ประชาชาติธุรกิจ
ประชาชาติไลฟ์-Culture

วันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

คืนชีพให้หุ่นกระบอกพม่า

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 25 ก.ค. 2556 เวลา 11:30:28 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ขิ่น หม่อง ทเว เจ้าของคณะหุ่นกระบอก "ทเว อู เมียนมาร์" ในเมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า นั่งอยู่ในบ้านของเขาที่ดัดแปลงเป็นโรงละครชั่วคราวใกล้ใจกลางเมืองย่างกุ้ง และเล่าถึงความฝันอันยิ่งใหญ่ให้ จอว์ เพี่ยว ตา จาก สำนักข่าวอิระวดี ฟัง

"ผมอยากสร้างพิพิธภัฑณ์หรือศูนย์กลางที่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องหุ่นกระบอกพม่า" เขากล่าวพลางหยิบหุ่นกระบอกม้าไม้สีขาวตัวหนึ่งขึ้นมาถือไว้

"ที่พม่าไม่มีที่ให้คนทั้งชาวท้องถิ่นและชาวต่างชาติที่อยากเรียนรู้เกี่ยวกับศิลปะแขนงนี้เลย"



เมื่อปีพ.ศ.2549 ที่เขาก่อตั้งคณะหุ่นกระบอกขึ้น เขามีเพียงความใฝ่ฝันเล็กๆ เพียงอย่างเดียวคือ ต้องการจะเปิดศิลปะการแสดงดั้งเดิมของพม่าให้นักท่องเที่ยวได้ชมในสถานที่ที่เหมาะสม

"ผมสร้างโรงละครขึ้นก็เพราะผมอยากเห็นผู้คนสนุกสนานเพลิดเพลินกับการแสดงหุ่นกระบอกของเราในที่ทางที่มันควรจะให้ความสนุกกับผู้ชม"

เพราะแม้โรงแรมและร้านอาหารหรูราคาแพงต่างๆ จะมีการโชว์หุ่นกระบอกพื้นเมืองให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติชมนั้น "แต่พวกเขาก็ปฏิบัติต่อหุ่นกระบอกเหมือนเป็นเพียงเครื่องเคียงของการท่องเที่ยวเท่านั้น"

และหลังจากดิ้นรนเพื่อสานความฝันอยู่7ปี ขิ่น หม่อง ทเว ก็ได้ไอเดียที่จะนำหุ่นกระบอกของเขาไปแสดงในประเทศต่างๆ มากกว่า 10 ประเทศ เริ่มตั้งแต่ประเทศไทยไปจนถึงออสเตรเลีย ซึ่งส่งผลให้หุ่นกระบอกของทเว อู เมียนมาร์ ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ผู้ชมชาวต่างชาติ

อีกทั้งเขายังว่า ผลพวงจากการเดินทางไปแสดงในที่ต่างๆ โดยเฉพาะในยุโรปทำให้เขาตระหนักถึงความสำคัญของการเปิดศูนย์กลางเพื่ออนุรักษ์รูปแบบของศิลปะดั้งเดิมไว้

"หลังจากได้ไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์หุ่นกระบอกในยุโรปทำให้ผมเกิดความต้องการอย่างแรงกล้าที่จะเปิดศูนย์กลางเพื่อเปิดสอนอนุรักษ์ และจัดการแสดงหุ่นกระบอกของเราในพม่า" เขากล่าว

"มันเป็นวิธีที่ดีมากที่จะส่งต่อศิลปะแขนงนี้ไปสู่คนรุ่นต่อไป"

หุ่นกระบอกพม่าเป็นที่รู้จักในชื่อ"YokeThay" และมีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 500 ปี โดย "โย้ก เท" ทำหน้าที่คล้ายกับละครพื้นบ้านในที่อื่นๆ ทั่วโลก คือให้ทั้งความบันเทิงและสื่อสารเรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้นๆ

กระนั้นหุ่นกระบอกพม่านี้ก็มีความพิเศษเฉพาะตัวอยู่

"ประเพณีของเราจะแตกต่างจากหุ่นกระบอกจากประเทศเพื่อนบ้านคือจะมีรูปแบบเฉพาะของตัวทั้งวิธีการเชิดหุ่นและการออกแบบหุ่นต่างๆ" ชิด ซาน วิน ผู้เขียนหนังสือเรื่อง "Myanmar Puppet Theater Today" กล่าว

"การแสดงหุ่นกระบอกของพม่า จะทำให้คุณสามารถเพลิดเพลินกับศิลปะทุกๆ แขนงของพม่า อาทิ การฟ้อนรำ, เพลง, ประติมากรรม, เย็บปักถักร้อย และภาพวาดได้"

ชิด ซาน วิน ยังบอกอีกว่า หากดูจากจำนวนวิชาเกี่ยวกับหุ่นกระบอกที่เปิดสอนอยู่ในมหาวิทยาลัยแล้ว "โย้ก เท" คงจะไม่สูญหาย แต่สิ่งที่เกิดขึ้น ณ ขณะนี้ คือศิลปะแบบดั้งเดิมมันไม่ทันสมัยอีกต่อไปแล้ว

"คนหนุ่มสาวบอกว่ามันน่าเบื่อ และยากที่จะเข้าใจ เพราะจนถึงวันนี้การแสดงละครหุ่นพม่ายังคงเป็นแบบสไตล์ดั้งเดิมและใช้ภาษาแบบเก่า

"ซึ่งหมายความว่าหุ่นโย้ก เท เริ่มไม่ได้รับการสนับสนุนจากคนพื้นเมือง หากก็ยังคงอยู่ได้เพื่อการท่องเที่ยว"

นี่คงเป็นเหตุผลสำคัญที่อธิบายได้ว่าทำไมคณะ ทเว อู เมียนมาร์ ถึงต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมายเหลือเกิน ทั้งๆ ที่มันเป็นที่สนใจในต่างประเทศ

เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์พายุไซโคลนนากีสทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง บรรดาหุ่นเหล่านั้นก็ไม่ได้ออกไปโลดแล่น แต่ต้องถูกเก็บตัวไว้ในห้องนั่งเล่นแทน แต่ในตอนนี้เมื่อมีนักท่องเที่ยวกลับมาอีกครั้ง พวกเขาจึงต้องรีบเร่งเพื่อเตรียมตัวต้อนรับ

ชิด ซาน วิน ยังกล่าวอีกว่า ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทยและเวียดนามดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศด้วยหุ่นกระบอกของพวกเขา รัฐบาลพม่ากลับมีการส่งเสริมศิลปะการแสดงแบบดั้งเดิมน้อยกว่ามาก

"คงเป็นเพราะรัฐบาลระแวงเกี่ยวกับการถูกตราหน้าว่าเป็นรัฐบาลหุ่นเชิดนั่นล่ะ" เขากล่าว

ด้วยช่วงเวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมา แม้รัฐบาลทหารจะส่งมอบอำนาจให้กับรัฐบาลที่เป็นพลเรือนแล้ว แต่หลายคนก็ยังสงสัยถึง "ผู้มีอำนาจที่แท้" สงสัยว่านี่เป็นรัฐบาลแต่เพียงในนาม หรือเป็นหุ่นเชิดของ พลเอกอาวุโส ตาน ฉ่วย หรือเปล่า

"สิ่งที่รัฐบาลควรทำในตอนนี้คือแผนการที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นสำหรับหุ่นโย้ก เท ของเรา" ขิ่น หม่อง ทเว กล่าว

ก่อนจะยืนยันว่าพิพิธภัณฑ์หุ่นเชิดนี้จะเป็นศูนย์กลางสำคัญของหุ่นเชิดแบบดั้งเดิม

"มันจะช่วยต่อลมหายใจให้กับศิลปะที่กำลังจะตายของเรา"

ภาพถ่ายโดย JPaing




ที่มา : นสพ.มติชน