ประชาชาติธุรกิจ
ประชาชาติไลฟ์-Culture

วันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เริ่ด! ปลูกต้นสัก-ตะเคียน ที่อู่ทอง ใช้บูรณะโบราณสถานรุ่นเหลน-โหลน

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 13 พ.ค. 2556 เวลา 18:07:49 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์



วันที่ 13 พฤษภาคม นายบรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 นายไพฑูรย์ รักษ์ประเทศ นายอำเภออู่ทอง นายขรรค์ชัย บุนปาน ประธานกรรมการ บริษัท มติชน จำกัด มหาชน และคณะ รวมทั้งสิ้น 21 คน ร่วมกันเปิดงาน "วันเสด็จอู่ทอง ครบรอบ 47 ปี" และร่วม "ปลูกต้นสัก-ตะเคียน" ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างหนังสือพิมพ์ข่าวสดในเครือมติชน กับจังหวัดสุรรณบุรี จัดขึ้น ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี โดยมีชาวบ้านให้ความสนใจร่วมงานเป็นจำนวนมาก






นายบรรหาร ศิลปอาชา และ นายขรรค์ชัย บุนปาน พร้อมคณะถ่ายภาพร่วมกันที่หมู่บ้านลี่เจียง สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่บริเวณเดียวกันกับพิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร จ.สุพรรณบุรี

นายบรรหาร ศิลปอาชา กล่าวว่า งานวันเสด็จอู่ทองครบรอบ 47 ปีครั้งนี้เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  โดยจะมีการจัดนิทรรศการที่บริเวณด้านหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง นอกจากนี้เป็นการเผยแพร่ให้ประชาชนได้รู้ถึงความสำคัญของเมืองอู่ทองซึ่งถือว่าเป็นศูนย์กลางในยุคทวารวดี ในอดีตมีความรุ่งเรืองอย่างยิ่ง เป็นเมืองท่า มีการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศอย่างคึกคัก  ตนเองตั้งใจอย่างมากที่จะอนุรักษ์เป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์เพื่อพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวในอนาคต ซึ่งจะมีการพัฒนาคูน้ำรอบเมืองให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางเรือ มีความอุดมสมบูรณ์เหมือนอย่างอดีตที่เป็นมา

นายบรรหาร กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีการปลูกต้นสัก-ตะเคียน ร่วมกับหนังสือพิมพ์ข่าวสดในเครือมติชน เพื่ออนาคตจะใช้ไม้ในการบูรณะโบราณสถานในอนาคต




ชาวบ้านมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก

"การปลูกต้นไม้ นานๆ ไปถ้าไม่ดูแล ต้นไม้ก็จะไม่โต ไม่ยั่งยืน ไม่ให้ความร่มรื่น ดังนั้นวันนี้ผมปลูกต้นไม้ ผมจะจำไว้ ผู้ใดมีหน้าที่รับผิดชอบขอให้ดูแลให้ดี ต้นไม้จะต้องไม่ตาย จะต้องโตขึ้นทุกปี แตกกิ่งก้านสาขา ผมจะนับไว้ หากปลูก 500 ต้น ก็ต้องโตครบ 500 ต้น" นายบรรหาร กล่าว







ด้านนายพนมบุตร จันทรโชติ หัวหน้าพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอู่ทอง กล่าวว่า ย้อนหลังไปเมื่อ 47 ปี เมืองอู่ทองได้มีโอกาสได้รับสิ่งมงคลสูงสุด คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง ครั้งนั้นพระองค์มีพระราชดำรัสชื่นชมกรมศิลปากรที่ได้ศึกษาค้นคว้า และจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทองแห่งนี้ขึ้น เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไทย ตรัสว่าเป็นสิ่งสำคัญที่แสดงความเป็นชาติเป็นอารยธรรมของประเทศเราแต่โบราณมา หลายอาจคุ้นเคยกับคำว่าอิฐเก่าๆ ก้อนเดียวก็มีค่า ถ้าเราไม่มีสุโขทัย ไม่มีอยุธยา ไม่มีธนบุรี ก็จะไม่มีรัตนโกสินทร์ในวันนี้

"เมืองอู่ทองนั้นมีความเก่าแก่กว่าสุโขทัย อยุธยาหลายร้อยปี เชื่อกันว่าเมืองโบราณอู่ทอง พัฒนามาจากเมืองท่าทางการค้า หรือเป็นจุดแลกเปลี่ยนสินค้าสมัยสุวรรณภูมิเมื่อสองพันกว่าปีที่แล้ว และเมืองอู่ทองยังเป็นเมืองชายฝั่งทะเลที่สามารถติดต่อค้าขายกับดินแดนภายนอกได้ คนอู่ทองและคนจังหวัดสุพรรณบุรีควรภาคภูมิใจ"







ผู้สื่อข่าวประชาชาติออนไลน์ รายงานว่า ภายในงานมีชาวบ้านมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก นอกจากพิธีปลูกต้นสัก-ตะเคียนแล้ว ยังมีการแสดงจากอำเภออู่ทองที่เรียกว่า "หัวโตกลองยาว" เป็นการละเล่นเก่าแก่ที่ต้องใช้หัวโตที่ประดิษฐ์ขึ้นมาเป็นหน้าตาหลากหลาย อาทิ นักการเมือง คนดัง แม้กระทั่งเฟอร์บี้ เดินเข้าจังหวะกับวงกองยาวที่ตามมาท้ายขบวน ซึ่งได้รื้อฟื้นให้มีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง สร้างความสนใจให้กับชาวบ้านที่มาร่วมงานเป็นอย่างมาก








นายไพฑูรย์ รักษ์ประเทศ นายอำเภออู่ทอง ดูความเรียบร้อยของผู้ร่วมแสดง "หัวโตกลองยาว"

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟซบุ๊คกับประชาชาติธุรกิจออนไลน์ที่
www.facebook.com/prachachat
ทวิตเตอร์ @prachachat