updated: 11 ส.ค. 2555 เวลา 18:16:00 น.
อยากรู้ไหมว่า "ที่สุดของที่สุด" ในโอลิมปิก 2012 ณ กรุงลอนดอน ครั้งนี้มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง?
ถ้าอยากรู้...พารากราฟต่อจากนี้จะทำหน้าที่ฉายภาพความเป็นที่สุดของ "ลอนดอนเกมส์ ครั้งที่ 3" ให้ทุกท่านได้เห็นกันอย่างถนัดตา
เปิด
ฉากกันที่ "เหรียญรางวัลใหญ่ที่สุด" ในประวัติศาสตร์กว่า 143 ปีของโอลิมปิก
โดยเหรียญรางวัลที่ว่านี้ถูกสร้างขึ้นมาให้มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 85
มิลลิเมตร หนัก 413 กรัม เมื่อนำมาเทียบกับเหรียญรางวัลของโอลิมปิก 2008
ที่ปักกิ่ง เมื่อ 4 ปีก่อนจะมีขนาดใหญ่กว่าถึง 2 เท่าเลยทีเดียว
มา
ต่อกันที่ "มนุษย์ที่เร็วที่สุดบนพื้นดิน" อย่าง "ยูเซน โบลต์"
นักวิ่งลมกรดทีมชาติจาไมกา ผู้สร้างสถิติโลกวิ่ง 100 เมตรด้วยเวลา 9.58
วินาทีในการแข่งขัน "เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2009" ที่กรุงเบอร์ลิน
ก่อนจะมาทำลายสถิติวิ่ง 100 เมตรโอลิมปิกที่
ตัวเองเคยทำเอาไว้เมื่อ
4 ปีก่อน พร้อมคว้าเหรียญทองมาครองแบบนิ่ม ๆ ด้วยเวลา 9.63 วินาที
ด้วยสถิติความเร็วบนภาคพื้นดินดังกล่าว
จึงไม่น่าแปลกใจที่คนทั้งโลกจะยกตำแหน่งเจ้าลมกรดให้โบลต์ครอบครอง 
ตามมาด้วย "มนุษย์ที่เร็วที่สุดในน้ำและเก่งที่สุด" ตำแหน่งนี้คงยกให้ใครไม่ได้ นอกจาก "ไมเคิล เฟลป์ส" เงือกหนุ่ม วัย 27 ปี
ทีมชาติสหรัฐอเมริกา ผู้เป็นตำนานอันยิ่งใหญ่ของวงการว่ายน้ำโลก
ที่เพิ่งจะประกาศรีไทร์ตัวเองจากสระด้วยคำพูดสุดเท่ หลังคว้าเหรียญทองที่ 18 และเหรียญโอลิมปิกที่ 22 ของตัวเองว่า
"ผม
ไม่อยากว่ายอีกแล้วใน 3 ปีนี้ โอลิมปิกคราวหน้าผมจะอายุเกิน 30
ซึ่งผมมองว่าผมคงจะพอซะที ผมได้มาทุกอย่างที่ผมต้องการ
ผมปิดฉากอาชีพได้อย่างสุดวิเศษตามความปรารถนาของผม
หน้าที่ของผมได้จบลงแล้ว"
ด้าน "นักกีฬาที่เด็กที่สุด"
ในลอนดอนเกมส์ปีนี้คือ "จอยซ์ ตาฟาตาธา" เงือกสาว วัย 14 ปี ทีมชาติมาลาวี
แต่ถ้าเป็น "นักกีฬาเด็กที่สุดที่ได้รับเหรียญทอง" ต้องเป็น "เย่ ชีเหวิน"
นัก
ว่ายน้ำชาวจีน ที่กระชากเหรียญทองโอลิมปิกมาครองด้วยวัยเพียง 16 ปีเท่านั้น
ส่วน "นักกีฬาที่แก่ที่สุด" ต้องยกให้ "ฮิโรชิ โฮเคทซึ"
นักขี่ม้าข้ามสิ่งกีดขวางรุ่นดึก วัย 71 ปี ของทีมชาติญี่ปุ่น
ส่วน "นักกีฬาที่พ็อปและเป็นขวัญใจแม่ยกมากที่สุด" คงต้องยอมยกตำแหน่งนี้ให้กับ "ทอม ดาลีย์" นักกระโดดน้ำจากทีม
สหราชอาณาจักร วัย 18 ปี ที่เรียกเสียงกรี๊ดจากสาวน้อยสาวใหญ่ได้ทั่วทั้งโลก จนถึงขนาดที่ "เชอรีล โคล" ดารา-นักร้อง-นางแบบ
สุด
สวย อดีตภรรยาของ "แอชลีย์ โคล" แบ็กซ้ายทีมชาติอังกฤษ
ทวิตข้อความถึงทอมว่า "ฉันคิดว่าคุณมหัศจรรย์มาก
ช่วยสอนฉันหัดกระโดดน้ำบ้างได้ไหม ?"
สำหรับเรื่องที่
"นักกีฬาดราม่าน้ำตานองมากที่สุด" คงจะหนีไม่พ้น "ชิน อา ลัม"
นักกีฬาฟันดาบหญิง ประเภทเอเป้ ทีมชาติเกาหลีใต้
ที่ปล่อยโฮชุดใหญ่ออกมาพร้อมกับประท้วงกรรมการด้วยการไม่ยอมออกจากสนาม
หลังจากถูกปล้นชัยชนะด้วยการตัดสินที่ผิดพลาดของกรรมการในรอบรองชนะเลิศ
ที่พบกับ "บริททา "ไฮเดมันน์"
นักฟันดาบทีมชาติเยอรมัน
จนชวดเข้าไปชิงเหรียญทองอย่างน่าเสียดาย
ก่อนที่เรื่องจะจบลงด้วยการออกมายอมรับผิดแบบกลาย ๆ ของ
"สหพันธ์ฟันดาบนานาชาติ" ด้วยการมอบรางวัลพิเศษปลอบใจ แต่ชิน อา ลัม
ปฏิเสธที่จะรับ
และเรื่องที่ "เซอร์ไพรส์ที่สุด"
ในโอลิมปิกครั้งนี้ เชื่อว่าหลายคนคงจะเดาออก
นั่นคือการเข้าร่วมพิธีเปิดลอนดอนเกมส์อย่างตื่นตาตื่นใจของ
"สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2"
ที่เข้าสนามมาด้วยการกระโดดร่มจากเฮลิคอปเตอร์ (ฉากนี้ใช้สตันต์แสดงแทน)
ก่อนที่จะมาเดินทางแขวนเข้างานพร้อม "แดเนี่ยล เคร็ก" ในมาดพยัคฆ์ร้าย 007
หรือเจมส์ บอนด์
ปิดท้าย "ประเทศที่มีพัฒนาการมากที่สุด"
คงต้องให้กับ "เกาหลีใต้" ที่มีพัฒนาการด้านกีฬาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
เพราะถ้าลองย้อนกลับไปเมื่อ 12 ปีก่อน
ที่ซิดนีย์เกมส์ 2000
โสมขาวคว้าเหรียญรางวัลได้เป็นลำดับที่ 12 อีก 4 ปีต่อมากับเอเธนส์เกมส์
2004 อยู่ในอันดับ 9 และโอลิมปิก 2008 ที่ปักกิ่งเข้าป้ายที่ 7
จนกระทั่งในปัจจุบันรั้งอยู่ในอันดับที่ 4 ไม่แน่ว่าโอลิมปิกในอีก 4
ปีข้างหน้า โสมขาวอาจจะมีลุ้นขยับขึ้นไปอยู่ในอันดับที่สูงกว่านี้ก็เป็นได้
ส่วนประเทศไทยปีนี้คว้าเหรียญรางวัลได้ต่ำที่สุดในรอบ 8 ปี
คงต้องมาลุ้นทำผลงานกันใหม่ใน "โอลิมปิก 2016" ณ กรุงริโอ เด จาเนโร
ประเทศบราซิล
