updated: 21 ก.ย. 2555 เวลา 11:58:57 น.
ภาพน้ำจากแม่น้ำยมทะลักเข้าท่วม จ.สุโขทัย สะกิดให้ผู้คนเริ่มหวาดผวา ขวัญเสีย และตั้งคำถามจริงจังมากขึ้นว่า ปีนี้น้ำจะท่วมมากน้อยแค่ไหน จะมีหนทางแก้ไขป้องกันอย่างไร
แน่นอนว่า เมื่อมีอะไรเกิดขึ้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ไม่ว่าจะภัยแล้งหรือน้ำท่วม มักมีข้อเสนอจากฝ่ายต่างๆ เสนอให้เร่งสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น
ล่าสุด ดร.โกร่ง นายวีระพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศไทย (กยอ.) เป็นอีกคนที่ออกมาบอกว่า การสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นจะช่วยให้การบริหารจัดการน้ำในลุ่มแม่น้ำยมได้ดียิ่งขึ้น
เมื่อมีสนับสนุน ก็ย่อมมีฝ่ายคัดค้าน
เสียงคัดค้านมาจากชาวบ้านในพื้นที่ลุ่มน้ำยม โดยเฉพาะ ชาว ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ กับรัฐบาลทุกยุค ทุกสมัย เบาบ้าง หนักบ้าง แล้วแต่ระดับจริงจังที่จะรื้อฟื้นโครงการนี้

ก่อนที่ฟังใครฝ่ายไหน มาดูข้อมูลประวัติศาสตร์ "แก่งเสือเต้น" กันก่อน
ต้นกำเนิดแม่น้ำยมมาจากแม่น้ำ 2 สายหลัก คือ แม่น้ำงิมและแม่น้ำควร
แม่น้ำยมไหลผ่าน อ.ปง อ.เชียงม่วน ซึ่งมีลำน้ำที่สำคัญต่างๆ ไหลลงแม่น้ำยมทั้ง 2 อำเภอ ได้แก่ ลำน้ำปี้ ห้วยหลวง ห้วยผาวัว และห้วยแม่กำลัง
รวมไปถึงลำน้ำที่ไหลมาจากเทือกเขาทางทิศตะวันตกใน อ.เชียงม่วน ได้แก่ เทือกดอยภูนางและดอยแปเมือง คือ ลำน้ำจ๊วะ ลำน้ำแม่ผง ลำน้ำม่าว ห้วยม้า และห้วยแพะ
รวมความยาวของแม่น้ำยมในพื้นที่ จ.พะเยา 120 กิโลเมตร ต่อจากนั้นไหลเข้าเขตอุทยานแห่งชาติแม่ยม ไหลผ่ากลางพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่ยมซึ่งมีสภาพป่าอุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยป่าสักที่ขึ้นเองตามธรรมชาติอย่างหนาแน่น
แม่น้ำยมในส่วนที่ไหลผ่าน จ.แพร่ ยาว 280 กิโลเมตร หรือประมาณ 1 ใน 3 ของความยาวทั้งหมด 735 กิโลเมตร
จำนวนลำน้ำสาขาหลักที่ไหลลงแม่น้ำยมในเขต จ.แพร่ มีทั้งหมด16 สาย
แบ่งเป็นลุ่มน้ำสาขาหลัก 16 สาขา ดังนี้ ลำน้ำงาว ลำน้ำแม่สอง ลำน้ำแม่ยางหลวง ลำน้ำแม่คำมี ลำน้ำแม่หล่าย ลำน้ำแม่แคม ลำน้ำแม่สาย ลำน้ำแม่มาน ลำน้ำแม่พวก ลำน้ำแม่จอก ลำน้ำแม่ต้า ลำน้ำแม่ลาน ลำน้ำแม่กาง ลำน้ำแม่เกิ๋ง ลำน้ำแม่พุง ลำน้ำแม่สรอย และลำน้ำสาขาน้ำงาว ลุ่มน้ำสาขาคำมี ลุ่มน้ำสาขาแม่ต้า
จากนั้นไหลเข้าสู่ จ.สุโขทัย บริเวณบ้านวังเบอะ ดอนเพชร วังทอง ดอนกว้าง และบ้านแม่สิน ต.แม่สิน อ.ศรีสัชชนาลัย ซึ่งเริ่มเป็นที่ราบลุ่มหรือเป็นพื้นที่เริ่มต้นของที่ราบแม่น้ำยมตอนกลางและตอนล่าง
สำหรับแม่น้ำยมที่ทะลักเข้าท่วมเมืองสุโขทัย จากข้อมูลปริมาณน้ำของกรมชลประทาน เห็นได้ชัดเจนว่าจุดที่จะสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น และเขื่อนแม่น้ำยม (ยมล่าง) นั้น
อยู่ที่สถานีวัดน้ำบ้านห้วยสัก อ.สอง จ.แพร่ ปริมาณน้ำตั้งแต่วันที่ 1-12 กันยายน 2555 จะพบว่าน้ำมีปริมาณน้อยในขั้นวิกฤต
ดังนั้น ถึงแม้ไม่มีเขื่อนแก่งเสือเต้น และเขื่อนแม่น้ำยม (ยมล่าง) ก็ไม่มีผลต่อการเกิดน้ำท่วมเมืองสุโขทัย
เขื่อนแก่งเสือเต้น และเขื่อนแม่น้ำยม (ยมล่าง) จะอยู่ห่างจากต้นน้ำยมลงมา 115 กม. และ 125 กม.ตามลำดับ จากความยาวของแม่น้ำยมทั้งหมด 735 กม. จึงถือว่ามีพื้นที่รับน้ำน้อยมาก หากฝนหรือพายุที่นำพาฝนมาตกด้านล่างของเขื่อน ซึ่งมีความยาวกว่า 600 กม. น้ำก็จะไม่เข้าเขื่อน
เหมือนกรณีพายุไหหม่าในปี 2554 ฝนตกมากในเขตตอนกลางของลุ่มน้ำยม ที่ จ.แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก
ทำให้มวลน้ำปริมาณมากไหลลงสู่ภาคกลางและกรุงเทพมหานคร (กทม.) ประกอบกับเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ เร่งปล่อยน้ำวันละมากกว่า 100 ล้านลูกบาศก์เมตร นำมาสู่มหาอุทกภัยเมื่อปลายปีก่อน
จากเงื่อนไขข้างต้น แม้จะมีเขื่อนแก่งเสือเต้น หรือเขื่อนแม่น้ำยม (ยมล่าง) ก็ไม่สามารถบรรเทาปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นได้
ทางออกในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง ลุ่มน้ำยม "ประสิทธิพร กาฬอ่อนศรี" ผู้ประสานงานเครือข่ายลุ่มน้ำยม และนักวิจัยไทบ้าน ผู้ศึกษาและคร่ำหวอดกับการจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำยมมากว่า 20 ปี ให้ความเห็นไว้ว่า การพัฒนาระบบที่ยืดหยุ่นในการรับน้ำหรือรับฝนจากพายุที่อาจตกใต้เขื่อนหรือตกกระจายตัว เป็นประเด็นสำคัญมากในการวางแผนรับมือน้ำท่วมน้ำแล้ง
สิ่งที่ควรดำเนินการคือ กระจายแหล่งรับน้ำหรืออ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ขนาดกลาง ให้ทั่วทั้งลุ่มน้ำยม
เช่น การพัฒนาอ่างเก็บน้ำทั้ง 77 ลำน้ำสาขาของแม่น้ำยม หากพัฒนาอ่างขนาดเล็ก ขนาดกลาง ให้กักเก็บน้ำเฉลี่ย 50 ล้านลูกบาศก์เมตร จำนวน 70 อ่าง จะได้ปริมาณน้ำ 3,500 ล้านลูกบาศก์เมตร
ซึ่งมากกว่าเขื่อนแก่งเสือเต้นถึง 3 เท่า และมีความยืดหยุ่นกว่าในกรณีฝนหรือพายุตกกระจายทั่วทั้งลุ่มน้ำยม
ขณะเดียวกันยังมีทางเลือกอื่นๆ จากข้อเสนอของชาวบ้าน กลุ่มราษฎรรักษ์ป่า ต.สะเอียบ ซึ่งนายประสิทธิพร ขยายให้ฟังเติมเพิ่ม คือ ให้รัฐยุติการผลักดันการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ ทั้งเขื่อนแก่งเสือเต้น เขื่อนยมบน เขื่อนยมล่าง
แต่ให้ใช้แนวทางการจัดการน้ำชุมชน คือ ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ รักษาป่าที่เหลืออยู่ไม่ถึง 23% ป้องกันการบุกรุกป่า ให้ป่าซับน้ำไว้เป็นเขื่อนถาวรและยั่งยืน และทำหน้าที่เก็บคาร์บอนช่วยลดโลกร้อน รวมทั้งฟอกอากาศให้ออกซิเจนแก่มนุษยชาติ
พัฒนาอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กทั้ง 77 ลำน้ำสาขาของแม่น้ำยม-ทำแก้มลิงไว้ทุกชุมชน พัฒนา "หนึ่งหมู่บ้านหนึ่งแหล่งน้ำ หนึ่งตำบลหนึ่งแหล่งน้ำ"
ทางเลือกเหล่านี้ ควรที่ภาครัฐจะได้นำมาพิจารณาชั่งน้ำหนักหาแนวทางเพื่อยังประโยชน์
แทนที่จะมุ่งสูตรสำเร็จ "เขื่อนแก่งเสือเต้น" เท่านั้น
ที่มา : นสพ.มติชนรายวัน 21 ก.ย.55
