updated: 20 ก.ย. 2555 เวลา 14:45:39 น.
โลกก้าวหน้าไปทุกวัน
การติดตามข่าวสารของดาราคนโปรดเลยไม่ได้อยู่แค่ในสื่อกระแสหลักแบบเก่าก่อน
ยิ่งมีช่องทางทั้งเฟซบุ๊ก
ยูทูบ ทวิตเตอร์ ฯลฯ ยิ่งตามติดได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะใน อินสตาแกรม ที่นอกจากสามารถพูดคุยกันโดยตรง
ยังจะได้เห็นไลฟ์สไตล์สุดชิคผ่านรูปสวยๆ
อินสตาแกรมของเหล่าดาราเลยมีคนคลิกขอเป็นผู้ติดตามกันมากมาย
บางรายก็ถึง 5 แสน-6 แสนรายโน่น
หลายคนเลยหัวใสใช้เป็นช่องทางทำรายได้
ประกาศขายสินค้าของตัวเองผ่านอินสตาแกรมแบบชัดๆ โต้งๆ
ขณะเดียวกันอีกหลายคนหัวใสกว่า
เพราะรู้ว่าถ้าทำเหมือนสินค้าเหล่านั้นเป็นของที่ใช้จริง กินจริง ในชีวิตประจำวัน
ของเหล่านั้นจะขายดีกว่า เพราะว่าใครๆ ก็อยากใช้
อยากเป็นเหมือนดาราที่ตัวชอบนี่นา
เดี๋ยวนี้อินสตาแกรมดาราบางคนจึงกลายเป็นสถานที่โฆษณาแฝงที่มาแบบเนียนซะจนคนดูไม่ทันได้รู้ตัว
กลายเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดแบบใหม่ที่บริษัทโฆษณาหลายแห่งนำมาใช้
และดาราก็ยินดีให้ความร่วมมือ แลกกับค่าจ้าง โดยไม่ต้องลงแรงอะไรมาก
นอกจากแค่ถ่ายรูปแล้วอัพโหลด
โดยข้อมูลจากบริษัทเอเยนซี่หลายแห่งแจงตรงกันว่า
ปัจจุบันหากต้องจ้างดาราเป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้า
ข้อตกลงที่เพิ่มขึ้นนอกจากการถ่ายทำโฆษณาและออกอีเวนต์แล้ว
จะต้องมีการถ่ายรูปคู่สินค้าอัพโหลดผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก
วิธีการก็ไม่ยาก
แค่รูปที่ว่าต้องมีตัวดาราคู่สินค้า จัดวางภาพให้ดูไม่ขวางตา ซึ่งแปลว่าไม่ให้เหมือนยัดเยียด
แค่ให้ดูราวกับเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตแค่นั้น
เพราะแค่เห็น "แฟน"
ส่วนใหญ่เชื่อว่าอะไรก็ตามที่ไอดอลเลือกใช้ย่อมต้องดีที่สุดแล้ว จะย่อมอยากลองใช้เสื้อผ้า เครื่องสำอาง
ของใช้ประจำวัน รวมถึงไปทานร้านอาหารร้านเดียวกับดารา
ต่อไปถ้าเห็นรูป "มื้อเย็นวันนี้"
พร้อมระบุว่า @ ที่ไหน, เห็นคำ "อร่อยมาก" @ ที่ใด
ก็ต้องตัดสินใจละว่าอร่อยจริงหรือแค่โฆษณา!!
ส่วนการอัพโหลดที่ว่าจะต้องมีจำนวนกี่รูป
ตอนถ่ายต้องมีแอ๊กชั่นอย่างไร หรืออัพโหลดผ่านช่องทางใดบ้างก็แล้วแต่ตกลง
จากนั้นจึงค่อยคำนวณราคากัน
ทั้งนี้
การว่าจ้างอย่างนี้ไม่ได้อยู่เฉพาะในหมู่พรีเซ็นเตอร์โฆษณาเท่านั้น พวกดาราทั่วไป คนดังในแวดวงต่างๆ
ก็มีการตกลงในลักษณะดังกล่าวเช่นกัน
สินค้าทั่วไปที่ไม่ได้เป็นพรีเซ็นเตอร์
ปกติดาราจะได้ค่าเหนื่อยจากการถ่ายรูปและอัพโหลด เริ่มต้นที่ 15,000 บาทต่อภาพ
และจะเพิ่มสูงตามเงื่อนไขที่มากขึ้น
เช่น
ถ้าต้องการแค่ให้มีสินค้าอยู่ในภาพก็จะราคาถูกกว่าให้ดาราถือสินค้านั้น
ขณะเดียวกันหากผลิตภัณฑ์เป็นอาหาร
ภาพที่แอ๊กท่ากินก็จะแพงกว่าแค่ถือช้อนตักอาหารไว้
ซึ่งส่วนมากคนที่รับงานนี้มักไม่ใช่ระดับซุป?ตาร์
เพราะกลุ่มนั้นมักจะโพสต์เฉพาะสินค้าที่ตนเป็นพรีเซ็นเตอร์
อย่างไรก็ตาม
วิธีดังกล่าวว่ากันว่าควรระวังเรื่อง "ความเนียน" อย่าให้คนดูจับได้
ไม่เช่นนั้นอาจสร้างความไม่ไว้วางใจต่อตัวดารา และหมดความชื่นชอบ
เพราะอาจถูกมองว่าขนาดพื้นที่ส่วนตัวพวกซุป?ตาร์ยังกลายเป็นพื้นที่ทางการค้าซะงั้น
เผลอๆ
คนติดตาม (หรือที่เรียกอีกอย่างว่าเหยื่อของโฆษณาแฝงแบบไม่รู้ตัว) อาจเบื่อ
และหากเป็นเช่นนั้นเอเยนซี่ก็คงไม่ปลื้ม
ก่อนเล่นอินสตาแกรมครั้งหน้าเลยต้องท่องจำให้ขึ้นใจว่า
"โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม"

ที่มา : นสพ.มติชนรายวัน
