ประชาชาติธุรกิจ
ประชาชาติไลฟ์-Culture

วันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2557

กระแสขโมยจักรยานราคาเหยียบหมื่นมาแรง "จักรยานหาย ช่วยกันหา" อาสาเป็นตัวช่วย

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 05 ต.ค. 2555 เวลา 17:15:11 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์



แม้ในกรุงเทพมหานครจะพูดกันมากเรื่องโครงการจักรยานแต่ก็ยังไม่เห็นความคืบหน้าใดๆซักเรื่องเดียว กระนั้นแล้วหากสังเกตุรอบตัวกันซักนิด ก็จะเห็นว่าปัจจุบันนี้เรามีเพื่อนร่วมทางบนท้องถนนเป็นพลพรรคนักปั่นมากขึ้นกว่าเดิม ยิ่งวันคาร์ฟรีเดย์ที่ผ่านมายิ่งเห็นได้ชัดว่าประชากรคนรักจักรยานเพิ่มขึ้นมากจริงๆ





เพราะการขี่จักรยานนั้นมีเสน่ห์ ยิ่งได้ขี่ด้วยกันเป็นกลุ่มเป็นก๊วนอะดรีนาลีนก็ยิ่งหลั่ง ดังนั้นแม้การขี่จักรยานร่วมทางกับรถใหญ่จะเสี่ยงต่อการถูกเฉี่ยวชน พวกเขาก็ยังคงจะขี่มันต่อไป



นอกจากจะต้องระวังเรื่องอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนแล้วสิ่งที่คนขี่จักรยานต้องระแวดระวังอีกก็คือเรื่อง "จักรยานหาย" ยิ่งเป็นจักรยานยี่ห้อดัง ราคาแพง ยิ่งต้องระวังให้มาก เพราะทุกวันนี้จักรยานดีๆ สนนราคาหลักหมื่นถึงแสนบาททีเดียว

"หายกันเป็นว่าเล่น หายแทบทุกวัน"เสียงของ เอกรัฐ รู้ประมาณ เจ้าของเพจเฟซบุ๊ค "จักรยานหาย ช่วยกันหา" บอกเล่า



เอกรัฐ บอกว่า ตนเองนั้นถูกขโมยจักรยานถึงในบ้าน อีกทั้งเพื่อนๆ ของตนเองก็หายแทบทุกวัน จึงเข้าใจความเสียใจของเพื่อนคนอื่น ซึ่งเป็นที่มาของเพจ "จักรยานหาย ช่วยกันหา" นี้

"วันที่ผมตั้งเพจ เพื่อนผมถูกขโมยจักรยานไป 3 คันพร้อมกัน"

เอกรัฐ มองว่า สื่อ"Social network"นั้น สามารถเข้าถึงมากกว่าสื่อออนไลน์อื่นๆ ซึ่งปกติก็ใช้ Facebook เพื่อทำงาน และมี Fan page รวมกลุ่มเพื่อนๆที่ปั่นจักรยานด้วยกัน ชื่อ Free Style Rider อยู่แล้ว จึงได้ทำแฟนเพจขึ้นมาอีกเพจหนึ่ง สำหรับเป็นสื่อกลางในการแจ้งจักรยานหาย แจ้งเบาะแส ในชื่อว่า "จักรยานหาย ช่วยกันหา" www.facebook.com/lostbike 



เอกรัฐ เล่าว่า เพจเพิ่งเปิดวันที่ 1 ตุลาคม 2555 ที่ผ่านมา ผ่านไป 4 วัน มี friend ประมาณ 570 คน ซึ่งอาจยังไม่แพร่หลายมากในกลุ่มจักรยาน แต่ตนเองก็ได้ติดต่อแอดมินในเพจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น
Bangkok bicycle Campaign , Bike to work – BKK  และเพื่อนสนิทของเราอย่าง BIKECYCLE ซึ่งก็ช่วยโปรโมตหน้าเพจของเราให้เป็นที่รู้จักกันบ้าง แต่อัตราของผู้ใช้ที่เข้ามาแจ้งการหายของจักรยานในตอนนี้ยังมีไม่มาก หากเราเวลาเราก็จะ Share มาไว้บนหน้า Wall เพื่อให้ทุกคนที่ผ่านมาผ่านไปเข้าชมกัน

"เพราะผมเชื่อว่าในสังคมของคนขี่จักรยานส่วนใหญ่เป็นคนที่มีจิตสาธารณะ และ มีความรักในสิ่งที่เหมือนๆกันคือจักรยาน อย่างน้อยเราอยากเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่สามารถช่วยกันสื่อสารถึงกัน ส่งข่าวให้เพื่อนๆของพวกเราได้อย่างทั่วถึง

ผมคาดว่าการที่เราใช้ Social Media ในสมัยนี้เป็นการกระจายสื่อได้อย่างรวดเร็วมาก โดยเฉพาะสังคมในเมืองปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆว่าจะใช้ Facebook เป็นสื่อหลักในการติดต่อมากกว่าการใช้โทรศัพท์แล้วด้วยซ้ำ

ในอนาคตเราคาดว่าจะได้ผลดีกว่านี้ โดยเพื่อนๆที่ใช้โทรศัพท์ที่สามารถถ่ายรูปและใช้งาน Facebook อาจจะสามารถ upload รถที่เราสงสัยว่าจะเป็นรถที่ถูกขโมย หรือ ผู้ที่ถูกขโมยรถสามารถลงรายละเอียดไว้ใน Fan Page ของเราได้เลย ซึ่งรถจักรยานส่วนใหญ่มักมีตำหนิ หรือ รายละเอียดเฉพาะตัวอยู่แล้ว จึงทำให้สะดวกต่อการค้นหามากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะรถที่เราซื้อใหม่ และมีหมายเลขเฟรมรถ ซึ่งในกลุ่มคนที่ศึกษาเรื่องจักรยานก็จะรู้ดี ครับ คาดว่าในอนาคตถ้ามีการขยายวงกว้าง น่าจะมีผลดีต่อทุกฝ่าย"เอกรัฐ ว่า

เอกรัฐ บอกว่า ทุกวันนี้ผู้ใช้จักรยานเพิ่มขึ้นมาก ไม่ต้องมองไปไหนไกลแค่เพื่อนในกลุ่ม อย่างน้อยต้องมีสักคนที่หันมาปั่นจักรยานกัน ส่วนสถานที่นิยมขี่กัน ก็มีหลายจุด เช่น ตอนเช้าๆบริเวณเลียบถนน มอเตอร์เวย์ฝั่งสนามบินสุวรรณภูมิ หรือ เลียบรันเวย์สนามบินสุวรรณภูมิก็เป็นที่นิยมทั้งวัน ส่วนในเมืองที่เห็นจากกลุ่มเพื่อนๆ ปั่นกันบ่อยๆ จะเป็นย่านเยาวราช ถนนราชดำเนิน ลานพระบรมรูปทรงม้า ก็นิยมกันในเวลาค่ำ

ด้วยความนิยมที่มากขึ้นนี่เอง ทำให้จักรยานกลายเป็นของที่เตะตายั่วใจของกลุ่มมิจฉาชีพด้วย แม้แต่วันคาร์ฟรีเดย์ วันที่นักปั่นรวมตัวกันมากที่สุด มิจฉาชีพก็ยังอุตส่าห์หาทางขโมยได้อีก

เอกรัฐ เล่าว่า ปริมาณการหายของจักรยานใน กทม. ตอนนี้คาดว่าน่าจะมีเกือบทุกวัน ขึ้นอยู่กับพื้นที่ด้วย เช่น ถ้าจอดในที่สาธารณะ ก็อาจจะมีหายบ่อยมาก ส่วนขโมยที่ปีนบ้าน หรือเข้าไปขโมยถึงในบ้าน ตอนนี้คาดว่าน่าจะมี แทบทุกวัน

"แหล่งที่ขายจักรยานถูกขโมย เคยเห็นมีที่ต้องสงสัยอาจจะเป็นตามตลาดนัดเปิดท้ายตามชานเมือง ร้านขายจักรยานมือสอง หรือ การนำมาขายต่อกันในราคาถูก หรือแม้กระทั่งในอินเตอร์เนต อาจมีการแยกชิ้นของอะไหล่มาขายก็มี"






ส่วนหนึ่งของผู้ที่มาประกาศจักรยานหายในเพจ


ภาพล็อกกุญแจทั้งคันประชดประชันกลุ่มมิจฉาชีพ จากสมาชิกของเพจ

เมื่อถามว่า จะมีวิธีอะไรป้องกันจักรยานหาย  
 
"ผมคิดว่าในปัจจุบันคนที่ขี่จักรยานมักจะกลายเป็นจุดเด่นมากขึ้น เวลาจอดตามสถานที่ต่างๆมักจะไม่ควรที่จะจอดในที่ลับตา หรือห่างจากสายตา ต่อให้มีที่ล็อคต่างๆ บางครั้งมันก็อาจจะไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย เพราะโจรก็มีการพัฒนาในการขโมยมากขึ้น ซึ่งทุกครั้งที่ผมขี่จักรยานออกจากบ้านผมจะไม่เคยจอดจักรยานไว้ห่างตัวเลยไม่ว่าจะไปไหนเราก็จะเข็นจักรยานของเราไปด้วยตลอดซึ่งปัจจุบันทางหน่วยงานหรือสถานที่ต่างๆก็ยอมรับในจุดนี้มากขึ้น"


แม้ว่าของหายจะยังไม่ได้คืน อย่างน้อยก็ถือเป็นก้าวแรกที่น่าชื่นชมทีเดียวสำหรับ "จักรยานหาย ช่วยกันหา"