ประชาชาติธุรกิจ
การตลาด

วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

สินค้าหรูชะงัก เศรษฐีจีนส่อกระเป๋าแฟบ

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 15 ก.ย. 2555 เวลา 15:01:45 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

คอลัมน์ Market Move

ผลประกอบการของ "เบอร์เบอรี่" แฟชั่นสุดหรูสัญชาติอังกฤษที่เปิดเผยออกมาล่าสุด ส่งสัญญาณอย่างชัดเจนถึงภาวะเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัวในประเทศจีน และวิกฤตหนี้ในทวีปยุโรป ซึ่งอาจจะนำมาสู่การสิ้นสุดของยุคทองสินค้าลักเซอรี่ หลังจากอยู่ในช่วงขาขึ้นมาตลอด 3 ปีที่ผ่านมา

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เบอร์เบอรี่ถือเป็นแบรนด์ลักเซอรี่ยักษ์ใหญ่รายแรกๆ ที่เห็นผลกระทบชัดเจนจากเศรษฐกิจจีนที่เริ่มหดตัว ซึ่งก่อนหน้านี้บรรดานักลงทุนได้แสดงความกังวลต่อสถานการณ์ของอุตสาหกรรมสินค้าลักเซอรี่ว่าทั่วโลกว่าจะเริ่มเข้าสู่ช่วงขาลง จากดีมานด์ของผู้บริโภคที่ลดลง

กลุ่มบริษัทลักเซอรี่ซึ่งพลิกฟื้นธุรกิจกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งหลังจากช่วงปี 2551-2552 ซึ่งขณะนั้นผู้ประกอบการลักเซอรี่ต้องเผชิญกับวิกฤตทางการเงิน จากภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกที่ชะลอตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะยอดขายในยุโรปและสหรัฐอเมริกา แต่ก็มียอดขายจากตลาดดาวรุ่งอย่างจีนและกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่เข้ามาทดแทน

นักวิเคราะห์จาก Credit Suisse ระบุว่า ขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่ไม่แน่นอนของอุตสาหกรรมลักเซอรี่ เบอร์เบอรี่ระบุว่า การเติบโตของยอดขายสำหรับสาขาเดิมที่เปิดให้บริการมากกว่า 1 ปีตกลงมา หากเทียบกับปีที่แล้วถือว่ายอดขายไม่มีการเติบโตขึ้น ในช่วงตลอด 10 สัปดาห์ที่ผ่านมาจนถึงต้นเดือนกันยายน เทียบกับไตรมาสก่อนหน้านี้สิ้นสุดเดือนมิถุนายนที่มีการเติบโต 6% ซึ่งอาจทำให้กำไรทั้งปีตกลงต่ำกว่าการคาดการณ์ของตลาด

ทั้งนี้ ตัวเลขที่ตกลงดังกล่าวไม่ได้เจาะจงไปที่ภูมิภาคไหนเป็นพิเศษ แต่เป็นสภาพการจับจ่ายที่ตกต่ำลงในทุกภูมิภาคหลัก ๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเอเชีย, ยุโรป และสหรัฐอเมริกา

ภาวะดังกล่าวสะท้อนจากราคาหุ้นของเบอร์เบอรี่ที่ร่วงลง เช่นเดียวกับยักษใหญ่อย่างกลุ่มหลุยส์ วิตตอง-โมเอต์ เฮนเนสซี หรือ LVMH และกลุ่ม PPR มีสินค้าหรูในครอบครองหลายยี่ห้อด้วยกัน ได้แก่ กุชชี่, อีฟส์ แซงต์-โลรองต์ (Yves Saint-Laurent) รวมถึงกลุ่มสินค้าหรูจากสวิตเซอร์แลนด์ "ริชมอนท์" ที่ราคาหุ้นตกลงเช่นกัน

นอกจากกลุ่มประเทศในยุโรป สัญญาณเตือนการชะลอตัวของอุตสาหกรรมนี้ยังลามไปถึงกลุ่มบริษัทลักเซอรี่ในสหรัฐอเมริกา โดยล่าสุดราคาหุ้นของบริษัทจิวเวลรี่รายใหญ่ "ทิฟฟานี่ แอนด์ โค" และ "ราล์ฟ ลอเรน" ก็ร่วงลงเช่นกัน

"วิกฤตเศรษฐกิจโลกส่งผลต่อความเชื่อมั่น และกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ดลง ถือว่าเราโชคไม่ดีที่ผู้คนขาดความมั่นใจที่จะเข้ามาจับจ่ายซื้อสินค้าในร้านเบอร์เบอรี่" Jaana Jatyri ซีอีโอของเว็บไซต์ Trendstop.com ระบุ

การเติบโตของยอดขายช่วง 3 เดือนแรกของปี ในกลุ่มผู้ประกอบการลักเซอรี่แบรนด์หลายค่ายนั้นอยู่ในภาวะตกต่ำในระดับไม่ถึง 5% และลดลงอีกเล็กน้อยในช่วงไตรมาส 2 โดยบรรดานักวิเคราะห์คาดหวังว่าในช่วงครึ่งหลังของปีนี้จะปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 6-10%