ประชาชาติธุรกิจ
ประชาชาติไลฟ์-lifestyle

วันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ตามไปดู ′หนังสั้นปั่นเมือง′ แตกต่าง แบ่งปัน เข้าใจ

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 17 ก.ค. 2556 เวลา 15:10:10 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

โดย อรวรรณ หมอยาดี



"ท้
องถนน" คือเส้นทางการจราจรหลักของประเทศ พาหนะบนดินทั้งหมดและคนเดิน ต้องแบ่งปันกันใช้พื้นที่ถนนที่มีอยู่จำกัดในเมือง

แต่ในปัจจุบัน ทั้งนโยบายรัฐและสังคมโดยรวมยังคงมองว่าถนนเป็นพื้นที่ของรถยนต์เท่านั้น พาหนะอื่นเป็นเพียงผู้ขอเข้ามาใช้ ทัศนคติที่ให้ความสำคัญสูงสุดแก่รถยนต์เป็นรากปัญหาของการจราจรติดขัด มลพิษทางอากาศ และภัยอันตรายบนท้องถนน ทำให้ยากแก่พาหนะอื่นๆ รวมถึง "จักรยาน" ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพาหนะที่กำลังได้รับความนิยม

ด้วยเหตุนี้เอง หลายองค์กรที่สนับสนุนการลดภาวะโลกร้อน ซึ่งมีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากมลพิษทางอากาศออกมารณรงค์การขี่จักรยานแทนการใช้รถหรือผลักดันให้จักรยานเป็นตัวเลือกหนึ่งของการเดินทาง

โครงการจักรยานกลางเมือง โดย มูลนิธิโลกสีเขียว, ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงจัดงานประกาศผลรางวัลหนังสั้นปั่นเมืองครั้งแรกในเมืองไทย ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เพื่อรณรงค์การแบ่งปันถนนร่วมกันระหว่างผู้ใช้พาหนะต่างๆ รวมทั้งจักรยาน รถเข็นและคนเดิน

ทั้งนี้ มีหนังสั้นที่ผลิตจนสำเร็จ 9 เรื่อง แบ่งเป็นประเภทนักศึกษา ได้แก่ เรื่อง "แค่ข้าม" ทีมปล่อยพลัง, "จักรยานสีชมพู" ทีม Smile Film, "Cycle of the Memories" ทีม SHUFFLE, และ "LIFT" ทีมเฟี้ยว ส่วนประเภทบุคคลทั่วไป ได้แก่ เรื่อง "จัก-กะ-ยืม" ทีมจินตะ3, "ซอยวัดใจ" ทีมชีวิตหลังเลิกงาน, "รักต้องปั่น" ทีมจุงเบยซุเกะ, "เปลี่ยน" ทีม Film RUN และ "perception" ทีม PERCEPTION

หนังสั้นทั้ง 9 เรื่องได้ผ่านการพิจารณาและตัดสินจากคณะกรรมการได้แก่ วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์, จิระ มะลิกุล, โตมร ศุขปรีชา, ก้องเกียรติ โขมศิริ และ สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ หรือ "นิ้วกลม"

ทุกเรื่องราวล้วนสะท้อนปัญหาของการปั่นจักรยานที่พอจะสรุปได้ว่า

"รถไม่ได้เป็นเจ้าของท้องถนนเพียงพาหนะเดียว ทุกคนล้วนมีสิทธิในการใช้ถนนเท่าๆ กัน บนพื้นที่และขอบเขตของตัวเอง"

หลังดูหนังจบครบทุกเรื่อง ก็ได้เวลาประกาศผล โดยรางวัลยอดเยี่ยมประเภทนักศึกษาตกเป็นของผลงาน "LIFT" โดย ทีมเฟี้ยว

เป็นหนังสั้นที่นำเสนอเรื่องราวเชิงสัญลักษณ์ระหว่างการขึ้นลิฟต์ เล่าเรื่องชายหนุ่มคนหนึ่งใส่เสื้อยืดสีเขียวเดินเข้าลิฟต์มา หลังจากนั้นก็มีหญิงสาวใส่เสื้อยืดสีชมพูเดินเข้าลิฟต์ตัวเดียวกัน ทั้งสองสบตาและส่งยิ้มให้กัน ลิฟต์เคลื่อนขึ้นต่อไปจนมาถึงชั้นที่ผู้ชายร่างใหญ่เดินเข้ามาในลิฟต์พร้อมพ่นควันโขมง ทำให้ชายและหญิงที่กำลังอยู่ในบรรยากาศดีๆ กลับรู้สึกแย่ลง

ชายร่างใหญ่เห็นว่าสองคนนั้นไม่พอใจ จึงนำเทปกาวมาแบ่งเส้นกั้นระหว่างเขาและชายหญิงสองคนนั้น จะเห็นได้ว่าในเรื่องชายร่างใหญ่เป็นตัวแทนของรถยนต์ส่วนหญิงชายคู่นี้เป็นตัวแทนของคนปั่นจักรยาน ขึ้นลิฟต์ตัวเดียวกันแต่อีกคนสบายใจ ส่วนคนร่วมใช้ลิฟต์กลับรู้สึกแย่ ทั้งๆ ทุกคนต่างมีสิทธิใช้ลิฟต์เท่าเทียมกัน

ส่วนประเภทบุคคลทั่วไปรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ผลงานชื่อ "perception" โดย ทีม PERCEPTION นำเสนอเรื่องของ "ชัย" มนุษย์เงินเดือนที่ใช้จักรยานเป็นยานพาหนะหลักประสบอุบัติเหตุจนได้รับบาดเจ็บ จึงได้พบกับหมอแยมหมอสาวที่มีประสบการณ์ด้านลบเกี่ยวกับจักรยาน ชัยผู้มีอคติต่อรถยนต์บนท้องถนน ส่วนหมอแยมก็เห็นแต่ปัญหาของการปั่นจักรยาน จึงเกิดการแลกเปลี่ยนทรรศนะอันร้อนแรงระหว่างกัน



ซึ่งเรื่องนี้ รัฏฐะ บูรณดิลก หนึ่งในทีมผลงานชื่อ PERCEPTION เล่าว่า จุดประสงค์ของการทำหนังสั้นเรื่องนี้ อยากจะนำเสนอเรื่องของผู้ที่มีทัศนคติเกี่ยวกับจักรยานทั้งสองแง่มุม ส่วนความหมายของคำว่า "share the road" ว่าคือการแชร์และเข้าใจกันและกัน แบ่งปันพื้นที่ของท้องถนนให้แก่กันนั่นเอง

ถามถึงจุดประสงค์ในการจัดประกวดหนังสั้นเรื่องนี้ คงต้องพูดคุยกับทางด้าน "มูลนิธิโลกสีเขียว"

สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์
เลขาธิการมูลนิธิโลกสีเขียว กล่าวถึงจุดประสงค์การจัดงานประกวดหนังสั้นปั่นเมืองว่า การรณรงค์แบ่งปันถนนทำได้หลายทาง แต่สื่อที่เผยแพร่ได้ในวงกว้างและมีศักยภาพในการสื่อสารกับสังคมยุคใหม่ได้ดี คือหนังสั้น ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับคนหลากหลายรสนิยมได้ ใครๆ ก็ทำหนังสั้นได้ด้วยงบประมาณจำกัด เวลาน้อย และอุปกรณ์ราคาถูก โดยที่ไม่จำเป็นต้องเป็นนักทำหนังมืออาชีพ

"เราตั้งใจให้หนังสั้นช่วยรณรงค์การแบ่งปันถนนร่วมกัน ด้วยความตั้งใจให้รถยนต์และผู้ใช้ถนนอื่นๆ สังเกตเห็นจักรยาน ซึ่งเป็นพาหนะ "ล่องหน" ที่ถูกมองข้ามมาตลอด รู้จักกติกา และหาวิธีอยู่ร่วมกันบนท้องถนน

"การแบ่งปันถนนไม่ได้จำกัดอยู่แต่เลนจักรยานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงรูปแบบอื่นอีก เช่น การกำหนดความเร็วของรถยนต์ให้วิ่งช้าลงเมื่อต้องใช้ถนนร่วมกับคนเดินและจักรยาน เราพยายามเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของสังคมให้ผู้ใช้รถมองเห็นว่าจักรยานและรถชนิดอื่นๆ ก็มีสิทธิใช้ถนนเช่นเดียวกัน" สรณรัชฎ์ กล่าว

ด้าน สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ หรือ "นิ้วกลม" หนึ่งในคณะกรรมการตัดสินเล่าถึงหนังสั้นแต่ละเรื่องว่า หนังสั้นทั้งหมดนี้เป็นจุดเริ่มต้นจุดหนึ่งที่ทำให้เรารับฟังเสียงคนที่เป็นตัวแทนคนปั่นจักรยาน และเมื่อเราได้ยินเสียงนี้ก็ควรเปิดพื้นที่ในหัวใจเราให้มากขึ้น

"ผมคิดว่าการแบ่งปันพื้นที่บนท้องถนนน่าเริ่มต้นตรงที่การแบ่งพื้นที่ในใจ เราน่าจะยินดีเปิดรับรูปแบบยานพาหนะที่หลากหลาย รูปแบบวิถีชีวิตหรือผู้คนที่หลากหลายกว่านี้ และไม่ได้คิดว่าเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง คนที่ขี่จักรยานเองก็เช่นกัน ไม่ได้คิดว่าตัวเองสำคัญที่สุดบนท้องถนนและทุกคนต้องปรับเปลี่ยนมาเพื่อตัวเอง"


การอยู่รวมกันมากกว่าหนึ่ง นอกจากจะต้องยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่างของแต่ละคนแล้ว "ความเข้าใจ" และ "แบ่งปัน" พื้นที่สาธารณะที่เราทุกคนล้วนเป็นเจ้าของคือสิ่งจำเป็น

โดยเฉพาะพื้นที่ "ปั่น" ใน "เมือง" ที่ควรจะแบ่งให้กับจักรยาน







ที่มา นสพ.มติชน