ประชาชาติธุรกิจ
เศรษฐกิจในประเทศ

วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2557

อัพเดต "นาคราชนคร" โปรเจ็กต์ ประตูสู่การค้า ไทย-ลาว หมื่นล้านริมฝั่งโขง

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 26 เม.ย 2556 เวลา 08:22:23 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

"นาคราช นคร" หรือ Nakaraj Nakhon เป็นโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่เพื่อสร้างเศรษฐกิจริมแม่น้ำโขง ภายใต้การลงทุนนับหมื่นล้านบาท ของ "บริษัทเอเอซี กรุ๊ป" แห่งครอบครัว "สิงห์สมบุญ" โดยมีกลุ่มทุนจากเกาหลีเป็นพันธมิตรร่วมทุน

โครงการ ดังกล่าว ตั้งอยู่เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ติดแม่น้ำโขง ตรงข้ามบ้านดอนมหาวัณ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ครอบคลุมพื้นที่ 1,200 ไร่ ห่างจากจุดก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 4 ไม่ถึง 1 กิโลเมตร และห่างจากถนนสาย R3a เพียง 6 กิโลเมตร

ล่า สุด โครงการนาคราชนคร รุดหน้าไปมาก "ดร.สิชา สิงห์สมบุญ" ประธานบริษัทเอเอซี กรุ๊ป เผยว่า โครงการนี้ได้สัมปทานจากรัฐบาล สปป.ลาว เป็นระยะเวลา 80 ปี (ตั้งแต่ พ.ศ. 2550-2630) เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งการค้าและการท่องเที่ยว ในลักษณะ "เขตเศรษฐกิจเฉพาะ" ซึ่งได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ประกอบไปด้วยโรงแรม อาคารพาณิชย์ศูนย์รวมร้านค้าปลอดภาษี (Duty Free) ศูนย์กระจายสินค้า สถานีขนส่งทางรถและเรือ ปั๊มน้ำมัน ห้างสรรพสินค้า เอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ ฯลฯ

"พื้นที่แห่งนี้จะเป็นภูมิศาสตร์สำคัญของประเทศไทย และผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะการเป็นประตูสู่อาเซียนเชื่อมโยงไปถึงประเทศจีนตอนใต้ อันเป็นตลาดขนาดใหญ่สำหรับขนส่งสินค้าไทย รวมทั้งนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลที่จำเป็นต้องเดินทางผ่านถนน R3a มาท่องเที่ยวยังประเทศไทย"

ดร.สิชากล่าวว่า จังหวัดเชียงรายมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวสูง ที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวเข้ามาเป็นจำนวนมากและมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนที่นิยมเดินทางมามากขึ้นเรื่อย ๆ

ทางโครงการจึงเชิญชวนผู้ประกอบการไทยให้เข้าร่วมลงทุนโดยเฉพาะในอาคารพาณิชย์และดิวตี้ฟรีโซน

"เรา ไม่มีเวลาจะมาขัดแย้งกันเองภายในประเทศอีกแล้ว เนื่องจากเมื่อสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 เราจะต้องการแข่งขันกับประเทศอื่น ๆ ดังนั้นโครงการนาคราชนครจึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบ การไทย" ดร.สิชากล่าว

ด้าน "ดร.เหมโชค สิงห์สมบุญ" รองประธานโครงการนาคราชนคร กล่าวว่า ปัจจุบันได้ดำเนินโครงการมาถึงระยะที่ 3 แล้วจากทั้งหมด 6 เฟส โดยเริ่มเฟสแรกตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา ได้มีการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค ถนน ไฟฟ้า แหล่งน้ำ จากนั้นจึงก่อสร้างโรงแรมและออกแบบเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ดิวตี้ฟรี ร้าน อาหาร สปา ฯลฯ มาตามลำดับ และจะดำเนินการไปจนถึงปี 2559 ซึ่งจะมีการพัฒนาศูนย์การค้า อาคารพาณิชย์ สถานีบริการรถบรรทุก ฯลฯ ให้มีความสมบูรณ์ ก่อนจะเข้าสู่เฟส 4 ในปี 2559 ซึ่งจะมีโรงแรมอีกแห่งหนึ่งพร้อมกับศูนย์รวมเอ็นเตอร์เทนเมนต์และศูนย์กีฬา

"ดร.เหมโชค" บอกว่า การดำเนินโครงการต่าง ๆ คืบหน้าไปอย่างรวดเร็ว และคาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในสิ้น ปี 2557 เพราะเมื่อโครงการออกแบบให้มีถนน R3a ตัดผ่านโครงการ ทำให้มีการเร่งก่อสร้างเพื่อให้ทันต่อการเปิดใช้สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 ในกลางปีนี้ ทำให้โรงแรมแห่งแรกจะก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคมนี้แล้ว โดยสามารถมองเห็นเป็นอาคารสีเหลืองอยู่ติดแม่น้ำโขงพร้อมอาคารอื่น ๆ ได้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ ด้านดิวตี้ฟรีโซนและอาคารพาณิชย์ต่าง ๆ ก็จะก่อสร้างแล้วเสร็จเช่น กัน โดยปัจจุบันมีการเปิดให้ผู้ประกอบการไทยนำสินค้าไปวางจำหน่ายเป็นประตูของ สินค้าไทยบนถนน R3a ส่วนโรงแรมขนาดใหญ่อีกแห่งหนึ่งกำลังก่อสร้างเพื่อเปิดให้ทันภายในปี 2557 อีก ด้วย ล่าสุด มีสินค้าแบรนด์เนมเข้ามาจับจองพื้นที่เพื่อจำหน่ายแล้วกว่า 4,000 แบรนด์เนมจาก 10 ประเทศทั่วโลก ซึ่งเชื่อว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมาก

"โครงการจะให้ความ สำคัญกับการท่องเที่ยวเพื่อเชื่อมกับ จ.เชียงราย อย่างมาก จึงพัฒนาให้มีศักยภาพในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เราไม่กังวลเกี่ยวกับเรื่องการจะไม่มีคนมาเยือน เพราะอยู่ในภูมิประเทศที่เป็นประตูเชื่อมประเทศไทยกับกลุ่มลุ่มน้ำโขงโดย เฉพาะจีน จึงคาดว่าเมื่อเปิดใช้สะพานตลาดแห่งนี้ก็จะให้บริการรองรับคาราวานนักท่อง เที่ยวได้ต่อไป"

"ดร.เหมโชค" ทิ้งท้ายเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน พื้นที่โครงการที่สถานีบริการรถบรรทุกได้รับใบอนุญาตทั้งทางการค้าและขนส่ง ซึ่งจะมีการก่อสร้างสถานีรถเพื่อเป็นศูนย์โลจิสติกส์ ดังนั้นจะทำให้มีความคึกคัก โดยเตรียมห้องพักรองรับผู้เข้าพักไว้ประมาณ 500 ห้อง แต่อาจไม่เพียงพอในบางช่วง

...แน่นอนว่าเมื่อสะพานข้ามแม่น้ำ โขงแห่งที่ 4 ใกล้แล้วเสร็จและเปิดใช้ในเดือนมิถุนายนนี้ นี่คือเส้นทางและประตูการค้าเศรษฐกิจสำคัญแห่งใหม่ระหว่างไทยและลาว