ประชาชาติธุรกิจ
ประชาชาติไลฟ์-Health

วันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ผลวิจัยใหม่ "หัวใจ" มีประสาทรับ "กลิ่น" !

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 09 เม.ย 2556 เวลา 10:00:46 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ปีเตอร์ ชีเบอร์เล่ นักโภชนะเคมีจาก มหาวิทยาลัยเทคนิคแห่งมิวนิก และศูนย์วิจัยเพื่อโภชนะเคมีแห่งเยอรมนี นำเสนอผลงานการวิจัยใหม่ที่ระบุว่า จมูกของคนเราไม่ได้เป็นอวัยวะเพียงอย่างเดียวที่มีขีดความสามารถในการรับรู้กลิ่น แต่ประสาทรับรู้กลิ่นทำนองเดียวกันยังพบในอีกหลายอวัยวะ รวมทั้ง หัวใจ, ปอด และ เม็ดเลือด

"แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า หัวใจ ของคนเราสามารถได้กลิ่นสเต๊กที่คุณเพิ่งกินลงท้องไป เรายังไม่รู้ลึกซึ้งลงไปมากมายขนาดนั้น" ศาสตราจารย์ชีเบอร์เล่กล่าวในการนำเสนอผลงานวิจัยดังกล่าวต่อสมาคมเคมีอเมริกันในนิวออร์ลีนส์ เมื่อวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา

ในกรณีทั่วไปนั้น เมื่อสารประกอบทางเคมีที่ก่อให้เกิดกลิ่นจากอาหารและอื่นๆ เข้าสู่จมูกของเรา ตัวฆานประสาทหรือประสาทรับรู้กลิ่นจะทำงานกระตุ้นให้เกิดการถ่ายทอดไปยังสมองสร้างความรับรู้ให้เกิดขึ้นว่ากลิ่นนั้นเป็นอย่างไร หอม หรือเหม็นหรืออื่นๆ ประสาทรับกลิ่นดังกล่าวนี้เคยคิดกันว่า มีอยู่แต่เฉพาะในเนื้อเยื่อที่เต็มไปด้วยเมือกด้านในของโพรงจมูก แต่มีหลักฐานเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ว่า อวัยวะอย่างอื่นของคนเราก็สามารถรับรู้ถึงกลิ่นได้ด้วย

ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดเป็นกรณีของ สเปิร์ม เซลล์ ซึ่งตอนนี้มีการชี้ชัดกันแล้วว่า มีประสาทรับกลิ่นอยู่ในตัวมันเองที่ทำหน้าที่สำคัญช่วยให้สเปิร์มสามารถล่วงรู้ว่า "ไข่" นั้นอยู่ตรงจุดไหนเพื่อแหวกว่ายไปยังที่ดังกล่าว ศาสตราจารย์ ชีเบอร์เล่ ระบุว่ามีหลักฐานเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ว่า ประสาทรับรู้กลิ่นในทำนองเดียวกันนี้ มีอยู่ในหัวใจ, ปอด และเลือดด้วยเช่นกัน

เมื่อเร็วๆ นี้ ศาสตราจารย์ชีเบอร์เล่ กับเพื่อนร่วมทีม ช่วยกันทดสอบปฏิกิริยาต่อกลิ่นของเม็ดเลือดของคนเรา และพบว่า เซลล์เม็ดเลือดถูกดึงดูดเข้าหาโมเลกุลซึ่งมีส่วนของกลิ่นจำเพาะบางอย่างอยู่ด้วย วิธีการทดสอบกรณีดังกล่าวก็คือการนำเอาเซลล์เม็ดเลือดไปวางไว้ด้านหนึ่งที่มีผนังกั้นแล้ววางสารประกอบที่ก่อให้เกิดกลิ่นไว้อีกด้านหนึ่ง เพียงไม่นาน ทีมวิจัยพบว่าเซลล์เม็ดเลือดเคลื่อนย้ายจากที่เดิมไปสู่ด้านที่ติดกับสารประกอบเกิดกลิ่นดังกล่าว

ศาสตราจารย์ปีเตอร์ ชีเบอร์เล่ ศึกษาค้นคว้าในวิชาการทางเคมีสาขาใหม่ที่เรียกกันว่า "เซนส์โซมิคส์" ซึ่งเป็นวิชาเพื่อทำความเข้าใจว่าสารประกอบกลิ่้นอย่างหนึ่งอย่างใด จากจำนวนที่มีอยู่มากมายนั้นมีความหมายและส่งผลอย่างไรต่อการจำแนกกลิ่นและรสชาติของคนเรา เพื่อช่วยอธิบายว่าอะไรทำให้อาหารบางอย่างมีรสอร่อยและกลิ่นหอมชวนกิน ในขณะที่อีกบางอย่างไม่น่ากินทั้งกลิ่้นและรส

ศาสตราจารย์ชีเบอร์เล่ให้ความสนใจต่อองค์ประกอบของกลิ่้นที่สลับซับซ้อนสูงอย่างเช่นกลิ่นช็อคโกแลตและกาแฟ ห้องปฏิบัติการของชีเบอร์เล่ พยายามแยกองค์ประกอบของกลิ่นเหล่านี้ลงไปจนถึงระดับองค์ประกอบทางเคมี จากนั้นก็นำองค์ประกอบดังกล่าวมาประกอบกันขึ้นใหม่ให้ผิดแปลกออกไป เพื่อทดสอบรสชาด

ทีมวิจัยของชีเบอร์เล่พบว่า กาแฟ มีสารก่อให้เกิดกลิ่นอยู่มากถึง 1,000 ตัว แต่มีเพียง 25 ตัวเท่านั้นที่ไปกระตุ้นให้ประสาทรับรู้กลิ่นในจมูกบอกต่อสมองว่ากลิ่นเป็นอย่างไร

สำหรับประสาทรับรู้กลิ่นในร่างกายของคนเรานั้น มีอยู่ประมาณ 400 ชนิดแตกต่างกันในขณะที่มีประสาทรับรู้รสชาดเพียง 27 ชนิดเท่านั้นเอง

 

 

 

 

ที่มา : นสพ.มติชน