ประชาชาติธุรกิจ
เอชอาร์-ซีเอสอาร์-การศึกษา

วันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ภราดาอานันท์ ปรีชาวุฒิ มองแผนอนาคต ร.ร.อัสสัมชัญ

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 10 ธ.ค. 2555 เวลา 11:44:09 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ชื่อของ "โรงเรียนอัสสัมชัญ" ถูกกล่าวถึงในแง่ของโรงเรียนชั้นนำที่ผลิตคนดี คนเก่ง และมีศิษย์เก่าจำนวนมากเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงของสังคม ความเหนียวแน่นของความเป็นพี่เป็นน้องกลายเป็นความสัมพันธ์ที่ผูกให้เด็กที่จบจากที่นี่รู้สึกถึงความเป็นอัสสัมชัญร่วมกัน

ความยาวนานของสถาบันนี้เดินมาถึงปีที่ 127 แล้ว เป็นที่น่าจับตามองว่าด้วยอายุที่เพิ่มขึ้น ร.ร.อัสสัมชัญภายใต้การบริหารงานของอธิการ "ภราดาอานันท์ ปรีชาวุฒิ" จะดำเนินไปในทิศทางไหน เพื่อให้สอดรับกับกระแสสังคมที่เปลี่ยนแปลงและการเปิดเสรีอาเซียนที่กำลังจะมาถึง

- ร.ร.อัสสัมชัญมีกระบวนการสร้างเด็กอย่างไร

ด้านการเรียนการสอน เราจัดหลักสูตรที่ดีและต้องตอบสนองต่อผู้เรียน อย่างชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายเรามีแผนการเรียนให้เด็กเลือก 7 แผน อาทิ วิทย์-คณิต, ศิลป์-คำนวณ, ศิลป์-ภาษา ตลอดจนมีศิลป์-ออกแบบ และศิลป์-กีฬา เมื่อนักเรียนจบ ม.3 จะให้เขาเขียน PLP (Personal Learning Plan) ว่าอยากเรียนอะไร เป็นการสร้างเป้าหมายให้กับชีวิต โดยเด็กส่วนใหญ่ต้องการเป็นวิศวกร แพทย์ หรือเรียนต่อด้านบริหารธุรกิจ เพราะพ่อแม่มีธุรกิจรองรับอยู่แล้ว


"เด็กแต่ละคนมีเป้าหมายไม่เหมือนกัน อย่างเด็กที่มีความสามารถพิเศษ หรือเด็ก Gifted หากเขาสอบได้เกรด 3.5 ขึ้นไปเราจะคืนค่าเทอมให้ เหมือนเป็นรางวัลอย่างหนึ่ง ซึ่งเด็กห้องนี้ต้องกระตือรือร้นทำอะไรมากกว่าคนอื่น เช่น เป็นตัวแทนไปสอบแข่งขัน หรือคนที่อยากเรียนสายสังคมก็เรียนแผนศิลป์ หรือแม้แต่คนที่เรียนอ่อนก็สามารถเรียนกับเราได้ในแผนศิลป์-กีฬา เมื่อเรียนจบแล้วมหาวิทยาลัยหรือสโมสรอาจพาคุณไปเป็นนักกีฬาก็ได้ สรุปคือเด็กไม่จำเป็นต้องเรียนเก่งทุกคน แต่เรามีอนาคตให้กับเด็กที่อยากพัฒนาและอยากทำสิ่งดี ๆ ให้ตัวเอง"

- กลยุทธ์ของโรงเรียนที่กำลังจะทำ

หลักสูตร English Program (EP) เราทำมาครบ 10 ปีแล้ว ปีนี้เข้าสู่ปีที่ 11 เพื่อเพิ่มศักยภาพของผู้เรียนให้มากขึ้น ได้แยกหลักสูตรอีพีออกไปอยู่โรงเรียนอีกแห่ง คือโรงเรียนอัสสัมชัญ แคมปัส พระราม 2 เพราะเราคิดว่าเมื่ออยู่ที่นี่อีพีเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่อยู่ในหลักสูตรปกติ ผมคิดว่ามันไม่ท้าทายมากพอ พูดง่าย ๆ คุณลงทุนค่าเล่าเรียน 1.5 แสนบาท/ปี แต่มาอยู่ในสภาพแวดล้อมเดียวกับเด็กภาคปกติ ไม่มีอะไรพิเศษเลย ผมว่าผู้ปกครองและเด็กเสียเปรียบ

"10 ปีที่ผ่านมาเราทำเต็มที่แล้ว และไม่สามารถขยายไปมากกว่านี้ได้อีก มันถูกจำกัดด้วยพื้นที่ ผู้คน อุปกรณ์การเรียนการสอน ซึ่งการที่อีพีแยกออกไปจะทำให้โรงเรียนที่บางรักโตขึ้น เด็กภาคปกติจะได้พื้นที่และอุปกรณ์ต่าง ๆ กลับคืนมา ผมถือว่าในแง่บริหารมันวิน-วินด้วยกันทั้งคู่"

ดังนั้นเพื่อเห็นแก่อนาคตของเด็กอัสสัมชัญและทำให้เด็กในประเทศอาเซียนสามารถมาเรียนได้ เราจึงตัดสินใจย้ายไปอยู่ชานเมืองบนพื้นที่ 225 ไร่ ลงทุนไปกว่าพันล้าน รองรับทั้งนักเรียนหญิงและชาย จากเดิมระดับนึงรับเด็กได้ 100 คน ก็เพิ่มเป็น 150 คน ทั้งยังมีหอพัก สนามกีฬา โรงยิม สระว่ายน้ำรองรับให้ด้วย

"อีพีเป็นความหวังทางการศึกษาของอัสสัมชัญอีกส่วนหนึ่ง เราเปิดสอนเด็กที่เข้ามาเรียนชั้น ป.1 ป.4 ม.1 ม.4 ในปีการศึกษานี้ ขณะที่เด็กเก่าจะทยอยให้เขาย้ายไปเรียนที่แคมปัสพระราม 2 และเมื่อถึงปี 2557 ก็จะมีเด็กเรียนครบ 12 ระดับ โดยที่แห่งใหม่เราจะลดเวลาเรียนน้อยลงเหลือวันละ 6 คาบ เพราะไม่เชื่อว่าเรียนหนักแล้วจะเก่ง แต่ถ้าเด็กต้องการเรียนเสริมก็มีครูสอนเสริมให้ และหลังเวลาเลิกเรียนจะบังคับให้ทุกคนเล่นกีฬาหรือดนตรี"

- ทำไมจึงเลือกเปิดโรงเรียนบริเวณชานเมือง แล้วมีแผนพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวให้เกิดศักยภาพอย่างไร

อย่าลืมว่ามีพ่อแม่ที่มีเงินและอยู่ชานเมืองเยอะ แต่เขาเข้าเมืองไม่ได้เพราะรถติด เราจึงต้องสร้างโรงเรียนที่ดี ๆ อยู่ตรงนั้นให้เขา โดยโรงเรียนอัสสัมชัญ แคมปัส พระราม 2 มีค่าเทอมเฉลี่ย 1.5 แสนบาทต่อปี และในอีก 2-3 ปีข้างหน้า เมื่ออีพีแข็งแกร่งแล้ว เรามีโครงการทำโรงเรียนนานาชาติ เพื่อเปิดรับเด็กไทยและต่างชาติในสัดส่วนอย่างละ 50% กลุ่มเป้าหมายคือเด็กต่างชาติที่มาอาศัยอยู่กับพ่อแม่ที่มาทำธุรกิจในเมืองไทย กระนั้นเราไม่ได้จะทำให้ใหญ่มาก เพราะเราต้องการรับเด็กเพียง 600-800 คน ตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาว่าจะรับเด็กช่วงชั้นไหน และใช้หลักสูตรของประเทศไหน

- คิดว่าอะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้เด็กและผู้ปกครองเลือก ร.ร.อัสสัมชัญโรงเรียนนี้อยู่ได้ด้วยปรัชญา

 

เชื่อว่าผู้ปกครองมองเราด้วยปรัชญาโรงเรียนที่มีอยู่ คือต้องการระเบียบวินัย ก่อนเด็กเข้าเรียนเราจะให้พ่อแม่แจ้งเหตุผลที่ให้ลูกมาเรียนที่นี่ ส่วนใหญ่เขาก็ตอบแบบนี้ ซึ่งระเบียบวินัยเป็นพื้นฐานของสถาบันเราที่ยืนยันว่า ลูกคุณจะไม่เสียคน อีกอย่าง เขาอาจมองเห็นว่าเราเลือกพ่อแม่เด็กพอสมควร ทั้งในเรื่องของความรู้ ฐานะ และความพร้อมในการเข้าเรียน ทำให้สังคมของนักเรียนแต่ละรุ่นเป็นสังคมที่ถูกกลั่นกรองแล้ว ทำให้เขาสามารถเชื่อใจเพื่อนได้ เพราะมีสังคมเดียวกัน

นั่นแสดงให้เห็นว่า นอกเหนือจากคุณภาพด้านการเรียนการสอน การมองเห็นภาพร่วมกันและการสนับสนุนที่เชื่อมต่อกัน ทำให้ ร.ร.อัสสัมชัญอยู่ยืนนานจนถึงทุกวันนี้