ประชาชาติธุรกิจ
เศรษฐกิจในประเทศ

วันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

จีนยึด"ตลาดไท"ศูนย์ค้าส่งเกษตร สมาคมอาเซียนดึง15มณฑลขนสินค้าลุยส่งออก

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 10 ส.ค. 2555 เวลา 12:20:18 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

นักธุรกิจไทย-จีนลุยสำรวจ "ตลาดไท" ลั่นเตรียมผนึกความร่วมมือตั้ง "ศูนย์ค้าส่งสินค้าเกษตร" ภายใน 2 ปีหน้า หลังสมาคมส่งเสริมการค้าอาเซียนในไทยถกนักธุรกิจจีน 15 มณฑล เข้าร่วม "2012 มหกรรมสินค้ามาตรฐานการส่งออกจีน" ขึ้นที่เมืองทองธานี นักลงทุนแดนมังกรเคลื่อนทัพสินค้าเข้าร่วมถึง 600 ราย ดีเดย์ พ.ย.นี้

นายสุขุม เลาวัณย์ศิริ นายกสมาคมส่งเสริมการค้าอาเซียน เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ทางสมาคมได้ร่วมหารือกับกรมพาณิชย์และนักธุรกิจในสาธารณรัฐประชาชนจีน 15 มณฑล ที่มีประชากรมณฑลละ 40-70 ล้านคน มีผู้ประกอบการกว่า 80% ไม่เคยเข้ามาลงทุนในไทย เพราะขาดที่ปรึกษาและพันธมิตรทางธุรกิจ ให้ความสนใจถึงการนำเงินเข้ามาพัฒนาเมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ระหว่างนี้กำลังทยอยสำรวจลู่ทางลงทุนในไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย พร้อมทั้งย้ำขอให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ของไทยสนับสนุนมาตรการต่าง ๆ แก่จีน และภายในไม่เกิน 2 ปีนี้ เอกชนไทยและจีนวางแผนตั้งศูนย์ค้าส่งร่วมกัน กำลังศึกษาพื้นที่บริเวณตลาดไท โดยมีสมาคมยูนนานสนับสนุนอย่างเต็มที่ จัดทำโครงการนำร่องตั้งศูนย์นำเข้าส่งออกสินค้าเกษตร ถ้าสำเร็จจะส่งผลให้สินค้าเกษตรไทยไม่ล้นตลาด



โดยทางสมาคมส่งเสริมการค้าอาเซียนจะใช้จังหวะนี้นำร่องจัดงาน 2012 มหกรรมสินค้ามาตรฐานการส่งออกจีนขึ้น ระหว่าง 1-3 พฤศจิกายน 2555 วางกลยุทธ์เปิดเวทีจับคู่ธุรกิจเจรจาการค้าระหว่างไทยกับจีน แลกเปลี่ยนนวัตกรรม และขยายความร่วมมือในด้านต่าง ๆ โดยกรมพาณิชย์แต่ละมณฑลของจีนจะคัดเลือกผู้ประกอบการมากกว่า 200 ราย ที่มีความสามารถทางการแข่งขันและต้องการลงทุนในต่างประเทศมาเข้าร่วมงาน ซึ่งจะจัดสัมมนาเกี่ยวกับกาลงทุนระหว่างไทยและจีนควบคู่กันไปด้วย

นายอู๋ จื่อ อี่ ตัวแทนผู้ประกอบการจีน เปิดเผยว่า ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา มีแต่นักธุรกิจไทยไปลงทุนในจีนเป็นส่วนมาก แต่หลังจากจีนเปิดตลาดทำให้เศรษฐกิจเติบโตและมีศักยภาพการลงทุนสูง ผนวกกับ

รัฐบาลได้ส่งเสริมให้ออกมาลงทุนในอาเซียน นักลงทุนจีนจึงให้ความสนใจประเทศไทยเป็นอันดับแรกในอาเซียน เพราะเป็นจุดศูนย์กลางทางภูมิศาสตร์ มีเศรษฐกิจที่โดดเด่น ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นไปด้วยดี คนไทยมีลักษณะนิสัยโอบอ้อมอารีและยืดหยุ่น

"จากข้อมูลปี 2544 ตลอด 11 ปีสินค้าที่มีมูลค่าการค้าขายระหว่างไทยกับจีนมากที่สุด ได้แก่ เครื่องจักร อิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์การเกษตร สิ่งทอ และอุปกรณ์ก่อสร้าง ส่วนสินค้าที่จีนต้องการจากไทยตอนนี้คือ มันสำปะหลัง ยางพารา ข้าว ผลไม้ เช่น ทุเรียน เป็นต้น

การจัดงานแสดงสินค้าจีนครั้งนี้จะเป็นส่วนช่วยผลักดันการลงทุนในอาเซียน โดยมีผู้ประกอบการจากจีนจองเช่าบูทในงานมหกรรมสินค้ามาตรฐานส่งออกจีนแล้ว 200-300 บูท โดยมาจากหลากหลายสาขาเข้าร่วม 500-600 ราย ถือว่ามากเป็นประวัติการณ์ มีกลุ่มธุรกิจหลัก ๆ ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร และพลังงาน"

นายภาวิต กองแก้ว ตัวแทนสมาคมสโมสรนักลงทุน กล่าวว่า การค้าระหว่างไทยและจีนเมื่อปี 2554 มีมูลค่าสูงถึง 58,000 ล้านเหรียญสหรัฐ คาดการณ์ปีนี้และปีต่อไปจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 1-2 หลัก เพราะการขยายตัวทางเศรษฐกิจในจีนเฉลี่ยปีละ 8-10% กำลังซื้อสูงขึ้นทุกปี

นายพิฑูร ตรีวิจิตรเกษม รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตั้งความหวังจากการจัดงานครั้งนี้ในเวทีการจับคู่ธุรกิจของกลุ่มผู้ค้าจะนำไปสู่การร่วมทุนผลิตสินค้า โดยใช้ความได้เปรียบที่ไทยเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ช่วยลดต้นทุนเพื่อแข่งขันกับตลาดโลก

ทั้งนี้ งาน "2012 มหกรรมสินค้ามาตรฐานส่งออกจีน ครั้งที่ 2" จะจัดขึ้นระหว่าง 1-3 พฤศจิกายน 2555 ณ ฮอลล์ 7 อิมแพ็ค เมืองทองธานี