updated: 16 ก.ย. 2555 เวลา 11:45:52 น.
ชาวไร่ชาวนารอเก้อ หลังกรมชลประทานระบายน้ำเหนือผ่านเขื่อนเจ้าพระยาท่วม 2
ฝั่ง "พื้นที่รับน้ำนอง"
ตะวันออก-ตกตั้งแต่สิงห์บุรี-อ่างทอง-ลพบุรี-อยุธยา
แต่รัฐบาลยังไม่ประกาศพื้นที่รับน้ำนอง
หวั่นท่วมขังนานนับเดือนซ้ำรอยปีที่แล้ว
การเร่งระบายน้ำ
จากลุ่มน้ำตอนบนของประเทศ
โดยใช้เขื่อนเจ้าพระยาบริหารจัดการน้ำเหนือด้วยการเร่งระบายน้ำผ่านเขื่อนใน
อัตรา 1,800-2,000 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา
ส่งผลให้ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาตั้งแต่จังหวัด
ชัยนาท-สิงห์บุรี-อ่างทอง-อยุธยา สูงขึ้น 25-50 เซนติเมตร
บางพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำน้ำได้ไหลล้นตลิ่งเข้าท่วม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากหรือพื้นที่รับน้ำนอง
จนกลายมาเป็นคำถามให้กับคนในพื้นที่ถึงการได้รับเงินชดเชยความเสียหายที่จะ
ได้รับเป็นกรณีพิเศษ
สืบเนื่องจากการที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี ได้ออกมากล่าวถึงพื้นที่รับน้ำนอง
มีสาระสำคัญอยู่ที่น้ำท่วมพื้นที่ทางการเกษตรที่ใด
ก็จะให้ประกาศเป็นพื้นที่รับน้ำนอง ณ ที่นั้น
หรือจนกระทั่งขณะนี้ทางรัฐบาลยังไม่ได้ออกประกาศพื้นที่รับน้ำนอง
ส่งผลให้เกษตรกรที่ถูกน้ำท่วมปัจจุบันยังคงรับอัตราชดเชยความเสียหายในอัตรา
เดิม ซึ่งไม่คุ้มกับความเสียหายที่เกิดขึ้น
ล่าสุด นายสุพจน์
โตวิจักษณ์ชัยกุล รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
รักษาการเลขาธิการสำนักงานนโยบายบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ เปิดเผย
"ประชาชาติธุรกิจ" ว่า จากที่ได้บินสำรวจสถานการณ์น้ำท่วม
และลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำใน จ.สุโขทัยและพิษณุโลก เมื่อวันที่ 13
กันยายนที่ผ่านมา พบว่าโดยรวมสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว
ส่วนการ
ประกาศรายชื่อพื้นที่รับน้ำนองและอัตราค่าชดเชยพิเศษนั้น
รัฐบาลมอบหมายให้นายธีระ วงศ์สมุทร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้ดำเนินการ
โดยจะมีการประกาศให้ทราบล่วงหน้าก่อนปล่อยน้ำลงพื้นที่รับน้ำ 15-30 วัน
"ยกเว้น"
กรณีฉุกเฉินจะนำเข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย
(กบอ.) ที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นประธาน
หรืออาจขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นการเร่งด่วนก็ได้
ทั้งนี้
พื้นที่รับน้ำนองตามที่ระบุไว้ในแผนแม่บทของคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวาง
ระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) จะมีพื้นที่ทั้งหมด 2,873,560 ไร่
สามารถรับน้ำได้ 4,382 ล้าน ลบ.ม. ครอบคลุม 10 จังหวัด
ทั้งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก-ออก แต่จนกระทั่งบัดนี้ยังไม่
มีพื้นที่ใดได้รับการประกาศเป็น "พื้นที่รับน้ำนอง" ทั้ง ๆ
ที่น้ำได้เข้าท่วมบริเวณทุ่งผักไห่-เจ้าเจ็ด-บางยี่หน-บางบาล
รวมไปถึงแม่น้ำน้อยที่กำลังเร่งระบายน้ำผ่าน
ตลอดจนสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาไปเรียบร้อยแล้ว
ด้านนายชวลิต
จันทรรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีม กรุ๊ป ออฟ คัมปานีส์ จำกัด
กล่าวแสดงความเป็นห่วงว่า
ในสัปดาห์หน้าร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น
ทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนืออีกครั้งหนึ่ง
ส่งผลให้ปริมาณน้ำจำนวนมากไหลลงสู่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา
และท่วมพื้นที่ราบลุ่มภาคกลาง
โดยเฉพาะพื้นที่รับน้ำในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทั้งใน อ.บางบาล เสนา
บางซ้าย และบางไทร ที่อยู่นอกคันกั้นน้ำ
"ผมคาดว่าปริมาณฝนที่เพิ่ม
ขึ้นจะทำให้พื้นที่ดังกล่าวระบายน้ำได้ช้า อาจทำให้น้ำท่วมขังนานราว 3
สัปดาห์-1 เดือน
แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่พื้นที่เหล่านี้ถูกกำหนดไว้ในแผนให้เป็นพื้นที่รับ
น้ำนอง
แต่จนกระทั่งขณะนี้ก็ยังไม่มีพื้นที่ใดมีการก่อสร้างระบบแก้มลิงที่ชัดเจน
หรือต้องมีประตู/คันบังคับน้ำเข้าออก
ไม่ใช่ปล่อยให้ไหลบ่าเข้าไปโดยไม่มีทิศทาง
หากยังเป็นอยู่อย่างนี้น้ำก็จะขังนานเพราะระบายน้ำออกได้ช้า" นายชวลิตกล่าว
