ประชาชาติธุรกิจ
ประชาชาติไลฟ์-Sport

วันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

เป็นเอก การะเกตุ อีกครั้งที่ไปไม่ถึงดวงดาว

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 11 ส.ค. 2555 เวลา 11:41:07 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์



ถึง เรื่องโชค ดวง วาสนา จะไม่น่าเอามากล่าวอ้างเป็นเหตุผลของการแข่งขันกีฬา แต่สำหรับเส้นทางในโอลิมปิกเกมส์ 2012 ของ "เจ้าไอ" "เป็นเอก การะเกตุ" นักเทควันโดหนุ่มทีมชาติไทยแล้ว บางครั้งคนที่คอยลุ้นคอยเป็นกำลังใจก็คงอดคิดไม่ได้เหมือนกันว่า "ถ้า" มันเป็นอย่างนั้น "ถ้า" มันเป็นอย่างนี้ ผลลัพธ์ที่ออกมา จะต่างออกไปหรือไม่?

ถ้าไอไม่โชคร้ายโดนจับสลากไปชนกับ "อี แดฮุน" แชมป์โลกและแชมป์เอเชี่ยนเกมส์ ชาวเกาหลีใต้ (ซึ่งต้องลดรุ่นมาเจอกันเนื่องจากในโอลิมปิกมีพิกัดน้ำหนักเพียง 4 รุ่น) ตั้งแต่รอบแรก บางทีเส้นทางการลุ้นเหรียญรางวัลของเขาอาจสดใสกว่านี้ เพราะอย่างน้อยก็อาจทะลุถึงรอบชิง ไม่ใช่มารอลุ้นชิงเหรียญทองแดงอย่างที่เป็น

ถ้าฝั่งโค้ชของ "ออสการ์ มูนอซ โอเวียโด้" จากโคลอมเบีย ไม่เหลือสิทธิประท้วงขอดูภาพรีเพลย์ในรอบชิงเหรียญทองแดง ลูกเตะศีรษะเสี้ยววินาทีสุดท้ายของไอก็จะเป็นแต้ม และทำให้เขาคว้าเหรียญทองแดงไปครองทันที

แน่นอนว่ากีฬาระดับนี้ ถ้าอยากเป็นที่ 1 ก็ต้องไม่เกี่ยงเรื่องคู่แข่ง และสิทธิประท้วงของโคลอมเบียก็เป็นไปตามกติกา ซึ่งหนุ่มไอไม่เคยนำเรื่องเหล่านี้เป็นข้ออ้างเลย (เพียงแต่คนเชียร์อย่างเราๆ ท่านๆ อดเสียดายไม่ได้ก็เท่านั้น) แถมยังแสดงความเป็นสุภาพบุรุษนักกีฬา เข้าสวมกอดมูนอซด้วยรอยยิ้มระหว่างรอคำตัดสินเรื่องภาพรีเพลย์ และพร้อมยอมรับความพ่ายแพ้โดยไม่ขัดข้องใจใดๆ

...ถึงแม้ว่ามันจะเป็นความผิดหวังอย่างที่สุดของหนุ่มวัย 22 ปีก็ตาม

เจ้าไอยิ้มเหนื่อยๆ กับกองทัพนักข่าวไทยหลังแข่งจบว่า ถือว่าตนทำเต็มที่ทุกอย่างแล้ว เพียงแต่ไม่สามารถเป็นผู้ชนะได้เท่านั้น

เพราะ ไม่ใช่แค่ครั้งนี้ แต่เป็นการแข่งขันรายการใหญ่ๆ หลายครั้งที่ผ่านมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นเอเชี่ยนเกมส์ 2010 ที่เมืองกว่างโจว ประเทศจีน ซึ่งพ่ายให้นักกีฬาไต้หวันในรอบชิงอย่างมีข้อกังขา หรือตอนชิงแชมป์เอเชียที่มาแพ้ให้อี แดฮุน อย่างฉิวเฉียดในรอบชิงเหมือนกัน

คำ ประกาศหลังจากนั้นยิ่งทำให้ทุกคนใจหาย เพราะถึงจะไม่ได้พูดชัดเจนแบบฟันธง แต่คำบอกเล่าว่า "พอแล้ว" ของหนุ่มไอคล้ายจะสื่อว่าจะไม่ร่วมแข่งขันในนามทีมชาติอีกต่อไป หรือไม่ก็เลิกเล่นเทควันโดไปเลย

ไอขยายความต่อว่า ยังไม่ใช่คำประกาศที่เด็ดขาดถึงขั้นนั้น เพราะพร้อมที่จะเล่นประคองทีมไปเรื่อยๆ เพื่อรอน้องๆ พัฒนาขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญในรุ่น 58 กก.ที่ตัวเองเล่นอยู่ และยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า สาเหตุหนึ่งที่ทำให้คิดแบบนี้ก็เพราะเรื่องรูปร่างสรีระร่างกายเป็นสำคัญ เพราะตัวเองตัวเตี้ยกว่า เล็กกว่าเขา เลยทำให้เสียเปรียบเอามากๆ

ประเด็น นี้แม้แต่ผู้ใหญ่ในสมาคมอย่าง "ปรีชา ต่อตระกูล" อุปนายกสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย ก็บอกว่า การนำเกราะไฟฟ้ามาใช้กลายเป็นดาบสองคมของกีฬานี้ เพราะในทางหนึ่งช่วยให้เกิดความบริสุทธิ์โปร่งใสในการตัดสินมากขึ้นก็จริง แต่อีกทางก็ทำให้ธรรมชาติของการแข่งขันเปลี่ยนไป เพราะเพียงแค่ถีบก็มีโอกาสทำแต้มได้ ใครตัวใหญ่กว่า ช่วงขายาวกว่า จึงได้เปรียบเต็มๆ เพราะสามารถยันถีบได้

ทั้งที่กีฬาเทควันโดควรเป็นเรื่องของการ "เตะ" มากกว่า "ถีบ" แท้ๆ

ความ ทดท้อของเป็นเอกทำให้ผู้ใหญ่สมาคมหลายคนออกอาการเสียดายอย่างที่สุด เพราะถึงเจ้าไอจะเสียเปรียบเรื่องรูปร่าง แต่เรื่องฝีมือกับวินัยนั้น ถือว่าสุดยอดจริงๆ โดยมีเหรียญทองเยาวชนโลก (ปี 2006), เหรียญทองซีเกมส์ ครั้งที่ 25, เหรียญทองชิงแชมป์เอเชีย ครั้งที่ 19 และอีกมากมายเป็นเครื่องการันตี ด้วยเหตุนี้จึงหวังจะหว่านล้อมให้อยู่เล่นต่อ หรือไม่ก็ผันตัวเองเป็นโค้ช โดยเจ้าไอบอกไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า การตัดสินใจว่าจะเลิกไม่เลิกนั้น ต้องคุยกับผู้ใหญ่และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง "โค้ชเช" "เช ยอง ซ็อก" ผู้มีพระคุณด้วยว่าคิดเห็นอย่างไร

เรื่องกตัญญูรู้คุณนั้นถือเป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติน่าชื่นใจของนิสิตหนุ่มจาก "มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์" คนนี้

เหตุผล ที่ไอคิดจะเลิกเล่นเทควันโดที่สำคัญอีกประการก็คือ อยากหางานทำเป็นหลักแหล่งเป็นเรื่องเป็นราว เพราะใกล้เรียนจบจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์แล้ว และอยากมีงานทำมาเลี้ยงดูพ่อแม่ให้ท่านได้อยู่สบายไม่ต้องลำบาก หลังจากที่ท่านดูแลช่วยเหลือเป็นกำลังใจเรื่องการแข่งขันกีฬามาโดยตลอด

แต่นี่ยังเป็นประเด็นในอนาคตที่ต้องผ่านการกลั่นกรองตัดสินใจอีกหลายระดับ กว่าที่จะได้ข้อสรุปว่า เส้นทางของเจ้าไอจะไปทางไหนกันต่อ

อ้อ! ถ้าจะมีอะไรสักเรื่องที่ทำให้แฟนๆ ได้อมยิ้มบนความผิดหวังในการตกรอบของหนุ่มไอ ก็คงเป็นเรื่อง "จิ้น" (มาจาก "imagine" หรือจินตนาการ) จับคู่หนุ่มไทยกับอี แดฮุน คู่แข่งหน้าใสสไตล์เค-ป๊อป ซึ่งนักข่าวเกาหลีบอกนักข่าวไทยหลังจบรอบแรกว่า อี แดฮุน ให้สัมภาษณ์ว่า เป็นแมตช์ที่หนักมาก เป็นเอกกับตนโชคร้ายที่มาเจอกันเองตั้งแต่รอบแรก จึงจะพยายามไปให้ถึงรอบชิงให้ได้ เพื่อที่เป็นเอกจะได้มีลุ้นเหรียญทองแดงด้วย

ว่ากันว่า งานนี้ "จิ้น" กันยาวขนาดมีการแต่งเติมบทสนทนาจักจี้หัวใจที่เห็นแล้วต้องอมยิ้มตาม แต่พอส่งต่อๆ กันผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กแล้วก็ทำให้สื่อบางสำนักนึกว่าเป็นเรื่องจริงไปได้

ถ้าย้อนเอาไปถามตัวสองหนุ่มเรื่องนี้ คงพากันงงกันบ้างล่ะ!