updated: 13 ก.ย. 2555 เวลา 09:30:11 น.
คลังหนุนแผนปรับโครงสร้างการรถไฟฯให้กรมธนารักษ์บริหารจัดการที่ดิน 2.3 แสนไร่
ล้างหนี้ 1.1 แสนล้าน "กิตติรัตน์" ชี้ต้องนำแลนด์แบงก์ในมือมาพัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุด เผย 30
ก.ย.นี้รู้ผลสำรวจที่ดินราชพัสดุในครอบครอง ร.ฟ.ท.100 แปลง
ก่อนจัดสรรเชิงพาณิชย์-สาธารณประโยชน์
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผย
"ประชาชาติธุรกิจ" ว่า
รัฐบาลมีนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปมีส่วนร่วมในการปรับโครงสร้างการรถไฟแห่งประเทศไทย
(ร.ฟ.ท.) เพื่อเพิ่มศักยภาพในการบริหารงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
โดยเฉพาะการแก้ปัญหาภาระหนี้สินที่มีอยู่ 1.1 แสนล้านบาท รวมถึงการเข้าไปบริหารจัดการทรัพย์สิน
โดยเฉพาะที่ดินของ ร.ฟ.ท.ที่มีอยู่ทั่วประเทศกว่า 2.3 แสนไร่
ซึ่งในจำนวนนี้เอกสารหลักฐานอย่างโฉนดที่ดินสูญหายไปบางส่วน อย่างไรก็ตาม
กระทรวงการคลังรับทราบปัญหาดังกล่าวแล้ว และได้สั่งการให้
ร.ฟ.ท.เร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยเร่งด่วน
สำหรับแนวคิดที่จะให้กระทรวงการคลังตั้งบริษัทขึ้นบริหาร
โดยเช่าที่ดินจากการรถไฟฯมาดำเนินการนั้น เบื้องต้นคงต้องให้การรถไฟฯบริหารจัดการเองก่อน
เพราะถือเป็นอำนาจของรัฐวิสาหกิจตั้งแต่ต้น แต่หากการบริหารจัดการแล้ว เกินความสามารถ
และเกินกว่าภารกิจหลักที่ดูแลแล้ว
กระทรวงการคลังก็อาจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยบริหารจัดการได้ เช่น กรมธนารักษ์
ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการที่ดินอยู่แล้ว
ทั้งนี้ถ้าหากหลายฝ่ายเห็นร่วมกันว่าควรให้หน่วยงานที่อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงการคลัง
โดยเฉพาะกรมธนารักษ์เข้าไปบริหารจัดการที่ดินของการรถไฟฯ ก็สามารถทำได้
ส่วนจะต้องปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบรองรับอย่างไรบ้าง คงต้องพิจารณาในรายละเอียด
แต่ที่ผ่านมาภารกิจของกรมธนารักษ์ก็สอดคล้องกับนโยบายดังกล่าวอยู่แล้ว โดยเฉพาะการเข้าไปดูแล
และพัฒนาที่ดินซึ่งเป็นที่ราชพัสดุ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในอนาคต
นอกจากนี้ยังสอดคล้องกันกับนโยบายของกรมธนารักษ์ ล่าสุดมีแผนจะนำรายได้ 10%
จากการให้เช่าที่ดินราชพัสดุ มาปรับปรุงที่ดิน หรือซื้อที่ดินเพื่อเปิดให้เช่าต่อไป โดยแนวทางดังกล่าว
ถือเป็นการทำให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นของที่ดินขึ้นมา เพราะบางพื้นที่เป็นที่ดินแคบ
หรือแปลงที่ดินเป็นที่ดินตาบอด ซึ่งหากนำมาพัฒนาแล้วจะสามารถเพิ่มมูลค่าได้มหาศาล
เช่นเดียวกับกรณีดังกล่าว เพราะไม่เพียงแค่ที่ดินราชพัสดุเท่านั้น
ที่กรมธนารักษ์มีนโยบายจะเข้าไปบริหารจัดการได้ ยังครอบคลุมถึงที่ดินของรัฐวิสาหกิจ, ที่ดินของภาคเอกชน
สามารถเข้าไปบริหารจัดการได้เช่นเดียวกัน
นายกิตติรัตน์กล่าวว่า
ก่อนหน้านี้ตนได้หารือในเรื่องนี้กับกระทรวงคมนาคมแล้วหลายครั้ง
เบื้องต้นทุกฝ่ายมีความเห็นสอดคล้องกันว่าจะต้องทำงานร่วมกัน โดยเฉพาะปัญหาเรื่องหนี้สินของการรถไฟฯ
ถ้าหากต้องการแก้ไขอย่างจริงจังด้วยการสร้างรายได้เพิ่มเพื่อนำเงินมาชำระหนี้
แนวทางที่เป็นไปได้คือการนำที่ดินที่มีอยู่ในมือจำนวนมากมาใช้ให้เกิดประโยชน์
เมื่อมีรายได้เข้ามาก็ทยอยนำไปใช้หนี้
"ที่ผ่านมาคุยกับคมนาคมแล้วหลายครั้ง
เรื่องการปรับโครงสร้างการรถไฟฯ ซึ่งคลังก็พร้อมที่จะทำร่วมกับกระทรวงคมนาคมและการรถไฟฯ เพราะหลาย ๆ
โครงการที่ผ่านมา ก็ทำงานร่วมกันตลอด ยกตัวอย่างทางด่วนสายศรีรัช ก่อนหน้าที่
ครม.มีมติมอบที่ดินส่วนดังกล่าวไปก่อสร้างทางด่วน โดยที่ดินมาจากทั้งของการรถไฟฯ ที่ดินราชพัสดุ
และเวนคืนจากเอกชน วิธีแก้ปัญหาคือให้กรมธนารักษ์ใช้งบประมาณจ่าย
ทำให้ที่ดินเหล่านั้นก็ตกเป็นที่ดินราชพัสดุอัตโนมัติ
ฉะนั้นกรมธนารักษ์จึงเป็นหน่วยงานที่จะเข้าไปดูแลในบางโครงการได้ บางครั้งก็เป็นการให้ความร่วมมือทางตรง
บางส่วนก็เป็นการร่วมมือทางอ้อม" นายกิตติรัตน์กล่าว
ขณะที่นายนริศ ชัยสูตร อธิบดีกรมธนารักษ์
เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์อยู่ระหว่างสำรวจข้อมูลที่ดินที่อยู่ในความครอบครองของการรถไฟฯ
น่าจะสรุปได้ภายในวันที่ 30 ก.ย.นี้ หลังจากนั้นจะพิจารณาว่าจะเข้าไปบริหารจัดการอย่างไรได้บ้าง
ทั้งในเชิงพาณิชย์และเพื่อสาธารณประโยชน์ ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของรองนายกฯ และ
รมว.คลัง ที่มอบหมายให้กรมธนารักษ์บริหารที่ดินราชพัสดุให้เกิดประโยชน์มากที่สุด
โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ
ทั้งนี้เท่าที่กรมธนารักษ์มีข้อมูลอยู่
ประเมินว่าที่ราชพัสดุซึ่งรฟท.ขอใช้ประโยชน์มีประมาณ 100 แปลง แต่เป็นข้อมูลที่เคยสำรวจเมื่อ 20 ปีก่อน
จึงต้องสำรวจใหม่ ขณะเดียวกันกรมธนารักษ์จะแก้ไขกฎหมาย
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดงานที่ดินราชพัสดุ รวมถึงการประเมินราคาที่ดินด้วย ตามแผนที่วางไว้
จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2557