ประชาชาติธุรกิจ
การตลาด

วันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2557

ช่อง7จัดทัพ"รายการ"รุกคนเมือง ชูความครบกุมใจตลาดแมส-ส่ง"เรียลิตี้"ดังสู้วิก3

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 24 ธ.ค. 2555 เวลา 11:34:51 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ช่อง 7 จัดทัพรับศึกรอบด้าน หลังคู่แข่งตีตื้นเก็บฐานผู้ชมหัวเมืองเรียบ ลุยเสริมจุดต่างชูสถานีครบเครื่องเรื่องคอนเทนต์ทั้งบันเทิง กีฬา ละคร หวังกุมใจตลาดแมส เดินหน้าย้ายเวที 7 สีคอนเสิร์ต สร้างโอกาสใหม่ เปลี่ยนฐานผู้ชม เจาะกลุ่มคนเมือง ขยับผังรายการรับปีใหม่ ดัน "ซีซันนิ่งโปรแกรม" เพิ่มสีสันจูงใจผู้ชม

วันนี้เส้นทางของช่อง 7 ในอุตสาหกรรมฟรีทีวีไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอีกต่อไป เมื่อคู่แข่งช่อง 3 ปรับเปลี่ยนรูปแบบคอนเทนต์ (รายการ) อย่างต่อเนื่อง เกือบหายใจรดต้นคอเจ้าตลาด เพราะกินรวบฐานผู้ชมคนกรุงเทพฯและหัวเมืองต่างจังหวัดอยู่หมัด ก่อนจะค่อย ๆ เปิดเกมใหม่ หวังชิงฐานผู้ชมต่างจังหวัดเพิ่ม

ขณะเดียวกัน ปีหน้าการแข่งขันของธุรกิจโทรทัศน์ไม่จำกัดตัวแค่ฟรีทีวีด้วยกันอีกต่อไป แต่หมายถึงการแข่งขันที่ข้ามแพลตฟอร์มมากขึ้น ทั้งเคเบิลทีวี ทีวีดาวเทียม รวมถึงสื่อดิจิทัล ทำให้ถึงเวลาที่ช่อง 7 ผู้นำตลาดฟรีทีวีอย่างยาวนานจะอยู่นิ่งไม่ได้ ต้องขยับตัวแบบต่อเนื่องในทุกทิศทุกทาง เพื่อรักษาฐานผู้ชมกลุ่มแมสให้จงได้ พร้อมปล่อยสเต็ป หวังขยายฐานผู้ชมกลุ่มคนเมืองเพิ่ม



ครบเครื่องเรื่องคอนเทนต์

นายพลากร สมสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการและรักษาการผู้จัดการฝ่ายรายการ บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 กล่าวว่า ธุรกิจโทรทัศน์ โดยเฉพาะฟรีทีวีแข่งขันกันอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ทำให้ทุกสถานีโทรทัศน์อยู่นิ่งไม่ได้ ต้องมีการพัฒนารูปแบบการนำเสนออยู่เสมอ เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของผู้ชม โดยช่อง 7 จะใช้จุดแข็งที่มี คือความครบครันของรายการ มีหลากหลายครบทุกประเภท ทั้งบันเทิง กีฬา ละคร และที่สำคัญ ทุกเรื่องผู้ชมต้องมีส่วนร่วมกับทางสถานี ทำให้ที่ผ่านมาช่อง 7 สามารถเข้าถึงผู้ชมทุกกลุ่มและครอบคลุมทั่วประเทศ ด้วยความแข็งแกร่งที่มีนี้จะเป็นแรงผลักดันให้ช่อง 7 สามารถแข่งขันและยืนอยู่บนอุตสาหกรรมฟรีทีวีในฐานะเจ้าตลาดต่อไปได้

ในส่วนของคอนเทนต์กีฬาได้วางงบประมาณ 1,000 ล้านบาท สำหรับซื้อคอนเทนต์ในช่วง 4 ปีนับจากนี้ไป เช่น กอล์ฟสตรีทัวร์ใหญ่ที่สุดกับรายการฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ซึ่งช่อง 7 ได้รับสิทธิ์จัดการแข่งขันจนกระทั่งถึงปี 2557 ฟุตบอลเยอรมัน คัพ หรือเดเอฟเบ โพคาล 2012, ฟุตบอลเอฟเอคัพ 6 ฤดูกาล ปี 2012-2017 กีฬามวยสากล การแข่งขันฟุตบอล 7 คน แชมป์ 7 สี การแข่งขันวอลเลย์บอลที่มีทีมชาติไทยลงแข่งขัน ทั้งระดับกรังด์ปรีซ์ สโมสร หรือระดับชาติ เป็นต้น

"กีฬาเป็นรายการที่ไม่สามารถเอาคอนเทนต์อื่น ๆ มาทดแทนได้ ทำให้คอนเทนต์กีฬาเป็นคอนเทนต์ที่สำคัญ บวกกับคนไทยส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับกีฬา ทำให้

คอนเทนต์กีฬามีมูลค่าสูงขึ้น เพราะแต่ละการแข่งขันมีเพียงหนึ่งเดียว"

นายพลากรยังกล่าวต่อว่า เราให้ความสำคัญกับรายการกีฬา ถ้าคอนเทนต์ในส่วนนี้น้อยลง ช่อง 7 จะจัดการแข่งขันเอง ซึ่งปีหน้าอาจจะมีการจัดการแข่งขันกีฬาเพิ่ม

สอดคล้องกับนายศรัณย์ วิมุตมวงศ์ กรรมการผู้จัดการ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ที่เคยกล่าวก่อนหน้านี้ว่า กีฬาและละครถือเป็นจุดเด่นของช่อง 7 ในส่วนรายการกีฬานั้นจะมีการเพิ่มคอนเทนต์ตามฤดูกาลแข่งขันกีฬาแต่ละประเภท เน้นไปที่การซื้อลิขสิทธิ์มาถ่ายทอดสดเอง ขณะที่ละครจะมีการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์

เปิดกลยุทธ์ "ป่าล้อมเมือง"

นายพลากรกล่าวต่อว่า ปี 2556 สถานีเตรียมเปลี่ยนสถานที่จัดรายการ 7 สีคอนเสิร์ต จากเซ็นทรัล พลาซา พระราม 2 เป็นเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ณ ลานกลางแจ้งที่สามารถรองรับผู้ชมได้ถึง 1,000 คน แบ่งเป็นนั่งชม 500 คน และยืน 500 คน จะเริ่มออกอากาศวันที่ 5 มกราคม 2556 ซึ่งการเปลี่ยนพื้นที่การจัดรายการครั้งนี้จะทำให้กลุ่มผู้ชมเปลี่ยนไป โดยเป็นกลุ่มคนเมืองมากขึ้น

"การย้ายสถานที่จัด 7 สีคอนเสิร์ต ครั้งนี้ เป็นโอกาสในการปรับฐานผู้ชมด้วยเช่นกัน และเป็นโอกาสของผู้ชมอีกกลุ่มหนึ่งด้วย"

นอกจากนี้รูปแบบรายการดังกล่าวจะต้องถูกปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสถานที่ โดยเพิ่มคอนเทนต์ให้เหมาะสมและเปิดเวทีให้นักแสดงในสังกัดของช่อง 7 ได้แสดงความสามารถด้านการร้องเพลง ซึ่งผู้ชมจะได้สัมผัสบรรยากาศที่แปลกใหม่จาก 7 สีคอนเสิร์ตรูปแบบเดิม ๆ

แหล่งข่าวระดับสูงจากบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ระบุว่า มีแผนจะดึง 7 สีคอนเสิร์ต เข้ามาจัดที่ศูนย์เอ็มบีเค เซ็นเตอร์ ในปีหน้า หลังจากจะเริ่มทยอยรีโนเวตศูนย์เอ็มบีเค เซ็นเตอร์ ในปี 2556 โดยการดึงรายการดังกล่าวเข้ามาจัดนั้นจะทำให้ช่อง 7 ได้ฐานผู้ชมกลุ่มคนเมืองเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกันเอ็มบีเคก็จะได้ลูกค้าชาวไทยเพิ่มขึ้น เพื่อบาลานซ์กลุ่มลูกค้าให้เหมาะสม จากปัจจุบันมีสัดส่วนคนไทย 60% และต่างชาติ 40%

ขยับผังนำร่องขยายฐานคนเมือง

สำหรับผังรายการปี 2556 ช่อง 7 เปิดกว้างให้กับผู้ผลิตรายใหม่มากขึ้น เริ่มตั้งแต่การเพิ่มหนังรอบเช้าวันจันทร์ถึงศุกร์ และนำซีรีส์เกาหลีมาออกอากาศช่วงเช้าวันเสาร์-อาทิตย์ เพื่อเอาใจผู้ชม นอกจากนี้ยังมี 2 รายการใหม่ ได้แก่ 1.เดอะคอมเมเดี้ยน ไทยแลนด์ ปฏิบัติการค้นหาดาวตลกประดับวงการบันเทิง ออกอากาศเดือนกุมภาพันธ์ 2556 ทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-17.30 น. แทนรายการกิ๊กดู๋ สงครามเพลง

อีกรูปแบบหนึ่งคือ รายการซีซันนิ่งโปรแกรม ประเดิมด้วย "แดนซิ่ง วิธ เดอะสตาร์" เรียลิตี้ชั้นนำระดับเนชั่นฟอร์แมตทีวี ออกอากาศทุกวันอังคาร เวลา 23.00-00.45 น. แทนรายการอัพทูยูคู่ซ่า

ทั้งนี้ สังเกตได้ว่าการปรับตัวของช่อง 7 ต้องการขยายฐานผู้ชมมายังกลุ่มคนเมืองมากขึ้น นอกจากการย้ายสถานที่จัด 7 สีคอนเสิร์ตมาเจาะกลุ่มชุมชนย่านพระราม 9 ซึ่งเป็นหมู่บ้านหรู นอกจากนี้ หากดูจากรูปแบบรายการ "แดนซิ่ง วิธ เดอะสตาร์" ซึ่งเป็นการแข่งขันเต้นระดับโลกเป็นที่รู้จักกันดีในกลุ่มคนเมือง สะท้อนถึงการปรับตัวของช่อง 7 ที่ต้องการขยายฐาน และสร้างกระแสในกลุ่มคนเมืองมากขึ้นโดยเฉพาะในโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ช่อง 3 ใช้มาโดยตลอด

ปรับตัวดึง "เรียลิตี้" อิงกระแส

นายพลากรกล่าวต่อว่า ปัจจุบันผู้ชมให้ความสำคัญกับรูปแบบของซีซันนิ่งโปรแกรมมากขึ้น สะท้อนจากความนิยมรายการ

เรียลิตี้ต่าง ๆ ที่กำลังได้รับความนิยม ด้วยแนวโน้มดังกล่าว ช่อง 7 ได้พัฒนาช่วงเวลาวันอังคาร หลังรายการประเด็นเด็ด 7 สี ให้เป็นรูปแบบของ "ซีซันนิ่งโปรแกรม" ที่จะมีรายการประเภทต่าง ๆ ตามซีซั่น หวังเพิ่มความหลากหลายและสีสันแก่ผู้ชม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันกระแสของซีซันนิ่งโปรแกรมกำลังได้รับความสนใจจากผู้ชม ที่เห็นได้ชัดคือ เดอะวอยซ์ ไทยแลนด์ ที่สร้างกระแสอย่างคึกคัก ขณะเดียวกันรูปแบบรายการดังกล่าวเป็นเสมือนการลดต้นทุนค่าโฆษณาฟรีทีวีของเจ้าของแบรนด์