updated: 16 ก.ย. 2555 เวลา 11:50:04 น.
ค่ายรถ-ผู้ผลิตชิ้นส่วน แห่ขอรับส่งเสริม "บีโอไอ" อนุมัติแล้ว 7 โครงการ
รวมมูลค่าเฉียด 1.4 หมื่นล้าน รับผลิตรถยนต์ทั้งปีทะลุ 2.3 ล้านคัน
ประธานกลุ่มยานยนต์เชื่ออานิสงส์รถคันแรก ราคาพืชผลเกษตรช่วยหนุน
ระบุอัตราครอบครองรถคนไทยยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก
แหล่งข่าวจาก
คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า
ในช่วงเดือน สิงหาคม-กรกฎาคมที่ผ่านมา
มีบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ได้ขอรับการส่งเสริมขยายกิจการจำนวนทั้งสิ้น
6 โครงการ โดยคิดเป็นมูลค่าการลงทุนสูงถึง 13,467.5 ล้านบาท
แบ่งเป็นการขอรับการส่งเสริมในเดือนกรกฎาคม 2 ราย คือ 1.บริษัท เอ็นทีพีที
จำกัด บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนโลหะ
ซึ่งใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนยานพาหนะเป็นส่วนใหญ่
และเป็นชิ้นส่วนย่อยของชุดเพลาขับสำหรับรถยนต์
โดยจะเป็นการผลิตเพื่อทดแทนการนำเข้า ที่เดิมนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น
เพื่อผลิตให้กับบริษัท เอ็นทีเอ็น แมนูแฟคเจอริ่ง (ไทยแลนด์) จำกัด
ในเครือเดียวกันปีละ 6.2 ล้านชิ้น
โดยผลิตชิ้นส่วนให้กับรถยนต์มิตซู
บิชิ ไทรทัน, นิสสัน นาวารา, อีซูซุ ดีแมคซ์, ซูซูกิ สวิฟท์, โตโยต้า
และฟอร์ด ซึ่งจะมีการลงทุนทั้งสิ้น 1,206 ล้านบาท และมีการจ้างงานเพิ่มอีก
90 คน บนนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง จ.ชลบุรี เขต 2
2.บริษัท อิจิโกห์
อินดัสตรีส์ (ไทยแลนด์) จำกัด
ขอรับการส่งเสริมเพื่อขยายการผลิตโคมไฟรถยนต์ปีละ 2.3 ล้านชิ้น
และกระจกมองข้าง 1.5 ล้านชิ้นต่อปี โดยจะลงทุนมูลค่า 1,400 ล้านบาท
มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 390 คน ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จ.ระยอง เขต 2
ซึ่งมีลูกค้าหลัก คือ มิตซูบิชิ ไทรทัน และมิราจ, นิสสัน อัลเมร่า, ฟอร์ด
เฟียสต้า, อีซูซุ ดีแมคซ์ ฯลฯ
ส่วนอีก 5
โครงการที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุน ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา คือ บริษัท
ซูมิโตโม รับเบอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ผลิตยางยานพาหนะ โดยมีกำลังผลิต
Agricultural ปีละ 505,200 เส้น Solid Tire ปีละ 38,600 เส้น Rubber Track
ปีละ 65,900 เส้น เพื่อเป็นการรองรับความต้องการในประเทศ และใช้เงินลงทุน
3,960 ล้านบาท ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จ.ระยอง โดยจะจำหน่ายให้แก่บริษัท
นิชิยู เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัท ยันมาร์ เอส.พี. จำกัด
2.บริษัท
เด็นโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด ขอขยายกิจการผลิตหม้อน้ำรถยนต์ ปีละ 1.8
ล้านชุด และชิ้นส่วนหม้อน้ำรถยนต์ปีละ 41.05 ล้านชุด โดยใช้เงินลงทุน
1,147.7 ล้านบาท มีการจ้างงาน 190 คน ตั้งในนิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์
จ.ฉะเชิงเทรา เขต 2 โดยจะจำหน่ายในประเทศเป็นหลัก
และส่งสินค้าให้กับค่ายรถยนต์หลักอย่างโตโยต้า, ฮอนด้า, มิตซูบิชิ,
ฟอร์ดและมาสด้า ส่วนที่เหลือส่งไปให้บริษัทในเครือในกลุ่มประเทศอาเซียน
3.บริษัท
ซัมมิท โอโตซีทอินดัสตรี จำกัด
ขอรับการส่งเสริมขยายการผลิตชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับยางยานพาหนะ 8.1
ล้านชิ้น, เบาะรถยนต์ปีละ 6.66 แสนชิ้น, แผงบังแดดปีละ 17.64 ล้านชิ้น,
แผ่นกันความร้อนและกันเสียงปีละ 3.24 ล้านชิ้น ลงทุนมูลค่า 2.224 ล้านบาท
มีการจ้างงานเพิ่ม 1,110 คน ที่ จ.ฉะเชิงเทรา โดยจะผลิตให้กับโตโยต้า วีโก้
และฟอร์จูนเนอร์เป็นหลัก
4.บริษัท โตโยโตมิ ออโต้ พาร์ท
(ประเทศไทย) จำกัด
ขอรับการส่งเสริมผลิตชิ้นส่วนโลหะปั๊มขึ้นรูปสำหรับยานพาหนะ
ทั้งชิ้นส่วนย่อยเพื่อใช้ในการประกอบรถยนต์ และโลหะปั๊มขึ้นรูป อย่างประตู
ชิ้นส่วนตัวถัง มูลค่า 2,217.6 ล้านบาท ผลิตปีละ 5.55 ล้านชิ้น
มีการจ้างงานเพิ่ม 260 คน โดยตั้งที่นิคมอุตสาหกรรมทีเอฟดี จ.ฉะเชิงเทรา
เขต 2 ผลิตให้กับโตโยต้าทั้งสิ้น ทั้งวีออส, อัลติส, คัมรี่, วีโก้ และ
5.บริษัท คิริว (ประเทศไทย) จำกัด
ขอรับการส่งเสริมขยายกิจการผลิตชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูป มูลค่า 1,312.2 ล้านบาท
มีการจ้างงาน 140 คน ในนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด จ.ระยอง
เขต 2 โดยเป็นการขยายเพื่อรองรับลูกค้ารายใหม่
ทั้งจีเอ็มและออโต้อัลลายแอนซ์
และเป็นการเพิ่มกำลังให้กับลูกค้าหลักอย่างนิสสัน
รวมทั้งสยามคูโบต้าและเครื่องปรับอากาศไดกิ้น
แหล่งข่าวยังกล่าวต่อ
ไปว่า จะเห็นได้ว่า
การขอส่งเสริมของกลุ่มชิ้นส่วนก็เพื่อรองรับค่ายรถยนต์ต่าง ๆ
ได้มีการประกาศขยายเพิ่มกำลังการผลิต
รวมทั้งมีค่ายรถยนต์รายใหม่เข้ามาลงทุนเพิ่มเติม
ล่าสุดจะเห็นว่า
ยักษ์ใหญ่ "โตโยต้า" ได้ขอรับการส่งเสริมการลงทุนไปแล้วสูงถึง 22,630
ล้านบาท เพื่อขยายกิจการผลิตรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ที่มีกำลังผลิตปีละประมาณ
100,000 คัน และชิ้นส่วนรถยนต์อีกปีละ 1,026,700 ชิ้น
ขณะที่นายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร ประธานกลุ่มยานยนต์
และในฐานะประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า
จากนโยบายการส่งเสริม โครงการรถยนต์คันแรกของรัฐบาลนั้น
ได้ส่งผลให้ตลาดรถยนต์มีความคึกคักค่อนข้างมาก
บวกกับราคาพืชผลสินค้าเกษตรค่อนข้างดี ทำให้เศรษฐกิจมีการขับเคลื่อนที่ดี
ประกอบกับอัตราครอบครองรถต่อคันต่อคนของบ้านเรายังมีโอกาสเติบโตค่อนข้างมาก
โดย
ปีนี้คาดว่ายอดการผลิตรถยนต์โดยรวมน่าจะขยับเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ระดับเกิน
กว่า 2.3 ล้านคัน โดยคาดว่ายอดการส่งออกน่าจะทะลุ 1 ล้านคัน
ขณะที่ยอดขายในประเทศน่าจะอยู่ระดับ 1.2-1.3 ล้านคัน
ส่วนปีหน้ายอดการผลิตจะขยับขึ้นไปถึง 2.5 ล้านคัน
นอกจากนี้ในการ
ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ล่าสุด (14 ก.ย. 55)
ที่มีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง เป็นประธาน มีวาระเพื่อพิจารณาหลัก ๆ คือ
การส่งเสริมกิจการนำฝุ่นจากเตาหลอม (ฝุ่นแดง) กลับมาใช้ประโยชน์ใหม่
รวมถึงการปรับปรุงกิจการคัดคุณภาพข้าว
ส่วนของเรื่องเพื่ออนุมัติการส่งเสริมมีโครงการขอเสนอเข้ามารวมทั้งสิ้น 14
โครงการ ส่วนใหญ่เป็นโครงการเพื่อขยายกิจการในชิ้นส่วนรถยนต์เป็นหลัก
และยังมีการขอรับการส่งเสริมจากกลุ่มธุรกิจการบินคือ
ขอขยายกิจการขนส่งทางอากาศของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท
สายการบินนกแอร์ จำกัด เป็นต้น
