ประชาชาติธุรกิจ
ซีเอสอาร์ - เอชอาร์

วันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2560

หลากเทคนิค คัดเด็กฝึกงาน ธุรกิจได้คน-น้องได้ประสบการณ์

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 25 ต.ค. 2555 เวลา 12:31:14 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

แต่ละปีมีผู้จบการศึกษาระดับปริญาตรีจากมหาวิทยาลัยทั้งรัฐและเอกชนในประเทศ 2-3 แสนคน ขณะที่ข้อมูลจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ระบุว่า ปัจจุบันมีผู้จบปริญญาตรีตกงานกว่า 1.5 แสนคน หรือคิดเป็นเกือบ 50% ของผู้จบการศึกษาระดับปริญญาตรีในประเทศ ทั้งที่ตลาดแรงงาน ป.ตรี ยังขาดแคลนกำลังคน ปัญหาการขาดแคลนแรงงานกับบัณฑิตตกงานจึงไม่ได้อยู่ที่ดีมานด์-ซัพพลายของกำลังแรงงานเท่านั้น แต่ปมใหญ่อยู่ที่ "ผลิตภาพ" หรือ "ความสามารถของแรงงาน" ที่ไม่ตรงกับความต้องการของตลาด



การแก้ปัญหาจึงต้องแก้ตั้งแต่การทำให้ผู้เรียนรู้จักความถนัดของตัวเอง ได้มีโอกาสทดลองฝึกงานในหลากหลายทักษะ เพื่อให้ได้สัมผัสของจริง ประกอบกับผู้ประกอบการได้มีโอกาสคัดเลือกแรงงานในอนาคตตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ฝ่ายสรรหาทรัพยากรบุคคลในหลายบริษัทใช้กัน

เอสซีจีคัดคนเก่งคนดี

"เมธา ประภาวกุล" หัวหน้าศูนย์สรรหาบุคลากรมีความสามารถ (Head of Talant Recruitment Center) บริษัท ปูนซิเมนต์ ไทย จำกัด (มหาชน) หรือเอสซีจี เล่า

ถึงการดำเนินโครงการ SCG Excellent Internship รุ่นที่ 12 ที่กำลังอยู่ระหว่างการคัดเลือกนักศึกษาจากใบสมัครจากทั่วประเทศกว่า 2,600 คน มาสอบข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์ กะเทาะให้เลือก 200 คนเพื่อเข้ามาฝึกงานในโครงการระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2556

"จากเมื่อก่อนเราให้ทุนนักศึกษาแล้วให้เขาเข้ามาทำงานกับเราอย่างเดียว จนเมื่อกระทั่งรุ่นที่ 9 เป็นต้นมาจึงได้เปลี่ยนกระบวนการมาทำโครงการรับนิสิตนักศึกษาจากทั่วประเทศ ทั้งในสาขาเทคนิคกับสายอาชีพมาเรียนรู้ประสบการณ์ทำงานกับบริษัทต่าง ๆ ในเครือเอสซีจี คุณสมบัติพื้นฐานของน้องที่สมัครเข้ามาคือ มีเกรดเฉลี่ย 3.0 ขึ้นไปและเรียนในสาขาที่
เอสซีจีมีความต้องการ"

สัดส่วนการรับนักศึกษาในโครงการจะประมาณ 70 : 30 คือ สายเทคนิค เช่น วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นสายงานที่เป็นกำลังหลักขององค์กรจะรับเข้ามาเยอะกว่าสายอาชีพ เช่น กลุ่มบัญชี นิเทศศาสตร์ มาร์เก็ตติ้ง

นักศึกษาเหล่านี้จะถูกคัดมาตั้งแต่การทำสอบข้อเขียน ซึ่งมีข้อสอบแยกชุดระหว่างสายวิทยาศาสตร์กับสายสังคมศาสตร์ จาก 2,000 กว่าคนจะเหลือสอบสัมภาษณ์ 800 คน ซึ่งก็จะมีคณะกรรมการสอบสัมภาษณ์ที่เป็นระดับผู้จัดการในหน่วยงานของธุรกิจต่าง ๆ คัดให้เหลือ 200 คน เพื่อส่งไปเรียนรู้งานในสายต่าง ๆ 3 เดือน โดยจะมีพี่เลี้ยง 1 คน ดูแลน้อง 2 คน ซึ่งจะเป็นคนทำหน้าที่ให้นักศึกษาฝีกงานเรียนรู้ใน 2 เรื่องหลัก ๆ คือธุรกิจและจริยธรรมการทำธุรกิจ

เมื่อผ่านไป 3 เดือนจะมีอีกโครงการเพื่อให้ให้นักศึกษานำเสนอโครงการ ในชื่อ Innovative Suggestion Award โดยรวมกลุ่ม 1-3 คน เพื่อนำเสนอโครงงานที่ได้เรียนรู้ระหว่างการฝึกงานที่ผ่านมา เนื่องจากการเรียนรู้งานจะดำเนินควบคู่ไปกับการทำโครงการอย่างใดอย่างหนึ่งของหน่วยธุรกิจที่เข้าไปฝีกอยู่แล้ว

"ที่ผ่านมาบริษัทได้พนักงานใหม่จากโครงการนี้ 30% แต่ในปีหน้าเราตั้งเป้าหมายให้ได้ 70% โดยได้จัดทีมงานที่จะเข้าไปดำเนินการ log in เชื่อมสัมพันธ์กับน้อง ๆ หลังจบโครงการ เพื่อชักชวนให้เขาเข้ามาร่วมงาน เพราะธุรกิจเอสซีจีกำลังขยาย แล้วนักศึกษาเหล่านี้เขาผ่านกระบวนการทั้งด้านกระบวนการทำงาน วัฒนธรรมองค์กร ความคิด และเราเห็นงานเขาแล้วในระดับหนึ่งแล้ว ที่สำคัญเราต้องการคนเก่งคนดี ซึ่งจากกระบวนการตลอด 3 เดือนที่นักศึกษาอยู่กับเรา มั่นใจได้ว่าเขาเป็นคนเก่งคนดี และแม้จะไม่ได้ทำงานกับเราในอนาคต เขาก็จะเป็นบุคลากรที่ดีให้องค์กรอื่นและประเทศชาติได้"

ซีพีเอฟเดินสายแนะนำองค์กร

ด้านบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ มีโครงการ CPF Future Career ซึ่งดำเนินการมาแล้ว 3 ปี ด้วยการจัดขบวนเดินสายไปตามมหาวิทยาลัยทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดทุกภาค เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารการดำเนินธุรกิจของบริษัทในปัจจุบัน พร้อมการขยายงานในอนาคต โดยกิจกรรมต่างเป็นการให้ความรู้แก่นักศึกษาในการเตรียมเข้าสู่ชีวิตการทำงาน และมีผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเป็นผู้บรรยายในเรื่องการทำงาน การเติบโตในสายอาชีพ การดูแลและพัฒนาบุคลากร ในรูปแบบนิทรรศการ เกม และการเสวนา

นอกจากนี้ยังต่อยอดโครงการไปสู่ "CPF Ambassador Program" โดยคัดเลือกนิสิตนักศึกษาจากคณะต่าง ๆ เข้าร่วมโครงการ โดยจะมีกิจกรรมที่บริษัทและพาดูงานในหน่วยธุรกิจในเครือระยะเวลา 3 วัน 2 คืน เพื่อให้นักศึกษาได้ซึมซับวัฒนธรรมองค์กร แล้วนำเรื่องราวที่ได้สัมผัสด้วยตัวเองไปถ่ายทอดให้กับเพื่อน ๆ

โดยโครงการนี้ ซีพีเอฟมองว่าเป็นการเปิดโอกาสให้พนักงานในอนาคตได้เข้ามาเรียนรู้องค์กร ทำความรู้จักวัฒนธรรมองค์กร ได้รู้ว่าบริษัททำอะไร ผลิตอะไร และขายทางไหน แล้วพวกเขาจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการเติบโตขององค์กรได้อย่างไร ซึ่งนอกจากเป็นการเปิดโลกการทำงานให้นักศึกษาแล้ว ยังเป็นการสร้างแบรนด์ซีพีเอฟในคนรุ่นใหม่ เป็นประโยชน์ทั้งต่อตัวคนรุ่นใหม่และประโยชน์ต่อองค์กร เป็นวิธีคัดคนแบบไม่ต้องรอให้เรียนจบ แล้วมาต้องเสี่ยงพบปัญหาภายหลังว่า คนกับงานไม่เข้ากันอีกต่อไป