ประชาชาติธุรกิจ
ไอซีที

วันที่ 01 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

แนวโน้มราคา"โน้ตบุ๊ก"ขึ้นยกแผง "เลอโนโว"ปรับโฟกัสสินค้าจับตลาดกลางถึงบน

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 25 ก.พ. 2556 เวลา 12:14:05 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

มังกรจีน "เลอโนโว" ฟันธงแนวโน้มราคา "โน้ตบุ๊ก" แพงขึ้นยกแผง พร้อมปรับโฟกัสเลือกสินค้ารุ่นใหม่ราคา 1.5-3 หมื่นบาทขึ้นไปลุยตลาด หลัง "แท็บเลต" บุกตีกินตลาดล่างเรียบ ทั้งเตรียมเพิ่มไลน์สินค้ายอดนิยม "สมาร์ทโฟน-แท็บเลต" ตั้งเป้าปั๊มรายได้-เพิ่มมาร์เก็ตแชร์ต่อเนื่อง

นายจีรวุฒิ วงศ์พิมลพร กรรมการผู้จัดการ ประจำประเทศไทย บริษัท เลอโนโว (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มราคาโน้ตบุ๊กจากนี้ไปที่แต่ละแบรนด์นำออกมาทำตลาดจะมีราคา 1.5-3 หมื่นบาทขึ้นไป ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าระดับราคาปานกลางถึงสูง จากเดิมทุกค่ายเน้นทำตลาดรุ่นเริ่มต้นที่มีราคาประมาณ 9,000 บาท แต่ตลาดกลุ่มนี้โดนแท็บเลตแย่งชิงผู้ใช้ไปทั้งหมด เพราะใช้งานได้เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นเล่นอินเทอร์เน็ต, พิมพ์งานหรือเช็กอีเมล์ ทั้งยังมีรุ่นที่ราคาถูกกว่าโน้ตบุ๊กระดับเริ่มต้นเกือบเท่าตัวด้วย จึงแทบไม่คุ้มที่จะเข้าไปทำตลาด

ทั้งนี้ บริษัทปรับแผนการทำตลาดเช่นกัน เริ่มจากชะลอการทำตลาด "เน็ตบุ๊ก" หันมาเน้นรุ่นระดับกลางมากขึ้น เน้นความแตกต่างเรื่องฟังก์ชั่นการใช้งานที่ต่างจากเจ้าอื่น นอกจากซีพียูต้องเป็น Core I

ซีรีส์เท่านั้น รวมถึงเปลี่ยนการแบ่งรุ่นด้วยขนาดหน้าจอ เป็นแบ่งตามกลุ่มการใช้งาน เช่น ซีรีส์ Multi-Mode, Multi Media, Thin & Light และ Budget & Friendly เพราะปัจจุบันผู้บริโภคมีพฤติกรรมการใช้งานเฉพาะกลุ่มมากขึ้น

ล่าสุดเปิดตัวโน้ตบุ๊ก 2 ซีรีส์ใหม่ IdeaPad Y และ IdeaPad Z ซีรีส์แรกแบ่งเป็น 2 รุ่น คือ Y400 และ Y500 มีจุดเด่นเรื่องสเป็กเครื่องที่ปรับเปลี่ยนได้ด้วยเทคโนโลยี Ultrabay เปลี่ยนใส่กราฟิกการ์ดตัวที่ 2, ฮาร์ดดิสก์สำรอง และซีดีไดรฟ์ ตอบสนองการใช้งานของกลุ่มเกมเมอร์ ราคาตั้งแต่ 29,900-39,900 บาท ส่วนซีรีส์ Z มี 2 รุ่นเช่นกัน ได้แก่ Z400 และ Z500 มีจุดเด่นเรื่องความบางพร้อมสีสัน ซีพียูระดับ Core I ราคาเริ่มต้น 22,900 บาท

"ตลาดโน้ตบุ๊กระดับล่างตกลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะฟังก์ชั่นการใช้งานของแท็บเลตซึ่งมีราคาถูกกว่า เราจึงมาเน้นตลาดระดับกลางถึงบนมากขึ้น ตอนแรกก็คิดว่าลูกค้าจะไม่ซื้อ แต่เอาเข้าจริงพวกเขากลับเลือกซื้อโน้ตบุ๊กรุ่นดังกล่าว เพราะฟังก์ชั่นการใช้งานที่มีมากกว่าเล่นอินเทอร์เน็ตและพิมพ์งาน รวมถึงผู้ซื้อไม่ใช่คนที่ต้องมีรายได้สูงอย่างเดียว เช่น กลุ่มนักศึกษา"

สำหรับผลประกอบการของบริษัทในช่วงที่ผ่านมา เมื่อจบไตรมาส 4 ปีที่แล้ว เลอโนโวสามารถขึ้นมามีมาร์เก็ตแชร์เป็นอันดับ 2 ในประเทศไทย ด้วยส่วนแบ่งตลาด 11% ขณะที่เบอร์ 1 มีส่วนแบ่ง 16% เมื่อเจาะลงไปที่คอมพิวเตอร์ All-in-One มีส่วนแบ่งตลาดนี้เป็นอันดับ 1 ที่ 25% มียอดขายจากเดิมหลัก 1,000 เครื่องเป็น 10,000 เครื่อง ส่วนโน้ตบุ๊กเป็นอันดับ 3 ที่ 9-10% จากตลาดรวม 2 ล้านเครื่อง หดตัวลง 10% ทุกปี

อย่างไรก็ตาม ด้วยความนิยมของแท็บเลตและสมาร์ทโฟนทั้งในประเทศไทยและตลาดโลก บริษัทจึงจะนำสินค้าทั้ง 2 ตัวเข้ามาจำหน่ายด้วย โดยจะทยอยเข้ามาตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป ตัวแรกน่าจะเป็นสมาร์ทโฟน ซึ่งเริ่มจำหน่ายในอินโดนีเซียแล้ว ถัดมาเป็นแท็บเลตที่ระดับราคาปานกลาง และสมาร์ททีวีเป็นตัวสุดท้าย

นายจีรวุฒิกล่าวต่อว่า ปีนี้จะเพิ่มช่องทางจำหน่ายให้กว้างมากขึ้น โดยรุกเข้าไปขายออนไลน์ รวมถึงร่วมทำตลาดกับหน่วยงานต่าง ๆ นอกเหนือจากจำหน่ายในร้านค้าปลีกไอทีอย่างเดียว เช่น ทำโปรโมชั่นกับคอนโดมิเนียม หรือทำตลาดร่วมกับโอเปอเรเตอร์ เป็นต้น และจะเข้าไปในไฮเปอร์มาร์เก็ตเพื่อเข้าใกล้ลูกค้ามากขึ้น

นอกจากนี้ แต่เดิมบริษัทจะให้ร้านค้าปลีกไอทีรับผิดชอบเปิดหน้าร้านขายเฉพาะแบรนด์เลอโนโวมีกว่า 16 แห่ง ล่าสุดบริษัทจะเข้าไปลงทุนทำ Conceptual store หรือร้านที่เน้นโชว์นวัตกรรม ไม่มีการจำหน่ายสินค้าด้วย

"ถ้าค้าปลีกไอทีไม่กำไร เขาคงไม่ขายสินค้าเรา ดังนั้น เรามีการคุยกันเรื่องโครงสร้างราคาว่า ต้องเป็นอย่างไรแล้วก็เตรียมพร้อมหาช่องทางใหม่ ๆ เพื่อเจาะตลาดเพิ่มเติม นอกจากร้านค้าปลีกไอที ซึ่งช่องทางออนไลน์จะเป็นแบบดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง"

ส่วนเป้าหมายในปีนี้จะพยายามเพิ่มมาร์เก็ตแชร์ให้มากขึ้น ซึ่งเมื่อพิจารณาข้อมูลจากบริษัทวิจัยไอดีซีพบว่าสินค้าไอทีสำหรับผู้บริโภคมีสัดส่วน 60-70% ของตลาด ที่เหลือมาจากธุรกิจขนาดเล็ก และองค์กรใหญ่เหมือนรายได้ของบริษัทขณะนี้