updated: 17 ส.ค. 2555 เวลา 17:05:50 น.
รัฐบาลจัดแถว "พลังงาน" หลัง 15
ส.ค.นี้ ปรับราคาใหม่ยกแผง ภาคขนส่งเตรียมทำใจ "แอลพีจี" ขึ้น 75 สตางค์/ลิตร "แอลพีจี" มีลุ้น งัด
"บัตรเครดิตพลังงานยกกำลังสอง" เยียวยาด้วยกลยุทธ์ลดแหลกแจกสิทธิ์เพียบ ส่วน "ค่าไฟฟ้า" ขอขยับรอบ
ก.ย.-ธ.ค.ไม่เกิน 58 สตางค์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
มีนโยบายตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2555 เป็นต้นไป
ถึงกำหนดจะต้องจัดระบบโครงสร้างราคาพลังงาน 3 หมวดหลักประกอบด้วย หมวดแรก ก๊าซธรรมชาติ (NGV)
ที่รัฐบาลตรึงราคามาเป็นเวลา 3 เดือนคือ ตรึงไว้ที่ 10.50 บาท/ กิโลกรัม ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG)
ตรึงไว้ที่ 21.13 บาท/กิโลกรัม
ซึ่งกำลังรอผลการศึกษาค่าผ่านท่อส่งก๊าซภายในช่วงเวลาที่เหลือก่อนการเสนอที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ
(กพช.) พิจารณาอนุมัติ
หมวด 2 ค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (Ft) ในรอบระหว่างเดือนกันยายน-ธันวาคม
2555 หมวด 3 การนำบัตรเครดิตพลังงานเฟส 2 เข้ามาช่วยบรรเทาความเดือดร้อนภาคขนส่งแก่กลุ่มผู้มีรายได้น้อย
ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรถสาธารณะ 4 กลุ่มคือ รถแท็กซี่ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง รถสามล้อเครื่อง (ตุ๊กตุ๊ก)
สามารถซื้อเชื้อเพลิงราคาถูกลง รวมถึงรับสิทธิประโยชน์อื่น ๆ
เกี่ยวกับค่าครองชีพ
แหล่งข่าวระดับสูงจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า
แผนทยอยปรับราคาแอลพีจีภาคขนส่ง รัฐบาลอาจจะต้องกลับมาใช้แนวทางเดิมตามมติ กพช.อนุมัติให้ขึ้นได้ 75
สตางค์/กิโลกรัม/เดือน เช่นเดียวกับภาคอุตสาหกรรมได้ปรับให้เท่าราคาหน้าโรงกลั่น
สะท้อนราคาตลาดโลกแล้วที่ 24.86 บาท/กิโลกรัม รวมถึงอาจพิจารณามาตรการอื่น ๆ
เพิ่มเติมเพื่อลดการใช้แอลพีจีภาคขนส่งลง ควบคู่กับการทยอยขึ้นราคา
เพราะหากยอดการใช้ยังเติบโตต่อเนื่องไทยต้องนำเข้าในรูปของก๊าซธรรมชาติ (NGV)
ซึ่งมีราคาแพงกว่าแอลพีจีในไทย ส่งผลเสียให้ต้องชดเชยราคามากขึ้นตามสัดส่วนนำเข้า

ส่วนโครงสร้างราคาเอ็นจีวี จะพิจารณาต้นทุนตามที่สถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ศึกษาไว้ 12-13 บาท/กิโลกรัม ต่ำกว่าที่สถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
ศึกษาไว้ที่ 14.50 บาท/กิโลกรัม และอาจใช้มติ กพช.เดิมให้ทยอยขึ้นราคาจาก 10.50 บาท/กิโลกรัม
ไปครั้งละ50 สตางค์/เดือน
"ถึงจะยังไม่มีข้อสรุปโครงสร้างราคาพลังงานแน่ชัด
แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเตรียมเปิดตัวบัตรเครดิตพลังงานกำลังสองชุดใหม่วันที่ 15 สิงหาคมนี้
หลังขึ้นราคาเอ็นจีวีและแอลพีจีแล้วจะเยียวยาโดยขยายกลุ่มผู้รับบัตรเครดิตให้ครอบคลุม 4 กลุ่ม
ใช้เงื่อนไขสิทธิทั้งวงเงินการใช้บัตร 3,000 บาท/เดือน สามารถใช้บัตรนี้ได้ที่สถานีบริการน้ำมัน ปตท.
เติมน้ำมัน ก๊าซเอ็นจีวี และแอลพีจี อนาคตจะเพิ่มสิทธิให้ซื้อสินค้าอื่นในสถานีบริการน้ำมันได้ด้วย
และขยายสู่ปั๊มอื่น เช่น บางจาก เชลล์"
อย่างไรก็ตาม
ที่ผ่านมาแม้จะมีปัญหาได้รับบัตรเครดิตพลังงานนำบัตรไปรูดวงเงินมาใช้แล้วไม่จ่ายคืนธนาคาร
เนื่องจากช่วงแรกผู้ขับรถแท็กซี่เข้าใจว่ารัฐบาลให้สิทธิ์ใช้ฟรีในวงเงิน 3,000 บาท
แต่หลังจากประชาสัมพันธ์จนผู้ใช้เข้าใจแล้ว ยอดการค้างชำระบัตรเครดิตพลังงานลดลงเรื่อย
ๆ
ประกอบกับธนาคารกรุงไทยจัดทีมเจ้าหน้าที่ติดตามทวงหนี้ตลอด
กระทรวงจึงตั้งเป้าหมายใหม่โครงการบัตรเครดิตพลังงานเดิมบัตรเครดิตพลังงานกำลังสองจะมีหนี้ที่ไม่ชำระ
(NPL) ลดลง
พลตำรวจโทวิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน
ในฐานะประธานคณะทำงานบัตรเครดิตพลังงานยกกำลังสองกล่าวว่า วางแผนทยอยอนุมัติบัตรตั้งแต่ 1
ตุลาคมนี้เป็นต้นไป และประเมินเบื้องต้นจะมีผู้สนใจสมัครถึง 3 แสนราย เพื่อนำไปใช้เติมน้ำมันแก๊สโซฮอล์
91 และ 95 โดยได้ส่วนลดทุกครั้ง 3 บาท/ลิตร ซื้อน้ำมันหล่อลื่น และซื้อสินค้าในร้านจิฟฟี่ลด 15%
ขยายเวลาชำระเงินคืนแบบไม่คิดดอกเบี้ยเป็น 45 วัน จากเดิม 30 วัน
แลกแบ่งจ่ายชำระเงินคืนได้ที่สถานีบริการ ปตท. ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น
นอกเหนือจากเคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทย หากใช้บัตรติดต่อกัน 10
เดือนมีเครดิตชำระเงินคืนดีจะได้รับสิทธิ์เพิ่มวงเงินจาก 3,000 เป็น 5,000
บาท/เดือน
ด้านนายสุเทพ ฉิมคล้าย ผู้ช่วยผู้ว่าการแผนงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
เปิดเผยว่า ในการพิจารณาปรับขึ้นค่าไฟฟ้าครั้งใหม่สูงสุดจะไม่เกิน 58 สตางค์/หน่วย
แต่จะปรับขึ้นเท่าไรขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)
และไม่จำเป็นต้องทำประชาพิจารณ์ เพราะค่าเอฟทีเป็นไปตามราคาต้นทุน และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
(กฟผ.) เตรียมประชุมเพื่อหารือถึงตัวเลขที่เหมาะสมสำหรับการประกาศขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft)
งวดกันยายน-ตุลาคม 2555 ซึ่งทางคณะกรรมการทั้งสองฝ่ายจะประชุมร่วมกันในสัปดาห์สุดท้ายเดือนสิงหาคมนี้
วาระหลักเป็นเรื่องพิจารณาต้นทุนการผลิตไฟฟ้าตามราคาพลังงานช่วงที่ราคาน้ำมันดิบดูไบปรับระดับ 120
เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล โดยไม่รวมที่ กฟผ.แบกภาระงวดที่ผ่านมาระหว่างพฤษภาคม-สิงหาคมไว้ 20 สตางค์
รวมแล้ว 14,000 ล้านบาท หากจะให้แบกต่อต้องพุ่งขึ้นไปราว 20,000 ล้านบาท
