ประชาชาติธุรกิจ
เอชอาร์-ซีเอสอาร์-การศึกษา

วันที่ 02 กันยายน พ.ศ. 2557

ปรัชญาแห่งหมากล้อม เกมธุรกิจบนกระดานแบบ win-win

updated: 21 พ.ย. 2555 เวลา 19:28:13 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

"หมากล้อม" หรือ "โกะ" เป็นหมากกระดานที่ถือกำเนิดขึ้นในประเทศจีน ชาวจีนเรียกหมากชนิดนี้ว่า "เหวยฉี" ในสมัยก่อนถือเป็นเกมที่เล่นกันเฉพาะแม่ทัพ ขุนพล และนายกอง เพราะถือว่า "โกะ" เป็นหนึ่งในสี่ศิลปะชั้นสูง นอกเหนือจากดนตรี, วาดภาพ และการเขียนพู่กันจีน

เพราะการเล่น "โกะ" เป็นเสมือนการฝึกสมองทางความคิด และปรัชญาที่เกิดจากทักษะของผู้เล่น เช่น การวางแผน หรือแม้แต่การบริหารทรัพยากร (หมาก) ที่มีอยู่อย่างจำกัด เพราะเมื่อเกมจบลง แต้มของผู้ชนะคือผู้ที่ผิดพลาดน้อยกว่าผู้แพ้

ดังนั้น หากนำวิธีคิดที่ได้จากเกม "โกะ" เข้ามาผสมผสานกับงานบริหารงานธุรกิจเชิงกลยุทธ์ จึงน่าที่จะสร้างมืออาชีพทางธุรกิจได้อย่างมีข้อผิดพลาดน้อยที่สุด

ผลเช่นนี้ จึงทำให้บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ชวนเปิดมุมมองทักษะของชีวิตด้านใหม่ ภายใต้การเสวนาหัวข้อเรื่อง "กลยุทธ์การบริหารธุรกิจด้วยปรัชญาหมากล้อม" ที่จัดขึ้นภายในงานประเพณีเชื่อมพันธมิตรทางธุรกิจ ประจำปี 2555 (Business Friendship Festival 2012)

โดยผู้ที่จะมาเล่าเรื่องราวประสบการณ์การเล่น "โกะ" จนสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับงานบริหารจนประสบความสำเร็จ จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก "ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เท่านั้น

เบื้องต้น "ก่อศักดิ์" บอกว่า "เริ่มคลุกคลีกับโกะนี้มาตั้งแต่สมัยมัธยมแล้ว

ตอนนั้นผมรู้สึกว่าเป็นเกมที่ยาก เลยหยุดเล่นไปพักหนึ่ง แต่ด้วยความสนใจมาตั้งแต่เด็ก ๆ ทำให้ผมได้กลับมาเล่นอีกครั้ง หลังเรียนจบมัธยมมา 7 ปี และครั้งนี้ผมได้เรียนรู้จากเกมโกะอย่างมากมาย

ทั้งความอดทน อดกลั้น และการใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ เกมโกะเป็นเกมที่มีเสน่ห์ทางความคิดเหมือนเกมหมากรุก"

"แต่เกมหมากรุกต้องชนะอย่างรุกฆาต แต่หมากล้อมไม่ใช่ ผมขอเปรียบเทียบง่าย ๆ ให้หมากล้อมเป็นเสมือนสนามรบ (หมายถึงบริเวณหรือพื้นที่หนึ่งบนกระดาน) ที่ถึงแม้จะพ่ายแพ้ในสนามรบใดสนามรบหนึ่ง แต่ก็สามารถชนะในสนามรบอื่นได้"

"นี่จึงเป็นความลึกซึ้งและความยากในการเดินหมาก ที่สำคัญคือการพลิกผันของรูปเกมแบบที่เราคาดไม่ถึง ดังนั้น ในบางสถานการณ์ที่อาจดูเหมือนเรากำลังจะแพ้ แต่หากผู้เล่นมีความคิด และสายตาที่ยาวไกล เข้าใจในจุดอ่อนของคู่ต่อสู้และตนเอง ก็อาจจะพลิกเกมเป็นผู้ชนะได้อย่างไม่ยาก"

"คล้ายกับเกมฝึกสมาธิและความอดทนไปพร้อม ๆ กัน ใครอดทนมากกว่าคือ ผู้ชนะ ขณะที่อีกฝ่ายที่จ้องจะทำลายฝั่งตรงข้ามจะเป็นผู้แพ้ หมายความว่าเกมโกะไม่ได้สอนให้เราทำลายคู่ต่อสู้ แต่คือการชนะได้โดยไม่เอาชนะ นั่นคือปรัชญาที่ผมได้จากเกมโกะ"

ส่วนเรื่องการนำปรัชญาจากการเล่นโกะมาผสมผสานกับการบริหารงาน "ก่อศักดิ์" บอกว่า เราต้องมองวิธีคิดที่ได้จากเกมโกะให้กลายเป็นยุทธศาสตร์ของการบริหารงาน "อย่างที่บอกว่าเกมโกะจะได้วิธีคิดทางการวางแผน และมองการณ์ไกล เช่นเดียวกับการบริหารงานในยุคสมัยนี้ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ในฐานะที่เราเป็นผู้บริหาร เราจึงต้องมองไปที่อนาคต ให้คิดและวิเคราะห์ต่อสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น"

"รวมถึงต้องรู้เขารู้เรา โดยที่เราสามารถจะทำธุรกิจร่วมกันได้บนตลาดอย่างไม่คิดทำร้ายกัน และใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดเพื่อให้เกิดประโยชน์และประสิทธิภาพสูงสุด นี่คือกลยุทธ์บริสุทธิ์ของเกมหมากล้อมที่ผมชอบ และสนใจมาตลอด"

"ไม่ว่าจะเป็นเกม หน้าที่การงาน หรือชีวิตส่วนตัว คือการต่อสู้กับตัวเองให้ชนะกิเลสที่มายั่วยุ เพื่อให้เราลงแรงไปกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างกล้าได้กล้าเสีย เพราะนั่นไม่ใช่เครื่องวัดว่าเราจะเอาชนะ หรือประสบความสำเร็จได้อย่างที่ตั้งใจ"

"ตรงข้าม อาจทำให้เราเพลี่ยงพล้ำอย่างไม่รู้ตัวได้ ฉะนั้น การจะมีความคิดอย่างปราชญ์จะต้องฝึกฝน และหมั่นทบทวนสิ่งที่ผิดพลาดจากความพ่ายแพ้ในเกมที่ผ่านมา หาจุดบกพร่องเพื่อเดินไปสู่ข้างหน้าอย่างผู้ชนะ"

นี่คือปรัชญาจาก "โกะ" ที่อาศัยการออกเดินแต่ละก้าวอย่างชาญฉลาด ที่ "ก่อศักดิ์" อยากให้ทุกคนลองเล่นดู