ประชาชาติธุรกิจ
เศรษฐกิจในประเทศ

วันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2557

"ไทย-อินโดนีเซีย" เดินหน้าความร่วมมือพัฒนาและรักษาเสถียรภาพยางพารา

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 09 พ.ย. 2555 เวลา 13:24:06 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ประเทศไทยและอินโดนีเซีย เดินหน้าความร่วมมือพัฒนาและรักษาเสถียรภาพยางพารา และขยายความร่วมมือด้านพลังงานทดแทนพลังงานทางเลือก โดยเฉพาะเอทานอล ขณะที่การค้าข้าวอินโดนีเซียจะนำเข้าข้าวจากไทยร้อยละ 15-25 ระหว่างปี 2555-2557

 

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ใช้โอกาสเข้าร่วมประชุม Bali Democracy Forum ที่ เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย หารือทวิภาคีกับผู้นำใน 3 ประเทศ คือ สาธารณรัฐอิสลามอัฟกานิสถาน, ตุรกี และอินโดนีเซีย เพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันและขยายกรอบความร่วมมือการค้าการลงทุนเพิ่มขึ้น โดยจากการทวิภาคีที่น่าจับตามากที่สุด คือ การทวิภาคีกับ นายซูซิโล บัมบัง ยูโดโยโน ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย นายกรัฐมนตรีได้แสดงความยินดีกับประธานาธิบดีอินโดนีเซียในความสำเร็จการเป็นเจ้าภาพการประชุม Bali Democracy Forum ทำให้เห็นถึงบทบาทและความสำเร็จในการพัฒนาประชาธิปไตยที่ไทยพร้อมสนับสนุนในฐานะมิตรประเทศอันดี ในโอกาสนี้ทั้ง 2 ประเทศได้หารือเกี่ยวกับการเพิ่มพูนความร่วมมือด้านต่าง ๆ เช่น ด้านพลังงานไทย-อินโดนีเซีย ภายใต้กรอบ Energy Forum เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและนโยบายด้านพลังงาน รวมถึง การแสวงหาความร่วมมือและการพัฒนาด้านพลังงานระหว่างกัน ทั้งนี้ อินโดนีเซีย รับเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม Indonesia-Thailand Energy Forum (ITEF) ครั้งที่ 4 ขณะที่การพัฒนาเอทานอล พลังงานทางเลือก และพลังงานทดแทน ปัจจุบันนี้กำลังการผลิตเอทานอลของอินโดนีเซียยังไม่เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ รัฐบาลไทย จึงแสดงความพร้อมสนับสนุนเอทานอลให้ ส่วนด้านยางพาราปัจจุบันไทยและอินโดนีเซียมีความร่วมมือด้านยางพาราสามฝ่ายระหว่างไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ผ่านสภาไตรภาคีด้านยางพารา ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในเดือนธันวาคมนี้ ที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อหารือเกี่ยวกับการรักษาเสถียรภาพราคายางและการเพิ่มเงินกองทุนสำหรับบริษัทร่วมทุนยางระหว่างประเทศ ซึ่งกลไกนี้จะให้ประเทศผู้ผลิตยางพาราได้รับประโยชน์จากเสถียรภาพด้านราคาในตลาดโลก และส่งเสริมการทำงานร่วมกันนำไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปยางในอนาคต

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงความมั่นคงทางอาหารว่า รัฐบาลอินโดนีเซียให้ความสำคัญมากในเรื่องข้าวที่เป็นสินค้าเกษตรอ่อนไหว เนื่องจากอินโดนีเซียต้องพึ่งพาการนำเข้าข้าวจากต่างประเทศ ทำให้การทวิภาคีครั้งนี้ ไทย-อินโดนีเซีย เห็นตรงกันให้เร่งผลักดันความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหารตามที่ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับกระทรวงการค้าอินโดนีเซียในปี 2554 ซึ่งอินโดนีเซียตกลงจะซื้อขายข้าวจากไทยตามภาวะการผลิตข้าวของประเทศ และรัฐบาลไทยจะจำหน่ายข้าวขาวให้อินโดนีเซีย ร้อยละ 15-25 ระหว่างปี 2555-2557

 

ขณะที่ประธานาธิบดีอินโดนีเซียจะเดินหน้าความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหารให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว นายกรัฐมนตรีไทยจะให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์หารือร่วมกับอินโดนีเซียต่อไป จากนั้น นายกรัฐมนตรีและคณะได้เดินทางไปยังท่าอากาศยานงูระห์ไร เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย โดยจะถึงท่าอากาศดอนเมืองในเวลาประมาณ 22.00 น. ของวันนี้ตามเวลาในประเทศไทย

 

 

 

 

ที่มา : กรมประชาสัมพันธ์