ประชาชาติธุรกิจ
ประชาชาติไลฟ์-Entertainment

วันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

"ศึก 9 ทัพ" ละครรักชาติ "อยากให้คนไทยดู"

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 11 ส.ค. 2555 เวลา 21:12:55 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์



ย้อน กลับไปเมื่อ 230 ปีที่แล้ว ในช่วงขวบปีแรกของการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ขึ้นเป็นราชธานีของ "อาณาจักรสยาม" ได้ไม่นานนัก ทางฝั่ง "อาณาจักรพม่า" ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในอย่างมากมาย เมื่อ "พระเจ้าโบดอพญา หรือพระเจ้าปดุง" ได้ก่อการรัฐประหารซ้อนชิงราชสมบัติคืนจาก "พระเจ้ามองหม่อง" ผู้เป็นหลาน ที่เพิ่งจะได้ขึ้นนั่งบัลลังก์ไม่ครบอาทิตย์ด้วยการรัฐประหาร "พระเจ้าจิงกูจา" เช่นเดียวกัน พร้อมทั้งสถาปนาตนเองขึ้นครองกรุงรัตนอังวะ ในฐานะของกษัตริย์ลำดับที่ 6 แห่งราชวงศ์คองบอง ราชวงศ์สุดท้ายแห่งอาณาจักรพม่า

และทันทีที่พระเจ้าปดุงควบคุมความ วุ่นวายในอาณาจักรพม่าเสร็จสิ้น จึงได้ยกทัพเข้ายึดครองอาณาจักรยะไข่หรืออาระกัน ที่ยังไม่เคยมีใครครอบครองได้อย่างเบ็ดเสร็จมาก่อน จนสำเร็จในเวลาไม่นาน ทำให้พระเจ้ากรุงพม่าองค์นี้เกิดความฮึกเหิมประกาศจะทำสงครามพิชิตอาณาจักร โมกุล (อินเดีย), จีน และสยาม

แน่นอนว่าพระเจ้าปดุงเริ่มโจมตีกรุง รัตนโกสินทร์ที่เพิ่งสร้างเสร็จ และเคยเป็นเมืองขึ้นของพม่าในยุคของ "พระเจ้าอลองพญา" ผู้เป็นพ่อมาก่อน ด้วยการส่งทัพใหญ่จำนวน 9 ทัพยกเข้ามาปิดล้อมเหนือ ใต้ของอาณาจักรสยามแบบมืดฟ้ามัวดินด้วยทหารกว่าสองแสนคน

จนกลายเป็นตำนาน "สงคราม 9 ทัพ" ที่ถูกเล่าขานถึง

พระ ปรีชาสามารถในการต้านข้าศึกจำนวนมหาศาลด้วยกำลังพลที่น้อยกว่าถึงสองเท่าของ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (ร.1), สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท และสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระอนุรักษ์เทเวศร์ สืบทอดกันจนมาถึงทุกวันนี้ทั้งในรูปของหนังสือและบทละคร-ภาพยนตร์

ขยับ กลับมาสู่ปัจจุบันในปี 2555 อันเป็นปีมหามงคลแห่งปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ เนื่องจาก "สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ" ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา ในวันที่ 12 สิงหาคมนี้ "กองทัพบก" และ "ธนาคารกสิกรไทย" จึงถือโอกาสนี้จัดทำหนังสือประวัติศาสตร์และภาพยนตร์สารคดีกึ่งละคร เรื่อง "ศึกเก้าทัพ" ขึ้นมา เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พร้อมทั้งให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องราวของประวัติศาสตร์ และพระปรีชาสามารถของบูรพกษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นการกระตุ้นเลือดรักชาติให้ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา

"พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา" ผู้บัญชาการทหารบก ได้กล่าวถึงที่มาที่ไปของโปรเจ็กต์ครั้งนี้ว่า เกิดจากความชื่นชอบในเรื่องราวของสงครามเก้าทัพเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จากการที่ตนเองได้ดูภาพยนตร์และได้ศึกษาหนังสือเกี่ยวกับสงครามใหญ่ครั้ง นั้นจากในค่ายทหารมาโดยตลอด เนื่องจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเล็งเห็นว่า เรื่องราวของสงครามเก้าทัพเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ และจะช่วยให้คนไทยมีความรักชาติมากยิ่งขึ้น จึงอยากให้คนไทยโดยเฉพาะทหารได้ดูเอาไว้เป็นแบบอย่าง

"สมเด็จพระนาง เจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ รับสั่งอยู่เสมอว่าอยากให้คนไทยได้ดูสงครามเก้าทัพ เพราะเรื่องนี้จะทำให้เรารู้ว่าเราเป็นใคร รากเหง้าเป็นยังไง และรู้ว่าบรรพบุรุษของเราเก่งกล้าแค่ไหน เสียสละอะไรไปบ้าง เมื่อเราเข้าใจก็จะมีความรักชาติมากยิ่งขึ้นไปอีก"

ทางด้านคุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อของ

"ทมยัน ตี" ผู้มีบทบาทในการเขียนบทสารคดีกึ่งละคร และควบคุมดูแลเนื้อหาทั้งหมดในศึกเก้าทัพได้เปิดใจว่า "หากเราไม่สามารถเอาชนะพม่าในสงครามเก้าทัพ เราจะไม่มีกรุงเทพฯให้นั่งกันอยู่อย่างทุกวันนี้ เราจะต้องตกเป็นเมืองขึ้นของพม่า ถัดมาอีก 40 ปี เมื่อพม่าตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ ไทยก็ต้องโดนไปด้วยเพราะเป็นเมืองขึ้นของพม่า และบางทีชะตากรรมของคนไทยอาจจะต้องเป็นแบบชาวโรฮิงญาก็เป็นได้"

"ใน ฐานะบรรณาธิการหนังสือและบท ขอรับประกันว่า "ศึกเก้าทัพ" ที่กำลังจัดทำนี้ เป็นหนังสือที่คณาจารย์ค้นคว้าประมวลข้อมูลทางประวัติศาสตร์มาอย่างถูกต้อง ครบถ้วนทั้งเนื้อหา สาระ และความบันเทิงของการเล่าเรื่องที่สอดแทรกเข้าไปไม่ให้น่าเบื่อ" ทมยันตียืนยัน

สารคดีกึ่งละครเรื่อง "ศึกเก้าทัพ" สามารถรับชมได้ทางช่อง 5 ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 22.00-22.30 น. ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป หรือหากสนใจเก็บสะสมเป็นคอลเล็กชั่นสามารถสั่งซื้อ "หนังสือประวัติศาสตร์และสารคดีกึ่งละครแบบดีวีดีจำนวน 12 ตอน" ได้ที่ธนาคารกสิกรไทย ในราคาชุดละ 1,280 บาท สำหรับรายได้โดยไม่หักค่าใช้จ่ายจะมอบให้กับกองทัพบกเพื่อโรงพยาบาลค่ายทหาร ต่อไป