ประชาชาติธุรกิจ
ประชาชาติไลฟ์-Entertainment

วันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2557

ครั้งแรกของโลก "ไทยแลนด์ ก็อต ทาเลนต์ โชว์ ออน สเตจ"

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 22 ต.ค. 2555 เวลา 11:52:43 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์



ยังจำน้ำเสียงใสหวานทรงพลังของสาวน้อย "ไมร่า-มณีภัสสร มอลลอย" และความหวาดเสียวตื่นเต้นจากกายกรรมไต่ผ้าของ "เล้ง-ราชนิกร แก้วดี" แชมป์จากเวที "ไทยแลนด์ ก็อต ทาเลนต์" ทั้ง 2 ซีซั่น หรือผู้เข้าร่วมการแข่งขันรายอื่นที่มากไปด้วยความสามารถอันหลากหลายที่อกหักตกรอบกันได้หรือไม่ ?

หากยังจำได้ และรู้สึกโหยหาวันคืนอันสุดยอดจากโชว์เหล่านั้นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ช่วงเย็นของวันเสาร์ที่ 27 ตุลาคมที่จะถึงนี้ พวกเขาจะหวนกลับคืนเวทีโชว์ความสามารถอันเอกอุสุดยอดของตัวเองให้เหล่าแฟนคลับได้เห็นกันอีกครั้งหนึ่ง ณ โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ ภายใต้โปรเจ็กต์ครั้งใหม่ของเวิร์คพอยท์ที่ชื่อว่า "เรโซน่า พรีเซนต์ส ไทยแลนด์ ก็อต ทาเลนต์ โชว์ ออน สเตจ"



แต่เดี๋ยวก่อน ! อย่าเพิ่งเข้าใจผิดคิดไปเองว่า ก็อตทาเลนต์ โชว์ ออน สเตจเวอร์ชั่นไทย ในครั้งนี้จะเป็นเพียงแค่การหยิบจับการแสดงกว่า 20 ชนิดมาวางเรียงต่อกันตั้งแต่ต้นจนจบเหมือนที่หลายประเทศเคยทำกันมาก่อนหน้านี้เท่านั้น เพราะการแสดงในครั้งนี้ "ชยันต์ จันทวงศาทร" ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตของเวิร์คพอยท์ ได้ยืนยันกับประชาชาติธุรกิจอย่างเสียงดังฟังชัดว่า

"ไทยแลนด์ ก็อต ทาเลนต์ โชว์ ออน สเตจ จะถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบของคอนเสิร์ตกึ่งละครเวที"

เนื้อหาของคอนเสิร์ตกึ่งละครเวทีเรื่องนี้ จะพูดถึงเด็กสาว 2 คนที่ตัดสินใจเข้าร่วมประกวดในรายการไทยแลนด์ ก็อต ทาเลนต์พร้อมกัน เพียงแต่เด็กสาวหนึ่งในนั้น (แพรวา) กลับไม่มีความกล้าพอที่จะก้าวออกไปเมื่อถึงเวลาแสดงจริง ทำให้เด็กสาวอีกคน (เกรซ สุขประกอบ) ต้องแสดงความกล้าให้เห็นเป็นตัวอย่าง แม้ตัวเองจะยังรู้สึกปอด ๆ ไม่ต่างกัน เพื่อช่วยกระตุ้นความกล้าที่ซ่อนอยู่ในใจของเด็กอีกคนให้นำมาซึ่งความสำเร็จ



"ระหว่างที่เด็กสาว 2 คนยังตกลงกันไม่ได้ว่าจะออกไปแสดงดีหรือเปล่าด้านหลังเวที เรื่องราวจะถูกตัดสลับมาหน้าเวทีเพื่อดูโชว์ของคนอื่นเป็นการคั่นเวลาสลับไปมาตลอดเรื่อง"

เกือบลืมบอกไปว่า เรื่องราวบนเวทีในครั้งนี้จะไม่มีการหยิบประเด็นดราม่าเข้ามาใส่แม้แต่เพียงนิดเดียว แม้ปรัชญาส่วนตัวในการทำงานของชยันต์จะมองว่า "ความดราม่าคือไบเบิลของการเรียกความนิยมที่ใช้กันแพร่หลายทั่วโลก" ก็ตาม เพราะคอนเซ็ปต์ของโชว์ไทยแลนด์ ก็อต ทาเลนต์ โชว์ ออน สเตจ ครั้งที่ 1 คือความสนุกสนาน

สำหรับการคัดเลือกนักแสดงบนเวทีนี้ ชยันต์ยอมรับว่า ค่อนข้างเลือกยากอยู่พอสมควร เพราะถ้าวัดกันในเรื่องของความสามารถและการแสดงโชว์ของแต่ละทีมแล้ว ต้องยอมรับว่าไม่ห่างกันสักเท่าไหร่นัก ทำให้ต้องใช้วิธีเลือกจากบุคคลหรือทีมที่ยังคงอยู่ในการจดจำของคนดู

ยกตัวอย่างในซีซั่น 1 ก็ต้องเป็น สมศักดิ์ เหมรัญ กีตาร์มือเดียว กับไมร่า อย่างไม่ต้องสงสัย แม้ว่าใจจริงจะอยากให้ทั้ง 50 โชว์ที่มีอยู่ได้ขึ้นเวทีก็ตาม

โดยนักแสดงที่จะได้ขึ้นโชว์บนเวทีนี้มีทั้งหมด 17 โชว์ ได้แก่ สมศักดิ์, ไมร่า, แพรวา, ทีมเครซี่ ดราก้อน, เล้ง, น้องเกล อูคูเลเล่, จ๋า ศิริรันต์, เกรซ สุขประกอบ, กิ๊ก วารุณี, ทีมยอมรับความจริง, สวอนทีม, คิดบวกสิปป์, ต๊ะ ตึ่ง โม้ง, เติร์ก เลเซอร์, ทีศิลป์, MUTE และบีบี ดีว่า

เท่าที่สังเกตจากรายชื่อของนักแสดงทั้งหมดที่ได้รับเลือกให้ขึ้นแสดงบนเวทีคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของไทยแลนด์ ก็อต ทาเลนต์ ดูเหมือนว่าจะใช้บริการของ "นักร้อง" มากกว่า "นักศิลปะการแสดง" ชนิดครึ่งต่อครึ่ง ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเพราะอะไรถึงเป็นเช่นนั้น

กรณีนี้ ชยันต์ อธิบายว่า เป็นผลต่อเนื่องจากการที่คนไทยส่วนใหญ่นิยมเสพสื่อบันเทิงในรูปแบบคอนเสิร์ต หรือคาราโอเกะมากกว่าการดูโชว์ศิลปะการแสดงในโรงละคร จนส่งผลกระทบมาถึงทัศนคติในการแสดงออกของทางศิลปะคนไทยว่า ถ้าอยากดังหรือเข้าวงการต้อง "ร้องเพลง" และที่สำคัญที่สุดคือ "ฝึกให้เก่งง่าย"

"ถ้าไม่เชื่อก็ลองสังเกตดูสิว่าบ้านเรามีนักร้องอยู่เยอะมาก แถมแต่ละคนยังเสียงดี ๆ กันทั้งนั้น อีกอย่างคือทัศนคติของคนบางคนยังมองว่า การออกมาประกวดความสามารถอย่างอื่นที่ไม่ใช่การร้องเพลงมันจะทำให้ตัวเองเสียหาย ยิ่งถ้าแพ้กลับมาก็ยิ่งจะทำให้เสียความรู้สึกเข้าไปใหญ่ ตรงนี้มันทำให้คนไม่กล้าออกมาแสดงความสามารถ ซึ่งน่าเสียดายมาก เพราะเชื่อว่าคนไทยมีคนเก่งอีกเยอะ"

(สำหรับผู้ที่สนใจเข้าชม ไทยแลนด์ ก็อต ทาเลนต์ โชว์ ออน สเตจ สามารถหาซื้อบัตรได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา บัตรราคา 1,500/1,200/1,000/800/500 บาท