ประชาชาติธุรกิจ
มอเตอร์ริ่ง

วันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ลูกค้าซูซูกิรอ "สวิฟท์" ได้ ยอดเลิกจองรถแค่ 10% รู้เงื่อนไขตั้งแต่แรกแล้ว

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 30 พ.ค. 2556 เวลา 11:45:07 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

นายวัลลภเปิดเผยว่า ทางบริษัทได้ให้ตัวแทนจำหน่ายหรือดีลเลอร์สำรวจความพร้อมและความต้องการของลูกค้าอยู่ตลอดเวลา พบว่าขณะนี้ตัวเลขยกเลิกยอดจองรถยนต์ซูซูกิ สวิฟท์ หลังจากหมดโครงการรถคันแรก มีประมาณ 10% ของยอดจองทั้งหมดเท่านั้น

ตัวเลขดังกล่าวจะรวมลูกค้าที่ไม่มีความพร้อมด้วย สาเหตุหลักที่ทำให้ลูกค้ายกเลิกจองรถในโครงการรถคันแรก บางส่วนเกิดจากไม่ต้องการรอรถนาน แต่สำหรับลูกค้าซูซูกิ สวิฟท์ รับทราบเงื่อนไขต้องรอนานตั้งแต่เข้ามาจองแล้ว จึงทำให้ตัวเลขยกเลิกจองมีไม่มาก ตอนนี้มีลูกค้ารอการรับรถหรือแบ๊กออเดอร์อยู่ประมาณ 2.2 หมื่นคัน ขณะที่มีกำลังการผลิตเดือนละประมาณ 3-4 พันคัน ทำให้โดยเฉลี่ยใช้เวลาประมาณ 6 เดือน จะสามารถส่งมอบสวิฟท์ได้ครบ ส่วนซูซูกิ เออร์ติก้า รถอเนกประสงค์ใหม่ของซูซูกิ มีแบ๊กออเดอร์ประมาณ 1.2 พันคัน คาดว่าจะเริ่มส่งมอบได้ตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนนี้เป็นต้นไป

นายวัลลภกล่าวว่า สำหรับลูกค้าที่ยกเลิกจองรถกับซูซูกิ ทางบริษัทไม่มีนโยบายยึดเงินจองลูกค้า แต่จะให้เซลส์กับลูกค้าคุยกันดีๆ ว่า มีเหตุผลความจำเป็นอะไรถึงเลิกจอง แม้ลูกค้าบางคนไม่เอาเงินจองคืน ลูกค้าบางคนหากต้องการเงินคืนก็อาจจะแก้ปัญหาด้วยวิธีหาคนอื่นมาซื้อรถแทนก็ได้ ส่วนกรณีที่ขณะนี้ค่ายรถต่างๆ เน้นกลยุทธ์ออกโปรโมชั่นมาแข่งขันกันนั้น ทางซูซูกิจะเน้นกลยุทธ์การตลาดโดยให้ตัวสินค้าก็คือคุณภาพของรถดึงดูดลูกค้า อาจจะมีของแถมให้ลูกค้าบ้างเล็กน้อย แต่จะไม่เน้นโปรโมชั่นแรงๆ

นายวัลลภกล่าวว่า ปีนี้ซูซูกิวางเป้าหมายยอดจองไว้ที่ประมาณ 6 หมื่นคัน เหมือนตอนต้นปี ยังไม่มีการปรับเพิ่มหรือลดแต่อย่างใด คาดว่าจะเป็นรุ่นสวิฟท์ประมาณ 4.3 หมื่นคัน รุ่นเออร์ติก้า 6 พันคัน และรุ่นแคร์รี่ 1.1 หมื่นคัน สำหรับตลาดรวมปีนี้คาดว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 1.2 ล้านคัน นับจากนี้ไปคาดว่าแต่ละเดือนจะมียอดขายรถยนต์รวมในประเทศประมาณ 9 หมื่น-1 แสนคัน ในปีนี้ตลาดรถเก๋งถือว่ามีศักยภาพสูงเพราะปัจจุบันพฤติกรรมลูกค้ามีหลากหลาย มีฐานลูกค้าใหม่เกิดขึ้นตลอดเวลา แต่ละค่ายมีสินค้าตอบสนองลูกค้าที่หลากหลายเช่นกัน




ที่มา : นสพ.มติชน