updated: 15 ส.ค. 2555 เวลา 17:39:08 น.
สรรพสามิตดับฝัน "โตโยต้า" ส่งอีโคคาร์เข้าร่วมโครงการรถคันแรก
อธิบดียันต้องเป็นรถที่ผลิตและจำหน่ายในปี"55
ปิดทางผู้ผลิตเอารถเปิดตัวปีหน้ามาเข้าโครงการ
เปิดข้อมูลค่ายโตโยต้ามีเก๋งเข้าโครงการถึง 48 รุ่น ขณะที่ "อีซูซุ"
ครองแชมป์รถเข้าโครงการมากสุด 120 รุ่น เผย "แจ๊ซ-ไฮบริด" และ "โซนิค"
ได้รับสิทธิ์แล้ว
จากกรณีที่มติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 30
ก.ค.ที่ผ่านมาได้ขยายเวลาการส่งมอบรถยนต์ในโครงการรถคันแรกออกไปแบบไม่มี
กำหนด เพียงแต่ผู้ที่เข้าร่วมโครงการต้องจองซื้อภายใน 31 ธ.ค. 2555
ทั้งนี้มีกระแสข่าวระบุว่า บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
ซึ่งมีแผนจะเปิดตัว
"อีโคคาร์" ในช่วงเดือนมีนาคม 2556
อาจปรับแผนโดยนำอีโคคาร์มาเปิดตัวในงานมหกรรมยานยนต์ช่วงปลายปีนี้
พร้อมกับเปิดให้ประชาชนสั่งจองซื้อล่วงหน้าเพื่อขอรับสิทธิ์แต่ส่งมอบในปี
2556
นางเบญจา หลุยเจริญ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยกับ
"ประชาชาติธุรกิจ" ว่า
จากมติคณะรัฐมนตรีที่ได้อนุมัติการขยายเวลาการส่งมอบรถยนต์ในโครงการรถยนต์
คันแรกนั้น เนื่องจากเห็นว่าบริษัท
ผู้ผลิตอาจมีปัญหาส่งมอบรถไม่ทัน
อย่างไรก็ตาม ต้องไม่เอื้อประโยชน์แก่ผู้ประกอบการมากจนเกินไป
เพียงแต่ช่วยเหลือให้ส่งมอบรถยนต์ได้ตามเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น
อธิบดี
กรมสรรพสามิตยืนยันว่า
รถยนต์ที่จะได้รับสิทธิ์เข้าโครงการรถคันแรกต้องผ่านเงื่อนไขที่กำหนดไว้ใน
โครงการ โดยจะต้องเป็นรถยนต์ที่ผลิต เสียภาษี
สรรพสามิตและเริ่มจำหน่ายในปี 2555 เท่านั้น ส่วนรถยนต์ที่ค่ายรถจะนำออกเปิดตัวในปีหน้า หากยังไม่ได้ผลิต เสียภาษี
สรรพ
สามิตและเริ่มจำหน่ายในปีนี้ จะไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้โดยเด็ดขาด
นอกจากนี้ผู้ประกอบการต้องหารือกับกรมสรรพสามิตเกี่ยวกับรายละเอียดของรถที่
จะนำเข้าโครงการดังกล่าวก่อนจึงจะได้สิทธิ์ในการเข้าร่วมโครงการ
"รถ
ที่จะเปิดตัวปีหน้าเข้าร่วมโครงการไม่ได้ เพราะเราบอกแล้วว่า
ต้องเป็นรถที่จำหน่ายในปีนี้ คือเราให้เลื่อนส่งมอบ ไม่ใช่เลื่อนโครงการ
และรถที่จะเข้าโครงการก็ต้องมาให้กรมดูก่อน ว่ามีการผลิตและเสียภาษี ณ
โรงงานอุตสาหกรรมแล้วในปีนี้ ดังนั้นยืนยันว่า
ไม่ได้เอื้อให้ผู้ประกอบการขนาดนั้นแน่นอน" นางเบญจากล่าวและว่า
หาก
มีกรณีค่ายรถยนต์จะนำรถต้นแบบมาให้จองในปีนี้
หรือในงานมอเตอร์โชว์ช่วงปลายปีนี้
แต่หากไม่เข้าเงื่อนไขตามที่ระบุก็ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้เช่นกัน
ทั้ง
นี้ สำหรับเงื่อนไขรถยนต์คันแรกที่กำหนดไว้ตามมติ ครม.เดิมคือ
1.ต้องเป็นรถยนต์ใหม่คันแรกที่ซื้อตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. 2554 จนถึงวันที่
31 ธ.ค. 2555 2.เป็นรถยนต์ราคาขายปลีกไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อคัน
3.เป็นรถยนต์นั่งขนาดความจุกระบอกสูบไม่เกิน 1,500 ซีซี หรือรถยนต์กระบะ
(ปิกอัพ) หรือรถยนต์กระบะ 4 ประตู (Double Cab)
4.เป็นรถยนต์ที่ผลิตขึ้นในประเทศ
ไม่รวมถึงรถยนต์ที่ประกอบจากชิ้นส่วนนำเข้าใช้แล้วจากต่างประเทศ
(รถยนต์จดประกอบ)
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
ข้อมูลจากเว็บไซต์กรมสรรพสามิตรายงานล่าสุด ณ วันที่ 6 ส.ค. 2555
เปิดเผยถึงจำนวนยี่ห้อและรุ่นของรถยนต์ที่เข้าร่วมโครงการรถคันแรก
พบว่าสำหรับรถยนต์นั่งมีทั้งหมด 9 ยี่ห้อ รวม 161 รุ่น
มากที่สุดคือยี่ห้อโตโยต้า จำนวน 48 รุ่น รองลงมายี่ห้อ มาสด้ามี 36 รุ่น
ยี่ห้อฮอนด้ามี 20 รุ่น (รวมแจ๊ซ-ไฮบริด) ยี่ห้อเชฟโรเลต 19 รุ่น
(รวมโซนิค) ยี่ห้อนิสสัน 14 รุ่น ยี่ห้อมิตซูบิชิ 10 รุ่น ยี่ห้อฟอร์ด 7
รุ่น ยี่ห้อเกีย 5 รุ่น และยี่ห้อซูซูกิ 3 รุ่น
ส่วนรถกระบะปิกอัพ
มีทั้งสิ้น 8 ยี่ห้อ รวม 248 รุ่น มากที่สุดเป็นยี่ห้ออีซูซุมี 64 รุ่น
รองลงมาคือโตโยต้า 43 รุ่น ยี่ห้อเชฟโรเลต 37 รุ่น ยี่ห้อมิตซูบิชิ 28 รุ่น
ยี่ห้อนิสสัน 22 รุ่น ยี่ห้อมาสด้า 20 รุ่น ยี่ห้อฟอร์ด 19 รุ่น
และยี่ห้อทาทา 15 รุ่น
ขณะที่ในส่วนของรถกระบะดับเบิลแค็บมี 8
ยี่ห้อ รวม 210 รุ่น มากที่สุดคือยี่ห้ออีซูซุมี 56 รุ่น
รองลงมายี่ห้อโตโยต้า 47 รุ่น ยี่ห้อเชฟโรเลต 29 รุ่น ยี่ห้อมิตซูบิชิ 24
รุ่น ยี่ห้อนิสสัน 20 รุ่น ยี่ห้อฟอร์ด 16 รุ่น ยี่ห้อมาสด้า 14 รุ่น
และยี่ห้อทาทา 4 รุ่น
โดยกรมสรรพสามิตอ้างถึงผลการสำรวจข้อมูลเบื้อง
ต้นจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์
คาดว่าในปีนี้จะมียอดสั่งจองรถยนต์ที่เข้าข่ายตามหลักเกณฑ์รถยนต์ใหม่คันแรก
ประมาณ 425,000 คัน สำหรับยอดขอใช้สิทธิ์คืนภาษีรถคันแรก ณ วันที่ 23
ก.ค.อยู่ที่ประมาณ 1.1 แสนคัน คิดเป็นเงินกว่า 8 พันล้านบาท
แหล่ง
ข่าวจากบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวกับ
"ประชาชาติธุรกิจ" ถึงความชัดเจนของนโยบายรถยนต์คันแรกว่า
ขณะนี้โตโยต้ารวมทั้งค่ายรถยนต์ต่าง ๆ
ยังต้องรอศึกษารายละเอียดและข้อกำหนดอื่น ๆ
โดยเฉพาะเงื่อนไขระยะเวลาการส่งมอบและรถยนต์ที่เข้าข่ายร่วมโครงการ
ส่วน
ประเด็นที่หลายฝ่ายต่างเป็นกังวลและคาดการณ์ล่วงหน้าว่า
โตโยต้าจะตัดสินใจนำอีโคคาร์
หรือรถต้นแบบของอีโคคาร์มานำเสนอก่อนแผนงานเดิมที่จะแนะนำออกสู่ตลาดราวไตร
มาสที่ 1-2 ของปี 2556
บริษัทขอยืนยันว่า
ทุกอย่างยังเป็นไปตามนโยบายเดิม พร้อมทั้งกรรมการผู้จัดการใหญ่
นายเคียวอิจิ ทานาดะ ก็ได้ยืนยันมาโดยตลอดว่า
โครงการอีโคคาร์ของโตโยต้านั้นเดินหน้าไปตามเเผนงานที่วางไว้เดิม
และไม่มีทางที่บริษัทจะเลื่อนระยะเวลาให้เร็วขึ้นเพื่อดึงตลาดในกลุ่มลูกค้า
ที่ซื้อรถยนต์คันแรกแน่นอน
ขณะที่แหล่งข่าวระดับสูงจากแวดวง
อุตสาหกรรมยานยนต์ได้ประเมินสถานการณ์ของตลาดรถยนต์คันแรกที่คาดว่าจะเกิด
ขึ้นในปีนี้ว่า กลุ่มค่ายรถยนต์ขนาดใหญ่นั้นยังมีปัญหาด้านกำลังการผลิต
เพราะตอนนี้ใช้กันอย่างเต็มที่แล้ว
ไม่สามารถเร่งหรือเพิ่มกำลังการผลิตได้มากกว่าเเผนเดิมที่เตรียมในปีนี้
ดัง
นั้นให้จับตากลุ่มค่ายรถยนต์ขนาดกลางและขนาดเล็กที่วันนี้กำลังการผลิตยังพอ
มีเหลือ
อาจจะเร่งเครื่องเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อผลิตรถออกมาตอบสนองความต้องการ
ลูกค้า โดยเฉพาะเพื่อใช้สิทธิ์รถยนต์คันแรก
