ประชาชาติธุรกิจ
เศรษฐกิจในประเทศ

วันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2557

เงินสะพัดบึงกาฬ...หมื่นล้าน ! 4 บิ๊กโรงงานยาง-จีนพาเหรดลงทุน

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 25 พ.ย. 2555 เวลา 21:29:19 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

คอลัมน์ เจาะเศรษฐกิจบึงกาฬ




ทุกวันนี้ "ยางพารา" คือชีวิตและลมหายใจของชาวจังหวัดบึงกาฬ เป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจจังหวัดบึงกาฬโดยแท้ เพราะเม็ดเงินจากการค้าขายยางเพียงอย่างเดียว สร้างรายได้ให้จังหวัดน้องใหม่แห่งนี้ปีละไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท ที่สำคัญคือ สร้างอาชีพและรายได้ให้เกษตรกรสวนยางได้เป็นกอบเป็นกำ

ล่าสุด กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) อำเภอบึงกาฬ ระบุว่า จังหวัดบึงกาฬใน 8 อำเภอ มีพื้นที่ปลูกยางรวมทั้งสิ้น 731,921 ไร่ เปิดกรีดแล้วทั้งหมด 386,135 ไร่ มากที่สุดคือ อ.บึงกาฬ 201,656 ไร่ เปิดกรีด 101,860 ไร่

รองลงมาคือ อ.ปากคาด 128,194 ไร่ เปิดกรีด 98,596 ไร่, อ.เซกา 100,342 ไร่ เปิดกรีด 58,456 ไร่, อ.โซ่พิสัย 97,128 ไร่ เปิดกรีด 30,111 ไร่, อ.ศรีวิไล 90,877 ไร่ เปิดกรีด 59,726 ไร่, อ.บึงโขงหลง 45,642 ไร่ เปิดกรีด 19,800 ไร่, อ.พรเจริญ 42,098 ไร่ เปิดกรีด 16,317 ไร่ และ อ.บุ่งคล้า 25,981 ไร่ เปิดกรีด 1,265 ไร่

จังหวัดบึงกาฬ ทั้งภาครัฐและเอกชนตั้งเป้าหมายว่า ในอนาคตหากเปิดกรีดยางเต็มพื้นที่ปลูก 800,000 ไร่ ครบทั้ง 8 อำเภอ จะมีเงินเข้าจังหวัดปีละกว่า 36,000 ล้านบาทเลยทีเดียว

แต่เอาเข้าจริง พื้นที่ปลูกยางบึงกาฬวันนี้มีมากกว่า 1 ล้านไร่ไปแล้ว เกษตรกรสวนใหญ่มีสวนยางราว 10-15 ไร่ มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,000-50,000 บาท ส่วนพวกเถ้าแก่ที่มีเป็น 100 ไร่ หรือ 200 ไร่ หรือมากกว่านั้น มีรายได้สูงกว่ามนุษย์เงินเดือนหลายคนเสียอีก ส่วนคนที่ไม่มีสวนยางก็รับจ้างกรีด ซึ่งก็ได้ค่าตอบแทนในสัดส่วนที่สูงเช่นเดียวกัน

"ปฐพงศ์ เมืองปลอด" หัวหน้าสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) จังหวัดบึงกาฬ ให้ข้อมูลว่า เหตุผลที่ยางพาราบึงกาฬเฟื่องฟูเป็นอย่างมาก เพราะมีสภาพพื้นที่เหมาะสมทั้งดิน น้ำ อากาศ และปริมาณน้ำฝนที่พอเหมาะ ซึ่งดินบึงกาฬเป็นเป็นลักษณะดินร่วนปนทราย ได้ความชื้นจากรัศมีแม่น้ำโขงที่แผ่ได้ถึง 30-60 กิโลเมตร ทำให้บึงกาฬและพื้นที่แถบอีสานเหนือปลูกยางได้ดี

นอกจากนี้ หลังจากเจ้าหน้าที่ สกย.เดินทางมาบุกเบิก ให้คำแนะนำ และติดตามการปลูกยางอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ปี 2534 คนบึงกาฬจึงเห็นประโยชน์จากการปลูกยาง กระทั่งมีโครงการปลูกยาง 1 ล้านไร่ เมื่อปี 2547 ทำให้การค้าขายยางพาราเป็นไปอย่างคึกคัก ส่งผลให้ราคายางถีบตัวสูงขึ้น และพื้นที่ปลูกยางก็ขยายตัวมากขึ้นตามไปด้วย

ชาวสวนยางบึงกาฬรายหนึ่งให้ความรู้ว่า ปัจจุบันผลผลิตยางที่บึงกาฬส่วนใหญ่เป็น "ยางก้อนถ้วย" นิยมซื้อขายกันสด ๆ เกษตรกรต้องกรีดให้ได้ราว 8 มีด จึงจะสามารถเก็บยางก้อนถ้วยไปขายได้ ตามมาตรฐานของสหกรณ์ หรือตามที่ตลาดประมูลยางกำหนด

แต่ช่วงหลังเริ่มมีการแปรรูปยางก้อน หรือขี้ยางเป็น "ยางเครป" วิธีการผลิตคือ นำยางก้อนเข้าเครื่องรีดยางเพื่อนำสิ่งสกปรกออกจากยาง ซึ่งจะทำให้คุณภาพค่ายางหรือเนื้อยางแห้งเพิ่มสูงขึ้นจากยางก้อนถ้วย และทำให้ขายได้ราคาเพิ่มขึ้น เป็นการเพิ่มมูลค่ายาง ซึ่งยางเครปในปัจจุบันเริ่มเป็นที่ต้องการของตลาดอุตสาหกรรมยางมากขึ้นเรื่อย ๆ

ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้เอง ธุรกิจยางพาราในบึงกาฬจึงก่อตัวขึ้นเป็นล่ำเป็นสันทั่วทั้งจังหวัด สวนยางหลายสวนมีกระบวนการผลิตครบวงจร ตั้งแต่แปลงเพาะกล้ายาง ร้านจำหน่ายพันธุ์ยาง ร้านรับซื้อยางแผ่น ยางก้อนถ้วย และเศษยาง ทั้งรายใหญ่และรายย่อย

ขณะที่โรงงานอุตสาหกรรมยางพารายักษ์ใหญ่ก็ไม่พลาดที่จะมาลงทุนที่บึงกาฬเช่นกัน

ปัจจุบันบึงกาฬมีโรงงานรับซื้อยางพาราจำนวน 4 แห่ง ประกอบด้วย บริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์กรุ๊ป จำกัด, บริษัท รับเบอร์แลนด์ โปรดักส์ จำกัด ในเครือศรีตรัง, บริษัท ไทยฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน) และกลุ่มบริษัทไทยอีสเทิร์น และมีแนวโน้มที่จะเปิดตัวเพิ่มอีก 1 โรงงาน โดยกลุ่มทุนประเทศจีนในเร็ว ๆ นี้

"ธนพล พลพิสิฐกุล" ประธานชมรมพ่อค้ายางบึงกาฬ และผู้จัดการกลุ่มบริษัทไทยอีสเทิร์น สาขาบึงกาฬ ผู้รับซื้อยางถ้วยรายใหญ่ของบึงกาฬ บอกว่า ไทยอีสเทิร์นเข้ามาบุกเบิกตั้งโรงงานที่บึงกาฬตั้งแต่ปี 2545 โดยเล็งเห็นว่าพื้นที่ภาคอีสานน่าจะเป็นแหล่งปลูกยางได้ โดยอนาคตเชื่อว่าจะมีการปลูกยางเพิ่มขึ้นอีกอย่างแน่นอน

เช่นเดียวกับ "อัฏฐพร พงศ์พันธุ์บัณฑิต" ผู้จัดการโรงงานบริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์กรุ๊ป จำกัด ผู้รับซื้อน้ำยางข้นรายใหญ่ในบึงกาฬ ที่บอกว่า สาเหตุหลักในการมาลงทุนตั้งโรงงานที่บึงกาฬ เพราะเป็นจังหวัดที่มีปริมาณวัตถุดิบเป็นจำนวนมาก และขยายพื้นที่การปลูกยาได้อย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ประธานหอการค้าจังหวัดบึงกาฬ "ประเสริฐ อดุลสุทธานนท์" อธิบายเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจยางพาราในบึงกาฬมีครบวงจร ตั้งแต่เกษตรกร ชมรมพ่อค้ายาง สหกรณ์ และองค์การสวนยาง ขณะที่โรงงานอุตสาหกรรมก็ทยอยเข้ามาลงทุนในบึงกาฬอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่อยากให้มีการต่อยอดคือ โรงงานอุตสาหกรรมภาคการผลิต เพื่อเพิ่มผลผลิตและรายได้ให้กับทุกภาคส่วนของจังหวัด

"ปัจจุบันปริมาณยางในบึงกาฬมีมากขึ้นทุกวัน และอีก 2 ปีก็จะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ประเทศเพื่อนบ้านก็ทยอยปลูกยางกันมากเช่นกัน ดังนั้นในอนาคตภาคอุตสาหกรรมแปรรูปยางพาราน่าจะเข้ามาลงทุน เพื่อสร้างงานในจังหวัด และเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบยางพารา"

ชั่วโมงนี้ ภาพลักษณ์บึงกาฬ คือศูนย์กลางยางพาราภาคอีสานไปเรียบร้อยแล้ว