ประชาชาติธุรกิจ
เศรษฐกิจในประเทศ

วันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

พาณิชย์เตรียมประกาศราคาแนะนำรับซื้อผลปาล์มดิบ 4-4.35 บาท/กก.

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 20 ธ.ค. 2555 เวลา 16:30:46 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงบ่ายวันนี้ (20 ธ.ค.) มีการประชุมแก้ไขปัญหาราคาปาล์มตกต่ำระหว่างกระทรวงพาณิชย์ สมาคมโรงกลั่น ตัวแทนโรงสกัด และผู้ผลิตไบโอดีเซล เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติในการช่วยเหลือเกษตรกร และแก้ปัญหาราคาปาล์มตกต่ำ

 

น.ส.วิบูลลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า เตรียมประกาศราคาแนะนำรับซื้อผลปาล์มดิบ 4-4.35 บาท ตามเปอร์เซ็นต์น้ำมันของผลปาล์มทันทีตามมติคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) เบื้องต้นคาดว่าจะรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรได้ 50,000 ตัน หลังจากนั้นจะประเมินสถานการณ์อีกครั้ง ขณะที่โรงกลั่นจะรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบจากโรงสกัดที่ราคากิโลกรัมละ 25 บาท และทางรัฐบาลจะชดเชยส่วนต่างราคาให้ เพราะราคารับซื้อสูงกว่าราคาตลาดในปัจจุบันที่อยู่ที่ 20-21 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อให้ราคาขายปลีกน้ำมันปาล์มบรรจุขวดขนาด 1 ลิตร ไม่เกิน 42 บาทต่อขวด ได้เหมือนเดิม

 

สำหรับรายละเอียดในการปฏิบัติจากการประชุมครั้งนี้จะเสนอต่อ รมว.พาณิชย์ ก่อนที่จะประชุมคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) สัปดาห์หน้า และจะนำผลการหารือดังกล่าวเผยแพร่ให้กับกลุ่มเกษตรกรที่เรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือได้รับทราบอย่างทั่วถึงด้วย

 

ด้านนางวิวรรณ บุณยประทีปรัตน์ เลขาธิการสมาคมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มแห่งประเทศไทย กล่าวว่า รัฐบาลต้องหามาตรการอุดหนุนการส่งออกน้ำมันปาล์มด้วย หลังจากที่ผ่านมาไทยส่งออกน้ำมันปาล์มลดลง เนื่องจากมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการส่งออกน้ำมันปาล์มที่กิโลกรัมละ 10 บาท ทำให้ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ไทยส่งออกน้ำมันปาล์มได้เพียง 170,000 ตัน จากปกติที่ส่งได้ 300,000-400,000 ตันต่อปี ทำให้ขณะนี้สตอกน้ำมันปาล์มดิบในประเทศมีมากเกินความจำเป็น อยู่ที่ 340,000 ตัน จากปริมาณสตอกที่เหมาะสมอยู่ที่ 200,000 ตัน

 

ส่วนการแทรกแซงราคาปาล์มตามมติ กนป. ทุกภาคส่วนเห็นว่าเป็นราคาที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ขณะที่ต้นทุนของเกษตรกรอยู่ที่ 3.80 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้เกษตรกรมีกำไรร้อยละ 30 ปัญหาน้ำมันปาล์มล้นสตอกขณะนี้ทำให้ราคาในตลาดโลกชะลอลง ประกอบกับประเทศผู้ผลิตน้ำมันปาล์มรายใหญ่ ทั้งอินโดนีเซียและมาเลเซีย มีสตอกน้ำมันปาล์มดิบจำนวนมาก และรัฐบาลแต่ละประเทศกำลังทบทวนนโยบายการส่งออกอยู่ด้วย ซึ่งปัญหานี้ถือว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วโลก

 

ด้านนายลือชา อุ่นยวง นายกสมาคมชาวสวนปาล์ม จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ขณะนี้ราคาปาล์มน้ำมันยังอยู่ในภาวะทรงตัวระดับต่ำ คือ 3.10 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ต้นทุนที่แท้จริงรวมค่าแรง ค่าขนส่งอยู่ที่เฉลี่ย 4.20-4.29 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งทางเกษตรกรชาวสวนปาล์มทั้งภาคใต้ต้องการเรียกร้องให้ภาครัฐโดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์เร่งแก้ไขปัญหาราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำอย่างทันท่วงที เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากนโยบายของรัฐบาลโดยเฉพาะการปรับขึ้นอัตราภาษีส่งออกน้ำมันปาล์มร้อยละ 10 และการลดการผลิตไบโอดีเซล ทำให้มีผลผลิตตกค้างในประเทศในส่วนการส่งออกถึง 200,000 ตันต่อปี ส่วนการผลิตไบโอดีเซลอยู่ที่ 40,000-50,000 ตันต่อปี เมื่อผลผลิตเหล่านี้ตกค้างก็ส่งผลให้ผลผลิตล้นสตอก และราคาตกต่ำลง ทั้ง ๆ ที่สตอกและผลผลิตในภาพรวมไม่ได้แตกต่างจากปีที่แล้ว ดังนั้นจึงเห็นได้ชัดว่าราคาปาล์มน้ำมันที่ตกต่ำไม่ได้เกิดจากผลผลิตที่ออกมาจำนวนมาก แต่เกิดจากนโยบายที่ผิดพลาดของรัฐบาล

 

นายกสมาคมชาวสวนปาล์ม จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวอีกว่า ประเทศที่เคยนำเข้าจากไทยก็ลังเลว่าจะนำเข้าอีกหรือไม่ เพราะไม่เชื่อมั่นใจนโยบายของรัฐบาลไทยเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายปาล์มน้ำมัน ส่วนที่มีการมองว่ามีการเมืองอยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวของเกษตรกรชาวสวนปาล์มนั้นไม่อยากพูดถึง เพราะในส่วนของสมาชิกสมาคมไม่มีแน่นอน เพราะเกิดจากปัญหาที่ไม่ได้รับการแก้ไขจากรัฐบาล ทั้งนี้ พร้อมจะยอมรับผลการประชุมของกระทรวงพาณิชย์ได้ หากว่าช่วยเกษตรไม่ให้ราคาผลปาล์มต่ำกว่า 5 บาทต่อกิโลกรัม เพราะทุกวันนี้ก็ขาดทุนอยู่แล้ว

 

 

 

 

ที่มา : สำนักข่าวไทย