ประชาชาติธุรกิจ
ประชาชาติไลฟ์-Entertainment

วันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2557

"พี่มาก...พระโขนง" ฉีกตำนานแม่นาค "ฮา" แบบ จีทีเอช

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 19 มี.ค. 2556 เวลา 12:15:53 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์



เคยสงสัยกันบ้างหรือไม่ว่า "ทำไมในวงการภาพยนตร์และละครถึงชอบนำเรื่องเก่ากลับมาเล่าใหม่กันอยู่เป็นประจำ ?"

"โต้ง-บรรจง ปิสัญธนะกูล"
ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง "พี่มาก...พระโขนง" ของค่ายจีทีเอช มีคำตอบง่าย ๆ มาอธิบายให้ฟัง

"สำหรับเรื่องนี้ผมมองว่ามันเป็นวัฏจักรอยู่แล้วนะ เพราะถ้าเนื้อเรื่องมันดีจริง มีความคลาสสิกจริง ต่อให้ผ่านไปสักกี่ร้อยกี่พันปีก็จะถูกนำกลับมาทำใหม่อยู่เรื่อย ๆ เพียงแต่มันจะต้องมีความสดใหม่ ตีความใหม่ รับรองว่ายังไงก็มีคนสนใจ แต่ถ้าเอามาทำให้แบบเหมือนเดิมเป๊ะ ผมเชื่อว่าคนคงไม่เข้ามาดูหรอก"

โดยผู้กำกับรายเดิมที่เคยฝากผลงานมาแล้วกับ "สี่แพร่ง ตอนคนกลาง",

"ห้าแพร่ง ตอนคนกอง" และ "กวน มึน โฮ" เพิ่มเติมให้ฟังต่อว่า การคัดเลือกนักแสดงเข้ามารับบทบาทในเรื่องก็มีความสำคัญไม่แพ้ความสดใหม่ เนื่องจากเรื่องเล่าคลาสสิกต้องใช้นักแสดงที่พลังมากพอมาขับเคลื่อนเรื่องราวให้น่าสนใจ และเกิดความรู้สึก "อิ่ม" หลังจากดูจบ

"ลองดูอย่างหนังเรื่องคู่กรรมเวอร์ชั่นล่าสุด แค่นำ "ณเดชน์" มาเล่นเป็น "โกโบริ" ก็ทำให้เกิดความรู้สึกว่าหนังเรื่องนั้นน่าดูขึ้นมา เพราะอยากรู้ว่าหน้าตาของหนังจะออกมาเป็นยังไง ดังนั้นนักแสดงที่เลือกมาจึงต้องทำให้เกิดความรู้สึกเหล่านี้ต่อคนดูให้ได้"

ด้วยมุมมองนี้เองที่เป็นแรงผลักดันให้ผู้กำกับโต้งตัดสินใจแหวกแนว เลือก 2 นักแสดงหน้าฝรั่งอย่าง "มาริโอ้ เมาเร่อ" มารับบทเป็น "พี่มาก" และ "ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่" มาเล่นเป็น "แม่นาค" จนหลายคนงงเป็นไก่ตาแตกว่า ดูแล้วจะรู้สึกเชื่อในตำนานแม่นาคเวอร์ชั่นจีทีเอชได้หรือไม่

เพราะขนาดตัวนักแสดงทั้ง 2 คนยังเอ่ยปากบอกกับ "ดีไลฟ์" แทบจะพร้อมกันว่า "แปลกใจมากที่ตัวเองได้รับเลือกให้มาเล่นบทนี้"

ใหม่-ดาวิกา เล่าว่า "ตอนแรกที่เข้ามาแคสต์ตัวนักแสดงไม่มีใครมาบอกว่าต้องเล่นหนังเรื่องนี้ เข้าใจตอนแรกว่าน่าจะเป็นหนังรักแบบเรื่องกวน มึน โฮ ซึ่งพอแคสต์ผ่านและรู้ว่าต้องรับบทแม่นาคก็แปลกใจ เพราะของเก่าพี่ทรายหน้าไทยมาก"



เช่นเดียวกับมาริโอ้ ที่บอกแบบแอบแซวผู้กำกับพี่มากแบบเล็ก ๆ ว่า "ผมโดนเขาหลอกให้มาแคสต์ครับ"

"ตอนแรกก็เข้าใจเหมือนน้องใหม่ว่าจะได้มาเล่นหนังรัก แต่ลงท้ายกลับกลายเป็นพี่มาก...พระโขนงไปได้ (หัวเราะ) คือไม่ใช่ว่าผมไม่ชอบบทหนังเรื่องนี้นะ เพราะว่าผมชอบและโอเคมากเลย เนื่องจากมันเป็นบทหนังที่มีมุขตลกที่สนุกสุด ๆ ที่สำคัญคือเป็นการนำเสนอมุมมองแปลกใหม่ที่น่าสนใจและไม่เคยเห็นออกมา"

โต้ง-บรรจง เท้าความกลับไปถึงที่มาที่ไปของต้นเรื่องความแปลกใหม่ว่า เกิดจากความต้องการทำหนังที่มีแก๊งตัวป่วน 4 คนอย่าง ฟรอยด์-ณัฏฐพงษ์ ชาติพงศ์, เผือก-พงศธร จงวิลาส, เชน-วิวัฒน์ คงราศรี และบอม-กันตพัฒน์ เพิ่มพูนพัชรสุข จากเรื่องสี่แพร่งและห้าแพร่ง เป็นแกนหลักของการเล่าเรื่อง เพราะมีเสียงเรียกร้องเข้ามาว่า อยากเห็นทั้ง 4 คนกลับมาเล่นด้วยกันอีกหน

"พอทำหนังเรื่องกวน มึน โฮจบปุ๊บ เราจึงเริ่มต้นทำการเขียนบทใหม่กันทันที โดยภาพแรกที่ต้องการคืออยากเห็นทั้ง 4 คนในลุกฉีกแนวย้อนอดีต ฟันดำ หวีผมแสกกลาง จนในที่สุดเต๋อ (ฉันทวิทย์) หนึ่งในทีมเขียนบทจึงเสนอพลอตแม่นาคขึ้นมา ตอนนั้นเลยปิ๊งชื่อหนังทันทีเลยว่าต้องเป็น พี่มาก...พระโขนง"

เส้นเรื่องหลักของ พี่มาก...พระโขนง นั้นไม่ได้มีความแตกต่างหรือหลุดออกไปจากกรอบเนื้อหาของตำนานอย่างที่ใครหลายคนเป็นห่วง แม้ว่าตัวอย่างหนังที่ปล่อยออกมาจะทำให้หลายคนอึ้งมุข "พี่มาก = พี่มาร์ก" มาแล้วก็ตาม

เพียงแต่ในเวอร์ชั่นจีทีเอชครั้งนี้ นอกเหนือจากความเป็นคอเมดี้ 80 เปอร์เซ็นต์ ที่ถูกขับเคลื่อนโดยแก๊งสี่คนที่มารับบทเป็นเพื่อนซี้ของพี่มาก ซึ่งพยายามหาวิธีบอกความจริงว่า "แม่นาคตายแล้ว" ยังจะเน้นให้ความสำคัญกับ "มุมมอง ความคิด ความรู้สึก" ของพี่มากในทุกช่วงจังหวะเพิ่มขึ้นกว่าที่หลายเวอร์ชั่นเคยทำมาอีกด้วย

"อีกหนึ่งจุดที่ทำให้เรื่องนี้ดูต่างจากเวอร์ชั่นอื่น ๆ คือ บทพูด การสื่อถึงอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด ความรัก ความเศร้า ที่มีความร่วมสมัยมากกว่าครั้งก่อน ๆ เพราะในระหว่างการเขียนบทเราได้ทำการรีเสิร์ชข้อมูลจากผู้คนนับร้อยว่า รู้สึกอย่างไรหากเกิดเรื่องแบบนี้กับตัวเอง ทำให้เราได้แนวคิดร่วมสมัย สื่อถึงคนปัจจุบันได้ง่ายมาใช้ในหนัง"

แน่นอนว่าเมื่อพูดว่าเป็นการตีความใหม่แบบหลุดโลกเช่นนี้ออกมา ย่อมมีคนดูบางกลุ่มที่พร้อมจะเบ้หน้าหนี เพราะความไม่คุ้นชินในรูปแบบใหม่ มาริโอ้ พระเอกของเรื่องจึงขอพูดทิ้งท้ายการพูดคุยในครั้งนี้ว่า

"ไม่อยากให้ทุกคนมองว่าเรื่องนี้เป็นเพียงแค่หนังเรื่องเดิม ๆ หรือเป็นแค่การหยิบของเก่ามาเล่าใหม่ และนำไปเปรียบเทียบกับของเก่าที่เคยประสบความสำเร็จมาก่อน เนื่องจากทุกอย่างของหนังเรื่องนี้มันใหม่หมดทุกอย่าง อยากให้เปิดใจลองดูก่อน แล้วจะรู้ว่าเวอร์ชั่นนี้บอกเล่าและให้อะไรกับคนดูบ้าง"