updated: 20 ส.ค. 2555 เวลา 12:43:38 น.
เป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่ประกาศเป็นรายต้น ๆ สำหรับแผนการเติบโตด้วยการลงทุนนอกบ้าน โดยเฉพาะในตลาดจีนและอาเซียนที่เป็นตลาดของโอกาสและพลังซื้อที่มหาศาล "กอบชัย
จิราธิวัฒน์" กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เปิดใจถึงแนวทางการลงทุนหลังจากที่เมืองไทยเซ็นทรัลพัฒนาได้ปักธงเข้ายึดเต็มพื้นที่
ไม่ว่าจะเป็นเมืองหลวง เมืองหลักท่องเที่ยว และเมืองตะเข็บชายแดนด่านการค้า รวมถึงต่อข้อซักถามประเด็นความล่าช้าในโปรเจ็กต์ตะลุยเมืองจีน ที่อาจรวมไปถึงการเข้าไปเปิดบุกตลาดอาเซียนช้าไป หรือไม่เมื่อภาพการเคลื่อนทัพของกลุ่มทุนญี่ปุ่นขนาดใหญ่ที่นำร่องปูพรมสาขาทั่วอาเซียนด้วยเป้าหมาย 100 สาขาในจีน และ 50 สาขาในอาเซียนภายในปี 2020
- ซีพีเอ็นบอกมีแผนโฟกัสตลาดอาเซียน อินโดจีน
![]() |
แต่การเข้าไปลงทุนถือว่าช้าไปหรือเปล่า เมื่อกลุ่มทุนญี่ปุ่น "อิออน มอลล์" เตรียมลงทุนครั้งใหญ่ แถมเดินสายดึงซัพพลายเออร์ร้านค้าเมืองไทยไปร่วมเปิด
อืมมม...ในมุมของเราก็ยังถือว่าทัน
อิออนเขาจะทำศูนย์อีกแบบที่แตกต่างจากที่เราจะไป อิออนจะเป็นศูนย์แบบอาคารเตี้ยหน่อย อาคารสูงขนาด 4 ชั้น แต่ที่เราจะไปก็จะเป็นแบบสไตล์เรา ที่ตื่นเต้น แปลกใหม่ และเรียกเสียงฮือฮาได้เหมือนทุกครั้งที่เราเปิดสาขาในเมืองไทย
จะไปในคอนเซ็ปต์บรรยากาศหรูหรา แต่สินค้าและราคาของสินค้าทุกคนสามารถจับต้องและซื้อหาได้ ก็ไปดูทำเลและพื้นที่ ลักษณะประเทศความเป็นอยู่ก็คล้ายเมืองไทย ทำให้สามารถเข้าใจและรู้พฤติกรรมลูกค้าได้ง่ายขึ้น ดูประกอบกันหลายอย่างรวมถึงที่ตั้งและทำเลด้วย ตอนนี้ยังบอกไม่ได้หรอกว่าจะได้เห็นปีนี้หรือปีหน้า แต่เอาเป็นว่า...ไม่นานเกินรอ
- สถานการณ์แอสเซตในประเทศตะวันตกและยุโรปตอนนี้ อยู่ในแผนการลงทุนที่ซีพีเอ็นสนใจไหม
ก็เป็นไปได้ แต่จุดมุ่งเน้นหลักเลยเราคงโฟกัสที่ตลาดอาเซียนเป็นหลักก่อน แต่ในยุโรปเราก็ตาม ๆ ดู เพราะตอนนี้ก็เหมือนยังไม่นิ่ง ซึ่งเราก็ยังไม่แน่ใจว่าไหลลงมาจนถึงจุดต่ำสุดหรือยัง ก็ต้องรอ เป็นจังหวะที่เราต้องรอเพื่อให้ถึงจุดที่ดีที่สุดต่อการลงทุน เพราะถ้าเรารีบซื้อตอนนี้แล้วมันไหลลงไปอีกก็แปลว่าเราซื้อในราคาที่สูงไป
- ที่ผ่านมาโปรเจ็กต์แรกในต่างประเทศของซีพีเอ็นล่าช้า โดยเฉพาะ "ชิงเต่า" ประเทศจีนเพราะอะไร
ก็ยังคงไปต่อ แต่ตอนนี้ยังติดอยู่ที่ในส่วนของพาร์ตเนอร์ธุรกิจที่ให้ต้องรอ เพราะสภาพตอนนี้รัฐบาลจีนที่มีบทบาทในทางเศรษฐกิจนั้นเขาเริ่มเข้าไปคุมการให้กู้ การลงทุนภาคอสังหาริมทรัพย์
ซึ่งบริษัทพาร์ตเนอร์เราเป็นบริษัทเซี่ยงไฮ้ขนาดใหญ่ที่มีบทบาทในภาคธุรกิจ
อสังหาฯ ทำให้โดนผลกระทบจากการที่รัฐบาลจีนแตะเบรกการขยายตัวของธุรกิจอสังหาฯ
อีกอย่างเราไม่ได้เป็นหุ้นใหญ่ เราเป็นหุ้นเล็กส่วนหนึ่งที่มีพื้นที่ 30-40 ไร่เท่านั้นในโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ 200 ไร่นี้ เราก็เลยต้องรอเขา ซึ่งเซ็นเอ็มโอยูไปแล้ว เราถือหุ้น 30% ถือว่าน้อยเพราะว่าเราเพิ่งเข้าไปในตลาดจีนครั้งแรกอยากลองทำในลักษณะของการเรียนรู้ก่อน เพื่อที่ว่าจะได้ไม่เสี่ยงมาก ส่วนอีก 70% ที่เหลือก็เป็นเจ้าของที่ดิน ทำให้ปัจจุบันโครงการยังคงไม่เดินหน้ามากนัก เขาบอกให้รอ เราก็เลยได้แต่รอ
- ล่าสุดระดมทุน 4.5 พันล้านก้อนนี้จะเอาไปทำอะไรบ้าง
การออกกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (CPNCG) ครั้งนี้ ในส่วนอาคารสำนักงานดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ อายุประมาณ 20 ปี มูลค่า 4,200-4,500 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่าง
ขั้นตอนการอนุมัติจัดตั้ง คาดว่าจะพร้อมเริ่มเสนอขายได้ประมาณปลายเดือน ส.ค.หรือต้นเดือน ก.ย.นี้ โดยเงินจำนวนดังกล่าวจะใช้สำหรับการลงทุนขยายธุรกิจตามแผนงานการเติบโตเดิมที่วางไว้
แผนการลงทุนก็ยังคงต่อเนื่องตามแผนเดิม โดยเราจะพยายามรักษาระวังเรื่องหนี้สินต่อทุนและรักษาสัดส่วนให้มีความเหมาะสมแทนที่จะไปกู้เงินเราก็จะนำเงินตรงนี้ไปลงทุนต่อเนื่อง และรักษาเป้าหมายการเติบโตของรายได้ในปีนี้ที่ 30% จากปีก่อนไว้
- กำลังซื้อและภาพรวมตลาดค้าปลีกปีนี้
ตลาดส่งออกที่เริ่มมีปัญหาอาจมีผลทางอ้อมกับตลาดรีเทลหรือกำลังซื้อภายในประเทศ แต่ภาพที่เป็นบวกก็ยังคงมีเรื่องของการเมืองที่ยังนิ่งและนโยบายของรัฐ
หลาย ๆ อย่างที่เข้ามาเป็นตัวกระตุ้น เศรษฐกิจภายในประเทศให้ขยายตัวได้ และที่ต้องยังคงจับตามองคือเศรษฐกิจจีนที่เริ่มชะลอตัวในหลาย ๆ เซ็กเมนต์ธุรกิจเพื่อความไม่ประมาทนั้น ก็มีผลต่อเศรษฐกิจทั่วโลกที่รอกำลังซื้อจีนที่เป็นความหวัง เพราะจีนเงินเยอะ ค้าขายมีกำไรตลอดเวลา

