ประชาชาติธุรกิจ
เศรษฐกิจในประเทศ

วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2557

โทมัส คอนเนลลี ดูปองท์ยึดไทย/เอเชีย รุก "พลังงาน-เกษตร"

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 02 ต.ค. 2555 เวลา 14:14:41 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

สัมภาษณ์

ธุรกิจข้ามชาติอายุกว่า 200 ปี อย่างแบรนด์ดูปองท์ต้องปรับกลยุทธ์เพื่อรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดโลก ที่ "โทมัส คอนเนลลี" รองประธานบริหารและประธานฝ่ายนวัตกรรม บริษัท ดูปองท์ จำกัด สหรัฐอเมริกา ให้สัมภาษณ์พิเศษ "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงแนวทางพัฒนาการค้าปัจจุบันและอนาคต เมื่อโลกซีกตะวันตกเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจ ขณะที่โลกซีกตะวันออกแถบเอเชีย อาเซียน เตรียมกลุ่มเป็นประชาคมเศรษฐกิจเปิดการค้าเสรี สำหรับดูปองท์แล้วขยายแนวรุกเต็มรูปแบบด้วยเช่นกัน

- การพัฒนาสินค้าจะเป็นแนวทางใดบ้าง

ปรัชญา ธุรกิจของดูปองท์เน้นความปลอดภัย สินค้าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ด้วยการเพิ่มมูลค่าราคามาตรฐานให้สอดคล้องกับ พฤติกรรมของผู้บริโภค ส่วนการช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดไม่ได้เป็นสาระสำคัญมากนัก

เพราะ ตั้งเป้าหมายหลักคือผู้นำทางนวัตกรรมการผลิตสินค้าของโลก ด้วยการกลไกผ่านช่องทางเชื่อมโยงเครือข่าย คือตั้งศูนย์นวัตกรรมทางเทคโนโลยี (Innovation Center) ในประเทศที่มีศักยภาพ แถบเอเชียเน้นขยายกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา

ตอน นี้เปิดอินโนเวชั่นเซ็นเตอร์ในกรุงเทพฯ เป็นแห่งแรกของอาเซียนอยู่ในอาคารจามจุรีสแควร์ มีสิ่งอำความสะดวกครบวงจร สามารถทำเทเลคอนเฟอเรนซ์แบบเวลาตรงกันได้ทั่วโลก เพราะหัวใจของการผลิตสินค้าปัจจุบันและอนาคตมุ่งเข้าสู่การเชื่อมโยงหลักการ วิทยาศาสตร์เข้ากับเทคโนโลยีเป็นผลิตภัณฑ์เชิงนวัตกรรม อุตสาหกรรมมาแรงคือเกษตร พลังงานทดแทน รถยนต์และชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์ การก่อสร้าง ตอนนี้ดูปองท์ได้เข้าไปมีร่วมอยู่ในผลิตภัณฑ์เหล่านี้เกือบทั้งหมด

ส่วน กลไกหลักที่จะทำให้เกิดสินค้าเชิงนวัตกรรมคุณภาพดีนั้น ดูปองท์มุ่งด้านการทำวิจัยและพัฒนา (Reserch&Development : R&D) แต่ละปีใช้เงินลงทุนกว่า 1,700 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดค้นสินค้าเชิงนวัตกรรมออกสู่ตลาด 1,000-1,500 รายการ ทำยอดขายรวมปีละกว่า 40,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และรายได้ 1 ใน 3 มาจากเอเชีย อาเซียนรวมไทยด้วย เป็นรายได้นอกพื้นที่สหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป และตลอด 5 ปีที่ผ่านมา การเติบโตเพิ่มปีละ 2 หลัก อนาคตจะรักษาตัวเลขนี้ไว้

- ดูปองท์วางแผนชิงพื้นที่การตลาดเออีซีอย่างไร


ผม ขอย้ำว่าดูปองท์เน้นการผลิตสินค้าเชิงนวัตกรรมสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกค้า ด้วยราคาคุ้มค่าเงิน คุณภาพดีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จากธุรกิจเสา 3 หลัก คือ 1.วัสดุอุปกรณ์ก้าวล้ำทางเทคโนโลยี (advance meterial) เป็นสินค้าวัสดุรุ่นใหม่ ๆ ที่ทำให้แบรนด์แข็งแกร่ง มีการใช้ครอบคลุมอยู่ในอุตสาหกรรมสำคัญอย่างรถยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ ปิโตรเคมี และ

ไบโอเคมีคอล 2.เกษตรและโภชนาการ กลุ่มเมล็ดพันธุ์พืช และสารเคมีที่ย่อยสลายตามธรรมชาติอยู่ในระดับเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัย และ 3.วิทยาศาสตร์ชีวภาพ (Bio Science) ซึ่งทุกวันนี้โลกอยู่ในวงจรชีวิตกับวิทยาศาสตร์ (Life Science) ที่เคลื่อนเข้ามาคือเรื่องชีวภาพ เคมี และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม และที่กำลังมาแรงคือ Bio Fuel โดยเฉพาะการผลิตเอทานอล และพลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์ (Solar cell)

สำหรับสินค้าที่ดูปองท์จะ ใช้บุกตลาดอาเซียน ยังคงเป็นหมวดอุตสาหกรรมเกษตรอาหาร กลุ่มเมล็ดพันธุ์พืช สารเคมีคุ้มครองพืช และอื่น ๆ กับพลังงานทดแทน ไฮไลต์ที่เพิ่งเปิดตัวไปคือการผลิตแผงพีวีโซลาร์เซลล์ ซึ่งแผงพลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์กว่า 70% ของทั่วโลกมีชิ้นส่วนผสมของดูปองท์อยู่ด้วย

ผลิตภัณฑ์ที่ทำตลาดใน ไทยยังคงมุ่งแผงโซลาร์เซลล์ รถยนต์และชิ้นส่วนประกอบ น้ำมันไบโอชีวภาพผลิตจากพืช และที่ครองตลาดเบอร์ 1 อยู่ คือผลิตภัณฑ์ผสมอยู่ในสีอุตสาหกรรมก่อสร้าง

ปี 2554 สามารถทำยอดขายรวมในไทยและอาเซียนกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ภาพรวมเติบโต 2 หลัก อีก 4-5 ปีข้างหน้า ก็จะรักษาระดับการเติบโตนี้

- เร็วๆ นี้จะมีผลิตภัณฑ์อะไรออกสู่ตลาดบ้าง

กำลัง เร่งทำโครงการร่วมกับผู้ผลิตสินค้าแบรนด์ระดับโลก โครงการแรก การพัฒนากับผู้ผลิตในกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของโลก เตรียมออกสินค้า OLED ซึ่งมีชิ้นส่วนผลิตภัณฑ์เชิงนวัตกรรมดูปองท์เป็นเทคโนโลยีทำให้ดิสเพลย์แสง และสีจากจอภาพแอลซีดีล้ำสมัยกว่าที่มีอยู่ปัจจุบัน โปรดักต์นี้เป็นทีวีจอแบนขนาดใหญ่สุดของโลก จะเปิดตัวปี 2556

โครงการ 2 วัสดุที่ใช้ในแผงพีวีโซลาร์เซลล์ ผลิตพลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์ มีชื่อว่าเทปร่า ใช้เทคนิคกาวยึดแผงให้มีคุณภาพคงทน คุณภาพดี โครงการ 3 พลาสติกคงทน และสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ซึ่งจะเข้าไปแทนที่โครงสร้างเหล็กรถยนต์ ช่วยลดน้ำหนัก ประหยัดเชื้อเพลิง โดยพลาสติก 1 กก.จะแทนโลหะน้ำหนัก 2 กก.ได้

- วิกฤตในสหรัฐและสหภาพยุโรปมีผลต่อดูปองท์ขนาดไหน


ทุก วันนี้ดูปองท์มีส่วนแบ่งยอดขายอยู่ในยุโรปตะวันตก 20% ก็อาจจะกระทบบ้าง แต่เราใช้กลยุทธ์การเปิดตลาดทั่วโลกมากขึ้นเข้ามาถ่วงดุลรายได้แต่ละปี โดยเฉพาะตลาดเอเชียและอาเซียนรวมถึงไทย ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตรถ ยนต์และชิ้นส่วน กับอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนของโลก ล้วนเป็นวัสดุตั้งต้นในการผลิตทีวี โทรศัพท์มือถือ ไอแพด การเติบโตของเอเชีย ก็เป็นโอกาสของดูปองท์ด้วยเช่นกัน