่นห้ามเข้าและถ่ายรูปอย่างเด็ดขาด
ต่อมาคือ "วัดชเวนันดอ จอง" หรือ "วัดวิหารไม้ทองคำ" วัดแห่งนี้อยู่ห่างจากพระราชวังมัณฑะเลย์ไปไม่ไกลนัก
เล่ากันว่าวิหารไม้หลังนี้เดิมเป็นพระตำหนักของพระเจ้ามินดงในพระราชวังมัณฑะเลย์ แต่หลังจากที่พระเจ้ามินดงสวรรคต พระเจ้าสีป่อจึงได้รื้อพระตำหนักหลังนี้ลงและนำมาถวาย เพื่อประกอบเป็นวิหารที่วัดแห่งนี้ ความสำคัญของวิหารไม้ทองคำคือเป็นงานช่างหลวงพม่าชิ้นสุดท้ายที่สามารถสืบดูได้ในปัจจุบันมามัณฑะเลย์ทั้งทีต้องแวะมาดูเจดีย์ที่กล่าวกันว่าเป็น "ที่ฝังพระอัฐิของพระเจ้าอุทุมพร (ขุนหลวงหาวัด)" กันสักเล็กน้อย
เจดีย์ที่ว่านี้ตั้งอยู่บริเวณสุสานลินซินกอง ใกล้กับวัดชเวโมเตตอว์มหาเตงดอว์จี แม้ว่าจะยังไม่มีการฟันธงว่าที่แห่งนี้เป็น
จุดฝังพระอัฐิของกษัตริย์ของชนชาติไทยในสมัยอยุธยาจริงหรือไม่ แต่ด้วยเรื่องเล่าที่สืบทอดกันมาบวกเข้ากับความเก่าแก่
ได้ทำให้เจดีย์แห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่พลาดไม่ได้หากคนไทยไปเยือนพม่า
เมืองที่ 3 ที่น่าเที่ยวชื่นชมอารยธรรมเก่าแก่ของพม่าคือ "พุกาม" อันเป็นอาณาจักรและราชธานีแห่งแรกของชนชาวพม่า
จุดแรกในเมืองพุกามที่แนะนำ คือ "วิหารติโลมินโล" ตามตำนานเล่าว่าสร้างขึ้นโดย "พระเจ้าติโลมินโล" กษัตริย์ลำดับที่ 8 ของราชวงศ์พุกาม เมื่อ 700 กว่าปีก่อน เพื่อเป็นอนุสรณ์ในการเสี่ยงทายเศวตฉัตรที่ทำให้พระองค์ได้ขึ้นครองราชย์
จุดที่ 2 คือ "วิหารธรรมยางยี" ที่อยู่ใกล้กับวิหารติโลมินโล
สร้างขึ้นโดย "พระเจ้านรถู" กษัตริย์ลำดับที่ 5 แห่งพุกาม ถูกขนานนามว่าเป็นเจดีย์วิหารขนาดใหญ่ที่ใช้การเรียงอิฐได้ประณีตจนไร้รอยต่อและงดงามมากที่สุดในพม่า นอกจากนี้วิหารธรรมยางยียังเป็นเจดีย์วิหารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในพุกามอีกด้วย
ต่อมาคือ "วิหารนัตลองจอง" ศาสนสถานแห่งเดียวในพุกามที่เกี่ยวเนื่องกับคติศาสนาฮินดู ไวษณพนิกาย จากจารึกทำให้ทราบว่าวิหารแห่งนี้สร้างขึ้นโดยชาวมาลัยมันดะลัม เมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 18
ตามมาด้วย "เจดีย์เปตเลคตะวันตกและตะวันออก" สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอนิรุทธ์ ช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 16 ในบริเวณของเจดีย์แห่งนี้ได้พบแผ่น
ดินเผาแบบไม่เคลือบ แสดงเรื่องราวชาดกเป็นจำนวนมากและถูกจัดแสดงไว้ภายใน
ปิดท้ายกันที่ "วิหารนันปะยา" หรือที่บางคนเรียกว่า "วิหารนางพญา" ถูกสร้างขึ้นในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 17 (ช่วงที่พระเจ้าอนิรุทธ์ตีเมืองสะเทิม) ด้วยสถาปัตยกรรมพุกามแท้ ๆ พร้อมทั้งยังมีรูปสลักนูนต่ำคล้ายพระโพธิสัตว์ศรีอาริยเมตไตรย จึงทำให้สันนิษฐานว่าเป็นวิหาร
ทางพุทธศาสนามากกว่าที่จะเป็นของฮินดู และที่สำคัญอาจจะเป็นที่ตั้งของนิกายมหายานรุ่นแรก ๆ ในพุกามอีกด้วย
หากอยากทำความรู้จักโบราณสถานของพม่าให้มากกว่านี้ก่อนที่จะไปเยือนจริง ๆ สามารถหาอ่านเพิ่มเติมได้ที่หนังสือ "60 วัด วัง และสถานที่สำคัญในพม่า" โดย "ภภพภล จันทร์วัฒนกุล"

