ประชาชาติธุรกิจ
ประชาชาติไลฟ์-Health

วันที่ 02 ตุลาคม พ.ศ. 2557

เตือน! คนไข้ร้อยไหมเสี่ยงหน้าพัง ชี้เสียโอกาสรักษา-แนะ ร.พ.เพิ่มเช็กลิสต์

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 11 มี.ค. 2556 เวลา 15:13:59 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

พญ.วิไล ธนสารอักษร อาจารย์พิเศษหน่วยโรคผิวหนัง คณะแพทยศาสตร์ ร.พ.รามาธิบดี กล่าวว่า ปัจจุบันความนิยมร้อยไหมทองลงใต้ผิวหน้าเพื่อทำให้หน้าเต่งตึงได้รับความนิยมมากขึ้น แต่จากการหารือในกลุ่มโรงเรียนแพทย์เรื่องการเอกซเรย์ว่า กลุ่มคนที่ร้อยไหมทอง เมื่อเข้าเครื่องสร้างภาพด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้าหรือ MRI ที่ใช้ในการจำลองภาพร่างกายในการตรวจ จะมีข้อจำกัดในการใช้ คือ หากมีโลหะเครื่องจะไม่สามารถทำงานได้ แต่หากร้อยไหมจะไม่สามารถนำโลหะออกจากตัวได้ เมื่อเกิดเจ็บป่วย เช่น อาการทางสมองก็จะไม่สามารถตรวจอย่างละเอียดด้วยเครื่อง MRI ได้ จะทำได้เพียงวิธีเอกซเรย์ หรือ CT สแกนเท่านั้น ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยเสียโอกาสในการรักษาไป

 

พญ.วิไลกล่าวว่า ในอนาคตก่อนเข้าเครื่อง MRI ควรมีการเพิ่มเช็กลิสต์โลหะก่อน เพื่อช่วยกระตุ้นความจำของผู้ป่วยบางรายที่เคยร้อยไหมมาแต่อาจลืมหรือคิดไม่ถึงว่าทองถือเป็นโลหะอย่างหนึ่ง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องปรับมาตรฐานเพื่อเพิ่มรายการของไหมทองคำให้เป็นสิ่งต้องห้ามและต้องถามก่อนรับการทำ MRI ให้เป็นมาตรฐานทุกแห่ง ทั้งศูนย์เอกซเรย์ และโรงพยาบาลเอกชน ทั้งนี้ยังพบอีกว่ามีผู้เคยร้อยไหม และมีปัญหาหน้าไม่ยกกระชับเท่าเดิมจึงไปคลินิกอีกแห่งและมีการยิงเลเซอร์ ทำให้เกิดความร้อนจนไหม้ผิวที่อยู่ข้างในจนเกิดเป็นแผลพังผืด หน้าก็จะหดรั้งลงมา รูปหน้าเปลี่ยน ตกหรือยุบลงไป ถือเป็นเรื่องอันตรายมาก ซึ่งผู้ที่ร้อยไหมจำเป็นต้องรู้และระวังตนเอง

 

"การร้อยไหมทองไม่สามารถแก้ไขหรือเอาออกได้ เนื่องจากทองถูกพังผืดยึดเอาไว้ หากไปดึงออกมาก็จะทำให้ผิวบุ๋มจนเสียโฉม นอกจากนี้การร้อยไหมแบบถาวรก็อันตราย เพราะจะก่อให้เกิดเนื้องอกได้ เนื่องจากรูปหน้าคนมีการเปลี่ยนแปลงทุกวินาที เมื่อร้อยไหมแบบถาวร หากต่อไปหน้าหย่อนคล้อยก็ต้องแก้ไปเรื่อยๆ สิ่งแปลกปลอมก็จะสะสมจนเป็นเนื้องอกขึ้น" พญ.วิไลกล่าว

 

 

 

 

ที่มา : นสพ.ข่าวสด