ประชาชาติธุรกิจ
ไอซีที

วันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ยักษ์ "อินเทล" รับบทป๋าดัน ปักธง "คลาวด์คอมพิวเตอร์" ในไทย

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 03 ก.ย. 2555 เวลา 12:33:13 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ในบ้านเราพูดถึง "คลาวด์คอมพิวติ้ง" มาพักใหญ่ ๆ แล้ว ล่าสุด "อินเทล" ผู้ผลิตชิปเซตรายใหญ่ก็ออกโรงมาแสดงจุดยืนสนับสนุนคลาวด์คอมพิวติ้งด้วย เพื่อกระตุ้นให้องค์กรในประเทศไทยหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้น ซึ่งอันที่จริงองค์กรใหญ่ ๆ ของไทยก็เริ่มหันมาวางแผนเพื่อใช้เทคโนโลยี "คลาวด์" อย่างจริงจังแล้ว

"เอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ" กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทล ไมโคร อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด พูดถึงภาพรวมการใช้เทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้งในประเทศไทยขณะนี้ว่า คลาวด์คอมพิวติ้งเป็นการพยายามจัดการทรัพยากรที่มีให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด จากการใช้งานผ่านสื่ออินเทอร์เน็ตตั้งแต่ซีพียู, เน็ตเวิร์ก และสตอเรจ เป็นการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่บนอินเทอร์เน็ตให้คนในองค์กรใช้กันเองเป็นไพรเวตคลาวด์ หรือให้คนทั่วไปใช้ในรูปแบบพับลิกคลาวด์ เช่น จีเมล์, สกายไดรฟ์, ดรอปบ็อกซ์ เป็นต้น



"คลาวด์คอมพิวติ้งเริ่มใกล้ตัวเรามากขึ้น โดยส่วนตัวมองว่าทุกฝ่ายได้ประโยชน์กันหมด เราจะได้เห็นบริการต่าง ๆ ในรูปแบบคลาวด์คอมพิวติ้งมากขึ้น สำหรับคลาวด์คอมพิวติ้งในไทยจะมาจากกลุ่มองค์กรขนาดใหญ่เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งตอนนี้เหมือนกับยุคที่เราพยายามให้ข้อมูลตลาดเรื่องประโยชน์ของเวอร์ชวลแมชีนเมื่อ 3-4 ปีก่อน คือยังเป็นช่วงเริ่มต้น เป็นช่วงพิสูจน์ให้องค์กรเห็นประสิทธิภาพว่าคลาวด์คอมพิวติ้งช่วยจัดการการทำงานขององค์กร หรือการทำงานของผู้บริโภคให้มีประสิทธิภาพสูงสุด"

ในท้ายที่สุดอาจไม่มีใครเป็นเจ้าของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ต่าง ๆ อีกต่อไป แต่จะกลายเป็นผู้เช่าใช้กันหมด ซึ่งภาระการจัดการจะตกเป็นของผู้ให้บริการซึ่งเป็นบริษัทไอทีรายใหญ่ ๆ แทน

ในบ้านเราคลาวด์คอมพิวติ้งอยู่ในช่วงของการรับรู้, เรียนรู้ และติดตั้งใช้งาน ซึ่งบรรดาบริษัทขนาดใหญ่ไม่มีปัญหา ส่วนใหญ่มีแผนการใช้งานคลาวด์หมดแล้ว

ส่วนบริษัทไม่ใหญ่มากกำลังให้ความสนใจ และเริ่มหาเวนเดอร์ไอทีมาให้คำปรึกษา รวมไปถึงการเลือกรูปแบบการบริการคลาวด์คอมพิวติ้งที่จะใช้งาน ขณะที่กลุ่มบริษัทเอสเอ็มบีในไทยยังไม่ค่อยพูดถึงมากนัก ทั้งที่น่าจะได้ประโยชน์จากการใช้คลาวด์คอมพิวติ้งมากที่สุด เพราะตัดภาระการดูแลด้านไอทีให้ผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งมักมีปัญหาเรื่องการจัดการไอที เพราะขาดความพร้อมด้านบุคลากรอยู่แล้ว

"ผู้ให้บริการโทรคมนาคมในไทยน่าจะแสดงบทบาทผลักดันให้เกิดการใช้คลาวด์คอมพิวติ้งในกลุ่มเอสเอ็มบีได้ชัดเจนที่สุด เพราะทำหน้าที่เป็นเซอร์วิสโพรไวเดอร์ให้บริการด้านแอปพลิเคชั่น, เช่าใช้อุปกรณ์ไอทีหรือให้คำปรึกษาด้านคลาวด์คอมพิวติ้งได้ แต่ยังไม่เห็นมีใครมาเล่นตลาดนี้ อาจเพราะข้อมูลยังไปถึงเอสเอ็มบีในไทยได้ไม่ทั่วถึง เนื่องจากบ้านเรามีเอสเอ็มบีเยอะมาก ที่เห็นใช้กันยังเป็นรูปแบบการติดต่อใช้งานกับบริษัทผู้ให้บริการข้ามชาติ เช่น กูเกิลหรือไมโครซอฟท์ด้วยตนเอง ซึ่งอาจมีปัญหาเรื่องภาษาอยู่บ้าง"

บิ๊กอินเทลพูดถึงการผลักดันการใช้ "คลาวด์คอมพิวติ้ง" ของอินเทลในประเทศไทยว่า บทบาทอินเทลคือการเป็นตัวส่งเสริมและอยู่เบื้องหลัง เนื่องจากไม่มีสินค้าจำหน่ายโดยตรง โดยเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่ม "โอเพ่นดาต้าเซ็นเตอร์อัลไลแอนซ์" หรือโอดีซีเอ ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2553 เพื่อให้คำแนะนำบริษัทต่าง ๆ ในการปรับตัวเรื่องอะไรบ้างสำหรับการหันมาใช้เทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้ง

มีเป้าหมายคือเร่งผลักดันตลาดให้ใช้คลาวด์คอมพิวติ้ง, ทดสอบโซลูชั่นคลาวด์คอมพิวติ้งแบบต่าง ๆ รวมไปถึงการแบ่งปันกรณีตัวอย่างของบริษัทที่มีการปรับตัว ใช้คลาวด์คอมพิวติ้งได้ดีเพื่อให้บริษัทอื่นทำตาม และเป็นการสร้างมาตรฐานกลางให้เกิดการเปิดกว้างของเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ด้านดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อให้ผู้ใช้เปลี่ยนผู้ผลิตอุปกรณ์รายใหม่ได้โดยไม่มีปัญหากับการทำงานของเซิร์ฟเวอร์

ปัจจุบันกลุ่มโอดีซีเอมีสมาชิกมากกว่า 300 ราย เป็นกลุ่มเวอร์ชัวไลเซชั่นซอฟต์แวร์ 90% สมาชิก 2 ใน 3 เป็นกลุ่มเซิร์ฟเวอร์ฮาร์ดแวร์ ส่วนสมาชิกในไทย ได้แก่ บริษัทผู้ให้บริการด้านดาต้าเซ็นเตอร์ "ทีซีซี" และบริษัททรู ดาต้า เซ็นเตอร์

"อินเทลยังจัดงานสัมมนาให้ข้อมูลความคืบหน้าเกี่ยวกับเทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้งทั้งในกลุ่มฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ เพื่อบอกว่าเทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้งมีการเคลื่อนตัวไปถึงไหน สำหรับใช้ประกอบการตัดสินใจขององค์กรในไทย รวมถึงให้ข้อมูลตลาดเรื่องการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องความปลอดภัยในการใช้คลาวด์คอมพิวติ้ง"

"เอกรัศมิ์" ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การใช้ดาต้าเซ็นเตอร์จะมีมากขึ้น เพราะมีผู้ใช้สมาร์ทโฟนและแท็บเลตมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมต้องเพิ่มเซิร์ฟเวอร์มากขึ้น จากสถิติระบุว่าสมาร์ทโฟน 600 เครื่อง ต้องใช้เครื่องเซิร์ฟเวอร์ 1 ตัว ขณะที่แท็บเลต 122 เครื่อง ต้องใช้เซิร์ฟเวอร์ 1 ตัว ส่วนตลาดเซิร์ฟเวอร์ในประเทศไทยมียอดขายไตรมาสละ 1 หมื่นตัว ทั้งปี 4 หมื่นตัว

อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้งอาจทำให้องค์กรต้องพบกับความท้าทายเรื่องการสูญเสียความสามารถในการควบคุมเซิร์ฟเวอร์เก็บข้อมูลด้วยตนเอง เนื่องจากต้องนำข้อมูลองค์กรไปอยู่นอกดาต้าเซ็นเตอร์ของตนเอง และทำให้ผู้ไม่หวังดีมีลู่ทางใหม่ ๆ ในการจู่โจมข้อมูลองค์กร และการใช้โน้ตบุ๊กหรือสมาร์ทโฟนส่วนตัวในการทำงาน ทำให้เกิดความเสี่ยงในการโจรกรรมข้อมูลเพิ่มขึ้น