ประชาชาติธุรกิจ
เศรษฐกิจในประเทศ

วันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ธุรกิจตื่นรับมือไฟฟ้าดับทั่วประเทศ แบงก์ใช้แผนฉุกเฉิน โรงงานหวั่นเอฟทีพุ่ง

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 20 ก.พ. 2556 เวลา 14:41:07 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ตื่นไฟดับเดือนเมษายน หลังพม่าหยุดส่งก๊าซ หายจากระบบทันที 6,000 MW ด้านโรงไฟฟ้าราชบุรี-กฟผ.สำรองน้ำมันใช้ปั่นไฟ 7 วัน กลุ่มสื่อสาร-แบงก์ งัดมาตรการช่วงน้ำท่วมกลับมาใช้ใหม่ ห้างสรรพสินค้ารณรงค์ประหยัดไฟ ขณะที่โรงงานอุตสาหกรรมภาคตะวันตกวอนรัฐเจรจาพม่าเลื่อนเวลาซ่อมแท่น พร้อมเร่งผลิตสินค้าเจรจาลูกค้าส่งมอบสิ้นเดือนแทน

วิกฤตไฟฟ้าดับกำลังคุกคามประเทศไทยอีกครั้ง เมื่อผู้รับสัมปทานก๊าซพม่าในแหล่งยาดานา (Yadana) จะหยุดผลิตก๊าซธรรมชาติเพื่อซ่อมแซมการทรุดตัวของแท่นขุดเจาะ ในระหว่างวันที่ 4-12 เมษายนนี้ ส่งผลให้ก๊าซธรรมชาติที่โรงไฟฟ้าในประเทศไทยจะต้องพึ่งพาหายไป 1,100 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน หรือคิดเป็นกำลังผลิตไฟฟ้าประมาณ 6,000 เมกะวัตต์ (MW) ในขณะที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สามารถหาไฟฟ้าเข้ามาทดแทนได้เพียง 4,500 MW เท่ากับยังขาดอยู่อีก 1,500 MW ขึ้นอยู่กับในช่วงเวลานั้นความต้องการใช้ไฟฟ้าภายในประเทศจะพุ่งขึ้นไปสูงเพียงใด



นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า ไฟฟ้าที่ผลิตจากก๊าซธรรมชาติที่ส่งมาจากพม่าจะหายไปจากระบบประมาณ 6,000 MW จากกำลังผลิตไฟฟ้าทั้งหมด 32,000 MW ทาง กฟผ.ได้เตรียมแผนการหาไฟฟ้าเพื่อทดแทนด้วยการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าราชบุรีด้วยน้ำมันเตา/ดีเซล การเลื่อนการนำโรงไฟฟ้าเก่าออกจากระบบ การเจรจาซื้อไฟฟ้าเพิ่มเติมจากประเทศเพื่อนบ้าน

ในขณะที่กำลังไฟฟ้าสำรองฉุกเฉินของประเทศ (Hot Standby) เช่น การผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำและโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนที่ควรมีอยู่ประมาณ 1,200 MW นั้น ในปัจจุบันเหลืออยู่เพียงระดับ 100 เมกะวัตต์ เนื่องจากปริมาณสำรองไฟฟ้ามีน้อยลง ขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าภายในประเทศมีสูงขึ้น ดังนั้นจึงเกิดความเสี่ยง ถ้าความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในประเทศปีนี้สูงกว่า 26,000 MW ในปี 2555 อาจส่งผลให้เกิดปัญหาไฟฟ้าดับในบางพื้นที่ (Brown Out) โดยเฉพาะพื้นที่ฝั่งตะวันตกของประเทศ ส่วนการดับทั้งประเทศ (Black Out) นั้น กฟผ.เชื่อว่าจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน หากการใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 26,000 MW

"การหยุดส่งก๊าซธรรมชาติจากแหล่งยาดานาในครั้งนี้ ทาง กฟผ.ได้สั่งสำรองน้ำมันเตาและน้ำมันดีเซลในโรงไฟฟ้าต่าง ๆ อย่างเต็มที่

ราชบุรีเร่งสำรองน้ำมันเตา/ดีเซล

นายนพพล มิลินทางกูร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการหยุดส่งก๊าซพม่าในครั้งนี้ กล่าวว่า บริษัทราชบุรีโฮลดิ้ง ได้เตรียมสำรองน้ำมันเตา 63 ล้านลิตร เพื่อใช้เดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้ 6 วัน หรือใช้น้ำมันเตาอยู่ที่ 7 ล้านลิตร/วัน กับสำรองน้ำมันดีเซล 24 ล้านลิตร เพื่อเดินเครื่องโรงไฟฟ้าได้ 7 วัน เพื่อทดแทนก๊าซธรรมชาติที่จะหายไปจากระบบประมาณ 1,100 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน

สำหรับกำลังผลิตไฟฟ้าที่จะได้รับผลกระทบนั้น แบ่งเป็น 1) บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด กำลังผลิตติดตั้ง 3,645 MW 2) บริษัท ราชบุรีเพาเวอร์ จำกัด กำลังผลิตติดตั้ง 1,400 MW และ 3) บริษัท ไตรเอนเนอจี้ จำกัด กำลังผลิต 700 MW รวมกำลังผลิตทั้งหมด 5,745 MW

"ในแง่ของผู้ใช้ไฟฟ้า ผมเชื่อว่าไม่น่าได้รับผลกระทบ แต่สิ่งที่ราชุบรีโฮลดิ้งต้องการมากที่สุดในการรับมือกับเหตุการณ์ครั้งนี้ก็คือ ความคล่องตัวในการจัดหาทั้งน้ำมันเตาและน้ำมันดีเซลจากบริษัทน้ำมัน

ล่าสุด การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้คาดการณ์เบื้องต้นว่า สำหรับความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak) ของ

ปี 2556 ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนเมษายนนี้ จะสูงกว่า Peak เมื่อปีก่อนถึงร้อยละ 5 จากเดิมที่ 26,000 เมกะวัตต์ ขยับมาอยู่ที่ 27,000 เมกะวัตต์ ซึ่งหมายถึงความเสี่ยงไฟฟ้าดับเป็นบางพื้นที่ มีโอกาสเกิดขึ้นมากหากมีการบริหารหรือจัดการไม่ดีพอ

หลังวิกฤตค่า Ft พุ่งพรวด

นายกวิน ทังสุพานิช เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สกพ.) กล่าวว่า การใช้น้ำมันเตาและดีเซลเพื่อเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าแทนการใช้ก๊าซธรรมชาติ จะส่งผลกระทบต่ออัตราค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (Ft) แน่นอน แต่ถือว่าน้อยมาก และต้นทุนเชื้อเพลิงที่จะเกิดขึ้นในเดือนเมษายนนี้ สกพ.ได้คำนวณรวมไว้ในค่า Ft รอบล่าสุดแล้ว (รอบมกราคม-เมษายน 2556) ที่มีการเก็บจากประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าที่ 52.04 สตางค์/หน่วย (ค่า Ft ที่แท้จริงต้องอยู่ที่ 61.57 สตางค์/หน่วย แต่ให้ กฟผ.รับภาระส่วนต่างที่เหลือไปก่อน)

อย่างไรก็ตาม มีข้อน่าสังเกตว่าประมาณการค่าเชื้อเพลิงที่ สกพ.อ้างว่าได้คำนวณค่า Ft ในรอบเดือนมกราคม-เมษายน 2556 โดยรวมกรณีก๊าซจากแหล่งยาดานาหยุดส่งในช่วงวันที่ 4-12 เมษายนเข้าไว้ด้วยแล้วนั้น จากการตรวจสอบประมาณการเชื้อเพลิงล่าสุด ไม่พบมีการนำราคาน้ำมันดีเซลเข้ามาไว้ในการคำนวณค่า Ft ด้วย นั่นหมายความว่า เมื่อวิกฤตการณ์ไฟฟ้าครั้งนี้สิ้นสุดลง ค่า Ft ในช่วงต่อไปจะต้องปรับสูงขึ้นกว่าที่ สกพ.คาดการณ์ไว้มาก

สื่อสาร-แบงก์รับมือไฟดับวุ่น

นายยงยุทธ วัฒนสินธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที เปิดเผยว่า อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมความพร้อม แม้โครงข่ายสื่อสารจะมีระบบแบตเตอรี่สำรองอยู่แล้ว แต่ระบบไฟฟ้าสำรองที่ใช้น้ำมันเป็นตัวปั่นไฟจะมีอยู่เฉพาะชุมสายสำคัญเท่านั้น จึงต้องมีการวางแผนเพื่อไม่ให้ระบบสื่อสารของประเทศมีปัญหา

นายมรกต เธียรมนตรี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด และผลิตภัณฑ์ บมจ.ทีโอที กล่าวเสริมว่า ระบบโครงข่ายการสื่อสารของทีโอที อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ และดาต้าเซ็นเตอร์ จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งในการใช้ไฟเพื่อเลี้ยงระบบการทำงานของอุปกรณ์โครงข่าย และในส่วนของระบบทำความเย็น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญให้อุปกรณ์ทั้งหมดทำงานได้เป็นปกติ

ดังนั้น หากเกิดปัญหาไฟดับหรือไฟตก ระบบจะตัดไปใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ ซึ่งใช้งานได้ตั้งแต่ 2-4 ชั่วโมง หากเป็นชุมสายรอบนอกจะใช้งานได้ถึง 7 ชั่วโมง ถ้าเป็นชุมสายหลักหรือชุมสายสำคัญจะมีระบบพลังงานสำรองที่ใช้น้ำมันปั่นไฟ ซึ่งระยะเวลาการใช้งานขึ้นอยู่กับจำนวนน้ำมันที่จะใช้ปั่นไฟ ก่อนหน้านี้ในช่วงวิกฤตน้ำท่วมที่กรุงเทพฯและหาดใหญ่ก็เคยต้องใช้น้ำมันปั่นไฟเพื่อเลี้ยงระบบเกตเวย์

อยู่ 2 วันเต็ม ๆ แต่เชื่อว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่น่าหนักใจเท่ากับน้ำท่วม เพราะช่วงนั้นแม้จะสำรองน้ำมันไว้ แต่ก็ไม่สามารถขนเข้าไปในพื้นที่ได้ ซึ่งเวลานี้ไม่มีปัญหาเรื่องการขนส่ง หากสำรองน้ำมันไว้เพียงพอก็ไม่น่ามีปัญหาในการให้บริการ แต่ต้นทุนสูงขึ้นแน่นอน

ขณะเดียวกันมองว่า พื้นที่ที่อาจเกิดปัญหาได้น่าจะอยู่ในเขตเมืองที่มีความหนาแน่นของชุมชน และมีความต้องการใช้ไฟฟ้ามาก ทำให้เกิดปัญหาไฟฟ้าดับหรือไฟตก ซึ่งชุมสายในบริเวณดังกล่าวจะมีระบบไฟฟ้าสำรองที่ใช้น้ำมันอยู่แล้ว

ด้านนายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. กสท โทรคมนาคม กล่าวว่า โครงข่ายสื่อสารมีระบบไฟฟ้าสำรองซึ่งใช้น้ำมันเป็นตัวปั่นไฟเตรียมไว้แล้ว ถ้าเกิดปัญหาจนต้องใช้การปั่นไฟสำรองเพื่อเลี้ยงระบบเป็นเวลานานจะกระทบกับต้นทุนของบริษัทแน่นอน

รายงานข่าวจากบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทจึงเตรียมแผนเข้มข้นขึ้นประกอบด้วย 1.ตรวจสอบอุปกรณ์ต่าง ๆ ในระบบจ่ายพลังงานไฟฟ้าสำรอง 2.ปรับอุปกรณ์ให้รองรับการใช้ท่ามกลางอุณหภูมิที่สูงขึ้นของฤดูร้อน เพื่อลดปริมาณการใช้กระแสไฟฟ้า 3.สำรองเชื้อเพลิงเพื่อใช้กับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 4.เตรียมรถสถานีฐานเคลื่อนที่ รวมถึงเตรียมเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเคลื่อนที่ 5.เปลี่ยน Battery สถานีฐาน เพื่อให้สามารถสำรองไฟฟ้าไว้ใช้เมื่อเกิดเหตุไฟฟ้าขัดข้องได้ 6.ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับการไฟฟ้านครหลวง, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และ 7. Stand by ทีมตลอด 24 ชั่วโมง

นายกฤษฎา ล่ำซำ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารให้ความสำคัญกับแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างจริงจัง เพราะธุรกิจธนาคารถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ระบบหยุดทำงานไม่ได้ จึงต้องมีผู้รับผิดชอบและกระบวนการรองรับอย่างชัดเจน และเป็นหนึ่งในการบริหารความเสี่ยงด้านปฏิบัติการที่ต้องระมัดระวังอยู่แล้ว และเป็นประเด็นที่ทุกธนาคารจะต้องพิจารณาเช่นกัน โดยระบบงานแล้วธนาคารกสิกรไทยมีระบบปั่นไฟฟ้าสำรองประจำการในสำนักงานหลักทั้ง 3 แห่ง คือสำนักงานใหญ่ราษฎร์บูรณะ สำนักงานพหลโยธิน และสำนักงานแจ้งวัฒนะ ซึ่งเป็นศูนย์เซิร์ฟเวอร์หลักและสำรอง ที่จะต้องมีไฟฟ้าไว้รองรับตลอดเวลา

รง.เร่งผลตจี้รัฐขอเลื่อนเวลา

นายสุรยุทธิ์ โพธิ์ศิริสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท สามมิตร กรีนพาวเวอร์ จำกัด ผู้ผลิตและดัดแปลงรถบรรทุกติดตั้งก๊าซ CNG ภายใต้แบรนด์ "สามมิตร กรีนพาวเวอร์" หรือเอสจีพี เปิดเผยว่า อาจจะทำให้ปริมารการใช้ไฟฟ้าลดลง แต่ก็ไม่น่าจะทำให้ไฟฟ้าดับ ซึ่งหากภาครัฐสามารถยืดระยะเวลาออกไปให้ไปถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ ก็จะเป็นผลดีต่อภาคอุตสาหกรรม

นายสมศักดิ์ ดารารัตนโรจน์ ประธานกรรมการบริหารนิคมอุตสาหกรรมสินสาคร เปิดเผยว่า ซึ่งหากชัดเจนว่าจะต้องเกิดไฟฟ้าดับ ผู้ประกอบการจะได้มีเวลาเตรียมตัวหรือปรับแผนการผลิตได้ เช่น หยุดผลิตในช่วงเวลาดังกล่าว เพราะการใช้เครื่องปั่นกระแสไฟฟ้าทดแทนไม่คุ้มค่าแน่นอน "ผมเห็นว่าอาจจะขยับเลื่อนเวลา แต่ยังไม่ชัดเจนว่าพม่าจะเลื่อนให้หรือไม่ เข้าใจว่าถ้าหยุดได้แทนในช่วงวันหยุดสงกรานต์จะดีมาก เพราะแต่ละโรงงานก็หยุดเช่นกัน"

นางเนาวรัตน์ ทรงสวัสดิ์ชัย นายกสมาคมเครื่องหนังไทย กล่าวว่า สมาชิกมีความกังวลต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ เพราะโรงงานต้องใช้ไฟฟ้าในการผลิต แค่ไฟตกหรือไฟดับก็ไม่สามารถทำงานได้แล้ว "ในส่วนของกลุ่มเครื่องหนังเริ่มใช้วิธีเจรจากับลูกค้าแล้ว หากลูกค้ามีคำสั่งซื้อมาในช่วงเดือนเมษายน ก็อาจต้องตกลงเวลาการรับของในปลายเดือนเมษายน แต่หากมีความต้องการในช่วงต้นเดือนเมษายน ก็จะเจรจาให้รับสินค้าในช่วงปลายมีนาคมแทน

ขณะที่ นายวัลลภ วิตนากร บริษัทไฮเทคกรุ๊ป กล่าวว่า อยากให้เลื่อนการหยุดส่งก๊าซออกไป พร้อมกันนี้ขอให้กระทรวงพลังงานหารือกับ กฟผ.เรื่องค่าเอฟทีที่จะต้องปรับขึ้นหลังจากนี้ด้วย

ห้างสนองรัฐประหยัดไฟ

รายงานข่าวจากบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ ระบุว่า ตอนนี้บริษัทกำลังอยู่ในช่วงประชุมเพื่อหามาตรการในการรับมือเรื่องนี้ ซึ่งได้เรียกประชุมเมื่อเช้า เพื่อหาข้อสรุปในการรับมือวิกฤตพลังงานที่จะเกิดขึ้นในเดือนเมษายน สอดคล้องกับ บริษัทเดอะมอลล์ กรุ๊ป ที่มีศูนย์การค้า 8 แห่งทั่วประเทศ พร้อมจะให้ความร่วมมือกับภาครัฐ และคาดว่าจะประหยัดพลังงานได้ 5-10%

ด้านนายอลิสเตอร์ เทย์เลอร์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลฟู้ดรีเทล จำกัด ผู้บริหาร "เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์" และ "ท็อปส์" กล่าวว่า เนื่องจากความเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตมีจุดแข็งในเรื่องอาหารสด จึงต้องมุ่งรักษาคุณภาพของอาหารให้สดและดูแลเรื่องตู้แช่ ตู้ทำความเย็น หากเกิดวิกฤตพลังงานขึ้นมา ในส่วนของร้านที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลจะใช้ระบบไฟสำรองของห้าง แต่ถ้าเป็นสาขาสแตนด์อะโลนนอกห้าง ปัจจุบันยังไม่มีระบบรองรับ และสาขามีระยะเวลาการเปิดแบบ 24 ชั่วโมง และ 12 ชั่วโมง ทำให้อาจต้องพิจารณาดูว่าจะใช้มาตรการอะไร หรือมีความจำเป็นต้องปิดให้บริการบางสาขาหรือไม่

นายกอบชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า มาตรการที่ซีพีเอ็นจะนำมาใช้ คือ การปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศภายในศูนย์การค้าขึ้น 1 องศา

ซึ่งจะเป็นการปรับตามช่วงเวลา แต่ยังคงให้ลูกค้ารู้สึกสบายเมื่อเข้ามาใช้บริการ โดยเป็นอีกแรงหนึ่งจากภาคเอกชนที่จะช่วยรัฐประหยัดพลังงานในช่วงเกิดวิกฤตการณ์

นายอนันต์ ตันติปัญญาคุณ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายปฏิบัติการ บริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทได้ออกมาตรการลดการใช้ไฟฟ้าจากวิกฤตพลังงานระบบปรับอากาศ ที่ให้ปรับเพิ่มอุณหภูมิในพื้นที่ขายจาก 25 องศาเซลเซียส เป็น 27 องศาเซลเซียส, ระบบไฟฟ้า-แสงสว่าง ให้ยกเลิกไฟตกแต่งบริเวณ Display, ปิดไฟป้าย, ไฟโฆษณารอบอาคารก่อนปิดทำการ 30 นาที ขณะที่มาตรการสำหรับระบบอื่น ๆ ให้ลดการใช้ไฟฟ้าในช่วง 14.00-21.00 น. ที่เป็นช่วงพีกของประเทศ

รง.สมุทรสาครป่วน

นายอภิชิต ประสพรัตน์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า ทางจังหวัดมีความกังวลเป็นอย่างมากหากมีไฟฟ้าดับหรือไฟตก เนื่องจากมีโรงงานจำนวนมากถึง 5,300 โรงงานที่ใช้ไฟฟ้าสูง คิดเป็นมูลค่าถึง 2,000 ล้านบาท/เดือน ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวใกล้เทศกาลสงกรานต์ แต่ละโรงงานจะมีคำสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก จำเป็นต้องเร่งผลิตเพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งซื้อ และจะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าที่สูง

ทั้งนี้ หากเกิดไฟดับหรือไฟตกก็จะทำให้ภาคการผลิตหยุดชะงักทันที ทำให้เกิดความเสียหายในวงกว้างกับอุตสาหกรรมของจังหวัดสมุทรสาครอย่างแน่นนอน ในเร็ว ๆ นี้จังหวัดจะเรียกโรงงานทั้งหมดเข้ามาประชุมเพื่อหารือถึงมาตรการแก้ไขปัญหา เช่น การสำรองไฟฟ้าจากแหล่งอื่น การใช้ไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน

ด้านนายสรรเพชญ ศลิษฏ์อรรถกร ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า ระบบขนส่งจะได้รับผลกระทบเนื่องจากรถบรรทุกส่นใหญ่จะใช้ก๊าซ NGV ซึ่งต้องใช้ก๊าซจากอ่าวไทยจากอ่าวไทย ส่วนหนึ่งจะถูกดึงไปใช้ในโรงไฟฟ้า