ประชาชาติธุรกิจ
มอเตอร์ริ่ง

วันที่ 01 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เคียวอิจิ ทานาดะ บอสใหญ่ "โตโยต้าไทยแลนด์" "วันนี้ผมเหลืออีกภารกิจเดียว"

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 30 ต.ค. 2555 เวลา 12:11:54 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

สัมภาษณ์



บิ๊กเบิ้มตลาดรถยนต์คงไม่มีใครไม่รู้จัก "โตโยต้า" นอกจากจะเป็นเจ้าแรก ๆ ที่เข้ามาบุกเบิกตลาดในบ้านเรา ฟาดส่วนแบ่งในตลาดไปแล้วเกือบ 40% ยังเป็นค่ายรถยนต์ที่สร้างคุณูปการมากมายให้กับสังคมไทย ในจังหวะที่โตโยต้ากำลังจะเดินทางมาครบปีที่ 50 สำหรับการทำตลาดในบ้านเรา

"ประชาชาติธุรกิจ" มีโอกาสเสวนากับนาย "เคียวอิจิ ทานาดะ" กรรมการผู้จัดการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด นอกจากจะได้มุมมองการทำธุรกิจที่แยบยลแล้ว ยังเป็นการสัมภาษณ์ที่ดูผ่อนคลาย โดยไม่ต้องมีล่ามทำให้เสียจังหวะ เพราะบิ๊กบอสชาวญี่ปุ่นรายนี้พูดและเข้าใจภาษาไทยได้ดีไม่แพ้เจ้าของภาษา

ประธานทานาดะเล่าให้ฟังอย่างอารมณ์ดีว่า วันนี้ขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบของเขาไม่ได้มีเพียงแค่ฐานะกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เท่านั้น เพราะเขาได้รับการโปรโมตให้นั่งแท่นเจ้าหน้าที่บริหาร (Managing Officer) ของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น (TMC) ประเทศญี่ปุ่น ที่ต้องรับผิดชอบเป็นผู้บริหารระดับสูง และรับผิดชอบการบริหารงานในส่วนภูมิภาค Asia Pacific และ Oceania และบริหารงานของโตโยต้าใน 17 ประเทศ ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, อินเดีย, ปากีสถาน, เกาหลี, ไต้หวัน รวมอาเซียน 10 ประเทศ ผมดูแลหมด

และในฐานะกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย แปซิฟิก (TMAP-MS) ที่มีออฟฟิศอยู่ที่สิงคโปร์ ดูแลการขายและการตลาดของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก มียอดขายในภูมิภาคนี้อยู่ที่ 1.74 ล้านคัน ส่วนอนาคตผมตั้งเป้าภูมิภาคนี้ไว้ที่ 2 ล้านคัน ภายใน 3 ปี จากนี้ ส่วนหน้าที่ของประเทศไทยวันนี้คือ 500,000 คัน ต่อไปผมอยากให้ประเทศไทยขายถึง 600,000 คัน หรือ 30% ของยอดขายในภูมิภาคนี้

นายทานาดะมองว่า ยอดขายของโตโยต้าในประเทศไทยปีนี้น่าจะอยู่ที่ 500,000 คัน ส่วนอินโดนีเซีย 400,000 คัน นั่นหมายความว่ายอดขายโตโยต้า 900,000 คัน หรือ 50% ของภูมิภาคนี้มาจากประเทศไทย-อินโดนีเซีย

ส่วนอันดับรอง ๆ ลงมาคือออสเตรเลีย 230,000 คัน, อินเดีย 170,000 คัน, ไต้หวัน 120,000 คัน, มาเลเซีย 100,000 คัน, ฟิลิปปินส์ 65,000 คัน, ปากีสถาน 40,000 คัน, เวียดนาม 24,000 คัน, นิวซีแลนด์ 22,000 คัน, เกาหลี 17,000 คัน

จากนี้ไปประธานทานาดะยังมั่นใจว่า 10 ประเทศอาเซียนนั้นจะยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งอินเดีย, ปากีสถาน เนื่องจากจำนวนประชากรค่อนข้างมาก

ส่วนประเทศออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, เกาหลี, ไต้หวัน ตลาดจะมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นนั้นเป็นไปได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากจำนวนประชากรไม่เพิ่ม

"เรายังเป็นห่วงนะสำหรับประเทศไทยที่มีจำนวนประชากรเพียง 65 ล้านคน เมื่อเทียบกับอินโดนีเซียมีจำนวนประชากร 250 ล้านคน ตลาดจะขยายเพิ่มขึ้นได้อย่างไร"

แต่ถ้าเรามองว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยนั้น หากนับรวมกลุ่มประเทศ "ลุ่มน้ำโขง" เข้าไว้ด้วยกัน คือไทย, ลาว, พม่า, เวียดนาม และกัมพูชา จะมีประชากรรวมกันถึง 230 ล้านคน ซึ่งจะใกล้เคียงกับประชากรในอินโดนีเซีย เพราะโอกาสยังพอมี

ดังนั้น "หน้าที่ของไทย" คือความร่วมมือกับประเทศอีก 4 ประเทศในกลุ่มลุ่มน้ำโขง เพื่อขยายธุรกิจของประเทศไทยด้วยอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ก็จะยังคงมีโอกาสเติบโตได้แน่นอน

สำหรับยอดการผลิตรถยนต์ของประเทศไทยปีนี้ นาย "ทานาดะ" ประเมินว่าจะอยู่ที่ 2.3 ล้านคัน ซึ่งยังมากกว่าอินโดนีเซียถึง 2 เท่า และในเดือนพฤศจิกายนนี้จะจัดงานฉลองการผลิตจำนวน 2 ล้านคันต่อปี

ดังนั้น หน้าที่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ไม่ใช่เพียงแค่ผลิตเพื่อรองรับตลาดในประเทศเท่านั้น แต่ยังมีหน้าที่รับผิดชอบตลาดส่งออก เนื่องจากประเทศไทยมีการผลิตรถยนต์ที่มีคุณภาพ และมีการพัฒนาบุคลากรที่มีคุณภาพ

นาย "ทานาดะ" ยังกล่าวย้ำถึงความมั่นใจในศักยภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เมื่อเทียบกับประเทศอินโดนีเซีย เขาเชื่อว่าประเทศไทยยัง "เหนือ" กว่าอินโดฯอีกเยอะ

แต่สิ่งที่นาย "ทานาดะ" แสดงความเป็นห่วง คือการสนับสนุนของรัฐบาล เขายกตัวอย่าง ขณะนี้รัฐบาลอินโดนีเซียต้องการก้าวขึ้นเป็นผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์ของอาเซียน รัฐบาลไทยต้องตระหนักและพยายามรักษาตรงนี้เอาไว้ให้ได้ เขาบอกว่า อินโดนีเซียเชิญโตโยต้าไปเปิดโรงงานรถยนต์ไฮบริด ไม่เก็บภาษีเลย แต่สำหรับบ้านเรา ถ้าจะพยายามเพิ่มภาษีอีก อนาคตจะแข่งขันได้ลำบาก

และเมื่อถามว่า นาย "ทานาดะ" จะทำอย่างไร ในเมื่อเขาต้องดูแลรับผิดชอบตลาดทั้ง 2 ประเทศ งานนี้กรรมการผู้จัดการใหญ่กล่าวพร้อมเสียงหัวเราะว่า...ผมพูดภาษาอินโดนีเซียไม่ได้ เวลาเจรจากับรัฐบาลอินโดนีเซียจะต้องใช้ภาษาอังกฤษ แต่สำหรับประเทศไทย ผมพูดได้ คุยภาษาเดียวกัน นั่นแสดงว่าประเทศไทยสะดวก และผมรักที่นี่ เขาพูดอย่างเต็มปากว่า แน่นอน...ผมรักเมืองไทยมากกว่า

สุดท้าย เมื่อถามถึงภารกิจและผลงานที่นาย "ทานาดะ" ประทับใจ หลังจากดูแลประเทศไทยมาเป็นระยะเวลา 3 ปี กับ 4 เดือนนั้น เขาบอกว่า วันนี้ดีใจและประทับใจที่สุดที่ได้เป็นประธานโตโยต้าในเมืองไทย สามารถสร้างยอดขายสูงสุด ยอดผลิตสูงสุด และกำไรสูงที่สุดด้วย ถือเป็นสถิติใหม่ในรอบ 50 ปี ผมดีใจ ภูมิใจ และต้องยอมรับว่าเป็น "ผู้นำ" ที่โชคดี โตโยต้าฉลองครบรอบ 50 ปี กับยอดขาย 500,000 คัน

ตอนที่เข้ามารับตำแหน่งใหม่ ๆ เขาประกาศพันธกิจไว้ 3 ข้อ ซึ่งเป็นภารกิจยิ่งใหญ่ที่เขาต้องทำให้สำเร็จ ตอนนี้ทำสำเร็จไปแล้ว 2 ข้อ คือทำให้ยอดขายโตโยต้าในประเทศไทยอยู่ในระดับ 300,000 คันต่อปี ซึ่งวันนี้เขาทำได้แล้ว ทะลุไปถึง 500,000 คันต่อปี และภารกิจที่สอง คือมียอดผลิตมากกว่า 600,000 คันต่อปี วันนี้เขาก็ทำได้ ตอนนี้โตโยต้ามียอดผลิตสูงถึง 800,000 คันต่อปี

แต่ภารกิจข้อที่ 3 คือผลักดันให้คนไทยได้เป็นผู้บริหารสูงสุด หรือเป็นประธานที่นี่ ไม่ใช่ "ญี่ปุ่น" ยังเหลืออยู่เพียงภารกิจเดียว

จริง ๆ ปัจจุบันนี้ เราก็อาศัยคนไทยอยู่แล้ว เพราะจำนวนพนักงาน 17,000 คน มีคนญี่ปุ่นแค่ 35 คนเท่านั้น และส่วนใหญ่คนทำงานผู้บริหารระดับสูงมีญี่ปุ่นแค่ 3 คนเท่านั้น ส่วนใหญ่ผู้บริหารระดับสูงจะเป็นคนไทยทั้งนั้น และอนาคตผมหวังว่าผู้บริหารสูงสุดของโตโยต้าประเทศไทย จะเป็นคนไทย ซึ่งบริษัทแม่ก็เห็นด้วยแล้วเช่นเดียวกัน แต่คงจะต้องดูระยะเวลาที่เหมาะสมอีกครั้งหนึ่ง