ประชาชาติธุรกิจ
ไอซีที

วันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2557

จัดระเบียบวิทยุชุมชนทั่วประเทศ 17 มกราคมเส้นตายยื่นขอไลเซนส์

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 14 พ.ย. 2555 เวลา 07:32:39 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

นับตั้งแต่วันที่วิทยุชุมชนคนแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้รับใบอนุญาตชั่วคราวใบแรกในปี 2547 จนถึงวันนี้มีการประเมินกันว่าประเทศไทยมีวิทยุชุมชนที่ออกอากาศในปัจจุบันราว 1 หมื่นสถานีแล้ว

โดย "ปริตา วงศ์ชุตินาท" รักษาการผู้อำนวยการกลุ่มงาน (บ.3) กลุ่มงานมาตรฐานและเทคโนโลยีกระจายเสียงและโทรทัศน์ สำนักงาน กสทช. กล่าวว่า จากข้อมูล กสทช. เรียกได้ว่าทุกวันนี้ไม่มีตำบลใดในประเทศไทยที่ไม่มีวิทยุชุมชน ทั้งที่แผนคลื่นความถี่วิทยุแห่งชาติในปี 2539 กำหนดให้มีวิทยุ FM ได้ 300 สถานี และ AM 200 สถานี แต่มีผู้ประกอบการเพียง 2 ราย ที่ได้รับใบอนุญาตวิทยุชุมชนชั่วคราว อีกกว่า 6,000 สถานี ได้รับอนุญาตให้ทดลองออกอากาศเป็นการชั่วคราวหรือเคยขอยื่นทดลองออกอากาศในช่วงที่ กทช.เปิดให้ลงทะเบียนเมื่อปี 2552 ซึ่ง

ผู้ประกอบการกลุ่มนี้จะยื่นขอรับใบอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงได้จนถึงวันที่ 17 ม.ค. 2556 เพื่อให้เป็น

ผู้ประกอบการที่ถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนอีก 4,000 สถานี ถือเป็นวิทยุชุมชนที่ออกอากาศโดยไม่ได้รับอนุญาต และ กสทช.จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

"ปัญหาวิทยุชุมชนวันนี้ คือมีมากเกินไป น่าจะติดอันดับต้น ๆ ของโลก ที่มีมากขนาดนี้ เหตุเกิดเพราะปี 2547 กรมประชาสัมพันธ์อนุญาตให้วิทยุชุมชนมีโฆษณาได้ ทำให้มีวิทยุชุมชนแฝงเกิดขึ้นมากมายจนเกิดปัญหาคลื่นกวนกัน มีปัญหากับระบบสื่อสารและระบบนำร่องของเครื่องบิน ซึ่งในปีที่แล้วมีเรื่องร้องเรียนถึง 1,700 กรณี"

และเหตุที่ กสทช. ไม่เปิดให้วิทยุชุมชนทั้งหมดมายื่นขอรับใบอนุญาตได้ เพราะแค่ 6,000 วิทยุชุมชนที่อยู่ในเกณฑ์จะยื่นขอใบอนุญาตทดลองฯ ได้ หากแต่ละแห่งมีรัศมีการกระจายเสียงที่ 20 กิโลเมตรตามประกาศฯ เพื่อไม่ให้ส่งสัญญาณกวนกัน ประเทศไทยต้องมีพื้นที่ 8 ล้านตร.กม.ทั้งที่ความจริงมีแค่ 5 แสนกว่าตร.กม.เท่านั้น

ดังนั้นก่อนยื่นคำขอรับใบอนุญาต จะต้องตรวจสอบสิทธิของตนที่หน้าเว็บไซต์ (www.nbtc.go.th) ซึ่งจะมีคู่มืออธิบายวิธีการยื่นคำไว้ด้วย

ฟาก "พ.อ.นที ศุกลรัตน์" กรรมการ กสทช.ในฐานะประธานกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ (กสท) กล่าวว่า กสทช. เปิดให้ขอใบอนุญาตทดลองฯ เพื่อให้ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตได้สิทธิทดลองประกอบกิจการในระหว่างที่ กสทช.จัดระเบียบคลื่นใหม่ โดยจะต่อใบอนุญาตปีต่อปี หากไม่เคยฝ่าฝืนกฎเกณฑ์ กสทช.จะต่อใบอนุญาตได้ทันทีอีก 1 ปี แต่ไม่ได้เกิน 3 ปี โดยจะมีใบอนุญาตทั้งหมด 3 ประเภท คือ "กิจการบริการสาธารณะ" ต้องเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานรัฐอื่นที่ไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ ซึ่งมีความจำเป็นต้องดำเนินกิจการด้านบรอดแคสต์ สมาคม มูลนิธิ หรือนิติบุคคลอื่นที่ตั้งตามกฎหมายไทยที่ไม่แสวงหากำไร ดำเนินกิจการเพื่อประโยชน์สาธารณะ สถาบันอุดมศึกษาเพื่อเผยแพร่ความรู้สู่สังคม

ส่วนผังรายการประเภทบริการสาธารณะต้องเป็นข่าวสารสาระไม่น้อยกว่า 70% ไม่สามารถหารายได้จากโฆษณาได้ เว้นแต่หารายได้โดยการโฆษณาหรือเผยแพร่ข่าวสารหรือเสนอภาพลักษณะขององค์กร บริษัท และกิจการโดยไม่ได้มีการโฆษณา สรรพคุณ คุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องทั้งทางตรงหรือทางอ้อม

ใบอนุญาต "กิจการบริการชุมชน" คือสมาคม มูลนิธิ นิติบุคคล ซึ่งไม่ใช่หน่วยงานรัฐ มีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่แสวงหากำไร หรือกลุ่มคนในท้องถิ่นที่ไม่เป็นนิติบุคคล จำนวนไม่น้อยกว่า 5 คน สมาชิกแต่ละคนมีกิจกรรมที่แสดงถึงการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนอย่างต่อเนื่อง ไม่น้อยกว่า 2 ปีผังรายการประเภทบริการชุมชน ต้องเป็นข่าวสารสาระไม่น้อยกว่า 70% นำเสนอรายการที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับชุมชนเป้าหมายที่รับบริการและผลิตโดยคนในชุมชน

เป้าหมายที่รับบริการไม่น้อยกว่า 50% ของเวลาออกอากาศทั้งหมด ห้ามหารายได้จากโฆษณา แต่อาจมีรายได้จากการบริจาค การอุดหนุนหรือรายได้ทางอื่นที่ไม่มีอิทธิพลต่อการบริหารสถานี ไม่มีลักษณะเป็น

การสนับสนุนเชิงพาณิชย์ แต่อาจได้รับการสนับสนุนจากกองทุน USO ได้และใบอนุญาต "กิจการทางธุรกิจ" ต้องเป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย มีผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 มีภูมิลำเนาในพื้นที่ให้บริการ ผังรายการสำหรับกิจการธุรกิจ ต้องเป็นข่าวสารสาระไม่น้อยกว่า 25%

หารายได้จากโฆษณาได้ไม่เกินชั่วโมงละ 12 นาทีครึ่ง และเมื่อรวมโฆษณาทั้งวันเฉลี่ยไม่เกินชั่วโมงละ 10 นาที และอาจหารายได้ด้วยวิธีการอื่นได้ค่าธรรมเนียมพิจารณาคำขอ กิจการบริการสาธารณะ อยู่ที่ 2,140 บาท กิจการบริการชุมชน ที่ 535 บาท และกิจการทางธุรกิจ 10,700 บาท

หลังยื่นคำขอรับใบอนุญาตแล้ว จะแจ้งสิทธิให้ผู้ประกอบการทราบภายใน 45 วันทำการ โดยผู้ประกอบการมีหน้าที่ต้องนำเครื่องส่งวิทยุไปทดสอบให้ผ่านมาตรฐานของ กสทช.ภายใน 1 ปีนับจากได้ใบอนุญาต มิฉะนั้นจะหมดสิทธิต่อใบอนุญาต ซึ่งการตรวจสอบมาตรฐานเครื่องส่ง เสียค่าธรรมเนียม 5,000 บาทต่อเครื่อง โดยการออกอากาศต้องใช้กำลังส่งคลื่นพาห์ (carrier power) ไม่เกิน 500 วัตต์ ความสูงสายอากาศไม่เกิน 60 เมตร พื้นที่กระจายเสียงรัศมีไม่เกิน 20 กม.