ประชาชาติธุรกิจ
ประชาชาติไลฟ์-Health

วันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2557

หลากวิธี "รีเฟรชสมอง" ของหนุ่มสาวเวิร์กกิ้งยุคใหม่

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 24 พ.ค. 2556 เวลา 17:30:49 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ต้องยอมรับว่าหนุ่มสาวเวิร์คกิ้งยุคนี้ ต่างก็ไฟแรงและมุ่งมั่นทำงานหนักท่ามกลางภาวะความกดดันและการแข่งขันสูง อีกทั้งยังต้องทำงานแข่งกับเวลา เครียดเคร่งกับสภาพจราจรที่ติดขัด

ดังนั้น หากใครไม่มีวิธีการดูแลสุขภาพที่ดี อาจส่งผลให้สุขภาพย่ำแย่ได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะสุขภาพสมองซึ่งหลายคนมักจะมองข้าม

รศ.ดร.สุรพจน์ วงศ์ใหญ่ คณบดีผู้ก่อตั้งคณะการแพทย์แผนตะวันออก และผู้เชี่ยวชาญพืชสมุนไพร สหประชาชาติ เปิดเผยว่า ในชีวิตคนเราไม่ว่าจะเรียนหนังสือ ทำงาน หรือจะทำสิ่งใด ต่างต้องใช้สมอง เพราะสมองเปรียบเหมือนกองบัญชาการสำคัญของร่างกาย ที่คอยควบคุมระบบการเคลื่อนไหว ระบบประสาทสัมผัสต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการได้ยิน การมองเห็น การรับรู้กลิ่นและรส รวมถึงการควบคุมอารมณ์ ความรู้สึก การเรียนรู้และความจำ แต่ภายใต้การดำเนินชีวิตในยุคข้อมูลข่าวสารที่เต็มไปด้วยการแข่งขันซึ่งต้องอาศัยการทำงานของสมองที่จะคอยช่วยจดจำคิดเชื่อมโยงเร็วและวิเคราะห์ฉับไวอยู่ตลอดเวลาโดยเฉพาะหนุ่มสาวในวัยทำงานที่ต้องใช้สมอง คิดวิเคราะห์  เชื่อมโยงความคิด และประมวลผลในการทำงานทุก ๆ วัน สมองต้องทำงานอย่างหนักตั้งแต่เช้าจรดค่ำ จนบางครั้งเราอาจจะรู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย คิดอะไรไม่ออก เครียดจากการทำงานมาก ๆ การดำเนินชีวิตภายใต้แรงกดดัน และความเครียดต่าง ๆ ทั้งที่มาจากเรื่องการงาน การเงิน และสังคม ทำให้สมองต้องทำงานหนัก



รศ.ดร.สุรพจน์ วงศ์ใหญ่ กล่าวเพิ่มเติมว่า สมองก็เหมือนอวัยวะอื่น ๆ ของร่างการที่ต้องการสารอาหารเพื่อเป็นพลังงานใช้ในการทำงาน โดยเฉพาะในช่วงที่คุณรู้สึกว่าถูกภาวะการณ์ต่าง ๆ กดดันมากกว่าปกติ ทั้งจากการทำงาน ปัญหาเศรษฐกิจ ฯลฯ การดูแลสมองให้ทำงานได้ดีเต็มประสิทธิภาพ จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ปัจจัยที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่มีมาอย่างยาวนานก็คือ การใช้อาหารและสมุนไพรเป็นยาเพื่อบำบัดโรคและบำรุงร่างกายในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะโสมจัดได้ว่าเป็นสมุนไพรที่มีการใช้อย่างแพร่หลายในตำรับยาตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบันก็ยังเป็นที่นิยมไปทั่วโลก

“เมื่อกล่าวถึง“โสม”สมุนไพรที่มีประวัติใช้เป็นยาบำรุงร่างกายในด้านต่างๆ มากว่า 2,000 ปี โดยลักษณะทั่วไปของรากโสมที่นำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ลักษณะจะแยกออกเป็นแฉก ๆ เหมือนมีแขนขาและรูปร่างคล้ายคน รสชาติคล้ายชะเอม แต่หากเอ่ยถึงโสมคนส่วนใหญ่อาจจะคุ้นเคยกับโสมเกาหลี หรือโสมจากเมืองจีน จริง ๆ แล้วโสมตามธรรมชาติยังมีอีกหลายชนิดที่มีสรรพคุณทางยา เช่น โสมไซบีเรีย โสมญี่ปุ่น รวมถึงโสมอเมริกาด้วย การที่โสมสามารถให้ประโยชน์ต่อร่างกายในด้านต่าง ๆ นั้น สืบเนื่องมาจากโสมประกอบด้วยสารธรรมชาติที่มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่ชื่อว่า “จินเซนโนไซด์” (Ginsenoside)” กล่าวและเสริมว่า

โสมที่มีความนิยมในการนำมาพัฒนาและคิดค้น คือ โสมอเมริกาและโสมเอเชีย เพราะในด้านสรรพคุณทางการแพทย์โสมอเมริกา และโสมเอเชียจะมีความแตกต่างกัน โดยโสมเอเชียจัดเป็นยาร้อนหรือยาที่เสริมธาตุ “หยาง” ขณะที่โสมอเมริกันจัดเป็นยาเย็น หรือยาที่ช่วยเสริมธาตุ “หยิน” ซึ่งส่งผลให้ร่างกายอยู่ในภาวะสงบ และมีสมาธิ อีกทั้งยังบำรุงร่างกายอีกด้วย

ในปัจจุบันมีผลการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์หลายฉบับ พบว่าสารจินเซนโนไซด์ที่สกัดจากโสมอเมริกาให้ผลต่ออวัยวะและระบบต่าง ๆ ของร่างกายหลายส่วน เช่น เสริมการทำงานของสารสื่อประสาทในสมองและระบบประสาทส่วนกลาง ส่งผลต่อการเรียนรู้และจดจำ ทำให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างเซลต่อเซลของระบบประสาทในสมองให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ รวมทั้งช่วยให้มีกระบวนการคิดและวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างฉับไว มีความจำดีขึ้น นอกจากนั้นยังมีฤทธิ์ ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์ประสาท เป็นต้น ปัจจุบันได้มีการนำสารสกัด “จินเซนโนไซด์” จากโสมอเมริกันมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพเพื่อให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่

อย่างไรก็ตามคุณควรรับประทานอาหารให้ครบ5หมู่ไม่ว่าจะเป็นอาหารประเภทผักสด ผลไม้ ธัญพืช ถั่ว เนื้อไก่ เนื้อปลา ฯลฯ  เพื่อให้ร่างการได้รับสารอาหารหลาย ๆ ชนิดมากขึ้น และควรบริโภคอาหารให้เป็นเวลา เพื่อให้สมองมีพลังงานใช้อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอาหารเช้า จะช่วยควบคุมระดับความดันโลหิตและระดับคอเลสเตอรอลในเลือด เน้นการพักผ่อนให้เพียงพอ ขณะเดียวกันควรการเพิ่มการออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่เสริมสร้างสมอง เช่น เล่นเกมโซดูกุ ต่อจิ๊กซอว์ การนั่งสมาธิ สวดมนต์ อ่านหนังสือ หลีกเลี่ยงปัจจัยที่ส่งผลต่อความผิดปกติของสารสื่อประสาท เช่น มีความเครียดสะสม ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ ได้รับสารพิษที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหารและสภาพแวดล้อม รวมถึงยาบางชนิด ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่มีผลต่อการทำงานของสมองทั้งสิ้น



เพียงเท่านี้คุณก็จะมีสุขภาพกายที่ดี มีพลังสมองเต็มเปี่ยม มีความคิดที่โลดแล่นเฉียบคม พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ได้อย่างเต็มที่