ประชาชาติธุรกิจ
เศรษฐกิจในประเทศ

วันที่ 01 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ด่านสากล "ช่องเม็ก" รับเออีซี วันนี้รายเล็กตาย รายใหญ่รอด

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 13 พ.ค. 2556 เวลา 18:00:57 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ด่านสากล "ช่องเม็ก" จังหวัดอุบลราชธานี ทำรายได้ในปีที่ผ่านมา 6973.11 ล้านบาท (ต.ค. 54-ก.ย. 55) หลังจากพัฒนาเป็นด่านถาวรแล้ว การค้าขายชายแดนเพิ่มขึ้นทุกปี แต่นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ซึ่งติดตามเรื่องการค้าชายแดน ระบุว่า รายได้จำนวนมากในปีนี้ไม่ได้กระจายไปยังชุมชนมากนัก แตกต่างจากที่ผ่านมาเพราะการค้า ณ ด่านช่องเม็ก ด่านถาวรได้เปลี่ยนมือจากรายย่อยไปสู่รายใหญ่เรียบร้อยแล้ว

ผศ.พฤกษ์ เถาถวิล จากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ศึกษาเรื่องของการค้าชายแดน กล่าวว่า ก่อนที่จะพัฒนาเป็นด่านถาวร ช่องเม็กมีความคึกคัก เคยมีร้านค้า-รายย่อยกว่า 300 รายที่กระจายตัวบริเวณด่าน มีหน้าตาคล้ายตลาดโรงเกลือ เป็นแหล่งค้าส่งสินค้า ทั้งจากไทย ลาว และเวียดนาม โดยเฉพาะสินค้าไทยมีการค้าขายอย่างคึกคัก

ด้านฝั่งลาวจะมีนายหน้ารวบรวมออร์เดอร์สั่งมายังผู้ค้าฝั่งไทย โดยสั่งสินค้าส่วนใหญ่มาจากประตูน้ำ และทั่วประเทศนำมาพักไว้หน้าด่าน ก่อนที่จะขนข้ามฝั่งด้วยกองทัพมดรถเข็น

ผลจากการเปิดด่านถาวรเมื่อปี 2549 มีการพัฒนาถนน สถานที่ราชการให้มีระบบสากล ทำให้การเดินทางสะดวกมากขึ้น กลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งเคยใช้บริการจากกลุ่มนายหน้าหันมาส่งสินค้าเองโดยมีคลังสินค้าอยู่ที่เมืองปากเซ เมืองหลวงของลาวใต้ ก่อนที่จะกระจายสินค้าไปทั่วประเทศลาว

ปัจจัยอื่น ๆ ที่มากับด่านถาวรก็คือ ภาษีศูนย์เปอร์เซ็นต์ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นโอกาสของยักษ์ใหญ่ที่เคยใช้บริการ ค้าส่งรายย่อยหันมาส่งสินค้าเอง

ในช่วง 6 โมงเช้าของทุกวัน จะเห็นภาพของรถขนส่งขนาดใหญ่เข้าคิวยาว 2 กิโลเมตร เพื่อรอด่านเปิดเป็นภาพประจำ แทนภาพร้านค้าย่อยและการจับจ่ายของคนสองฝั่ง โดยรถสินค้าที่มีการข้ามฝั่งไปยังปากเซ มาจากบริษัทยูนิลีเวอร์ สหพัฒนพิบูล ฯลฯ อุปกรณ์ก่อสร้างจากดูโฮม ซีแพค และอุบลวัสดุก่อสร้าง ตัวเลขจากด่านส่งออก ผ่านด่านช่องเม็ก ปีงบประมาณ 2556 (ตุลาคม 2555-มีนาคม 2556) ส่งออก 5,462.763 ล้านบาท สินค้าส่งออกสูงสุด 10 อันดับ คือ น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน รถยนต์ปิกอัพ รถบรรทุกเก่า อุปกรณ์ก่อสร้าง (เหล็ก) กระเบื้อง ปูนซีเมนต์ รถยนต์ใหม่ น้ำมันหล่อลื่น ยางรถยนต์ ยางมะตอย

ขณะที่สินค้านำเข้าปีงบประมาณ 2556 (ตุลาคม 2555-มีนาคม 2556) 887.878 ล้านบาท โดย 10 อันดับสูงสุด คือ กะหล่ำปลี มะขามเปียก มันเทศ ไม้แปรรูป กล้วยดิบ มันสำปะหลังเส้น เสื้อผ้าสำเร็จรูป ถั่วลิสงแกะเปลือก รถยนต์นั่งที่มีกระบะ ผักกาดขาว ซึ่งบางส่วนเป็นเกษตรพันธสัญญา หรือคอนแทร็กต์ฟาร์มมิ่ง ที่ฝั่งไทยทำกับเกษตรกรลาวในการรับซื้อผลผลิตทั้งหมด

มูลเหตุสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ การเดินข้ามฝั่งของคนมีขั้นตอนที่ยุ่งยากมากขึ้น เช่น มีเอกสารระบุตัวตน เพราะคนลาวจำนวนมากยังไม่มีบัตรประชาชน ปัจจุบันร้านค้ารายย่อยเหลือเพียงร้อยกว่าร้านเท่านั้น และกระจุกตัวอยู่ทางฝั่งขวามือของด่าน ขณะฝั่งซ้ายซึ่งมีการพัฒนาเป็นอาคารชุดห้องแถว ซึ่งเป็นอาคารเกือบร้างในปัจจุบัน

โดยสินค้าที่ยังจำหน่ายอยู่ เช่น เสื้อผ้าราคาถูก เสื้อผ้าแฟชั่น รองเท้าแตะ สินค้าเฉพาะ สินค้าการเกษตร เช่น กระเป๋าใส่ไก่ชน ปลาสวยงาม-อาหาร เป็นต้น ส่วนรายได้จากในอดีตผู้ค้าเคยทำได้ถึงวันละเกือบหมื่นบาท ปัจจุบันเหลือวันละ 2-3 พันบาท

ถามว่าแล้วทำไมด่านช่องเม็กยังอยู่ได้ อาจารย์พฤกษ์กล่าวว่า หลังจากลงพื้นที่พบว่ากลุ่มผู้ประกอบการมีการปรับตัวเปลี่ยนอาชีพ อาศัยช่องทางของสินค้าหนีภาษี และทำธุรกิจสีเทาแทน เช่น คาราโอเกะแฝงการขายประเวณีกระจายอยู่บริเวณด่าน หรือแม้แต่การลักลอบนำเข้าสินค้าต้องห้าม เช่น กล้วยไม้ บุหรี่ ของป่า ฯลฯ และการนำเข้าแรงงานข้ามชาติ ทั้งแบบถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมายเข้ามาแทนที่ จำนวนมากเท่าไรประเมินไม่ได้

รู้แต่ว่าค่าบริการในการหาคนจากนายหน้าต่อคนต่อหัวของธุรกิจแรงงานข้ามชาติ ผู้ประกอบการจ่ายไม่ต่ำกว่าหัวละ 1.8 หมื่น-2.5 หมื่นบาท ทดแทนอาชีพเดิมได้แน่นอน ไทยและลาวยังมีจุดผ่อนปรนอยู่อีกหลายจุด เช่น โขงเจียม ซึ่งยังมีสภาพของการค้าขายชายแดนที่มีการขนสินค้าเขมรไปพักอีกฝั่งและกระจายต่อโดยไม่มีขั้นตอนยุ่งยาก ซึ่งบริเวณโขงเจียมการท่องเที่ยวมีการพัฒนา รีสอร์ตที่มีราคาระดับหมื่นบาทในช่วงไฮซีซั่นอีกด้วย จากการค้าขายและจุดเด่นที่สามารถผ่านเข้า-ออกจากชายแดนโดยง่าย

อาจารย์พฤกษ์นำเสนอว่า การออกกฎหมายหรือสร้างระเบียบให้เกิดขึ้น อย่างน้อยกฎหมายต้องไม่ขัดขวางการใช้ชีวิตของคนในท้องถิ่น แต่ต้องสนับสนุนให้เกิดการค้าขายที่ยั่งยืนและสะดวกมากยิ่งขึ้น

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟซบุ๊คกับประชาชาติธุรกิจออนไลน์ที่
www.facebook.com/prachachat
ทวิตเตอร์ @prachachat