ประชาชาติธุรกิจ
มอเตอร์ริ่ง

วันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ไทยรุ่งส้มหล่นรับค่ายรถจีน ทาบผลิตชิ้นส่วนป้อนปีหน้า

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 04 ส.ค. 2556 เวลา 10:45:56 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

"ไทยรุ่ง" เผยค่ายรถจีนแห่บุกไทยส่งผลดีผู้ผลิตชิ้นส่วน ช่วยลดบทบาทค่ายญี่ปุ่นผูกขาดตลาด แย้มรถจีน 2 ค่ายจีบให้ผลิตชิ้นส่วนป้อน และเตรียมร่วมทุนบริษัทรถบรรทุกญี่ปุ่นตั้งไลน์ผลิตในไทยรับเออีซี รับรถคันแรกกระทบทำยอดผลิตหาย 40% ส่วนรถไทยรุ่งยังไม่เปรี้ยง เร่งพัฒนาเกียร์ออโต้เจาะกลุ่มลูกค้ารถบ้าน

นายสมพงษ์ เผอิญโชค กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตชิ้นส่วน รับจ้างประกอบรถยนต์ และผู้ผลิตรถยนต์ภายใต้แบรนด์ไทยรุ่ง เปิดเผยถึงมุมมองต่อภาพรวมของธุรกิจการผลิตชิ้นส่วนในประเทศไทยว่า ในอนาคตหากผู้ผลิตรถยนต์ทั้งแบรนด์จีน เกาหลี และอินเดีย เข้ามาตั้งฐานการผลิตรถยนต์ในประเทศไทยนั้น จะเป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมยานยนต์โดยเฉพาะการผลิตชิ้นส่วนเป็นอย่างมาก เนื่องจากที่ผ่านมาค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นถือเป็นเจ้าตลอดมาเป็นระยะเวลานาน และบางค่ายมีกฎข้อบังคับให้ซัพพลายเออร์ผลิตสินค้าป้อนให้บริษัทนั้น ๆ เพียงรายเดียวเท่านั้น ซึ่งถือเป็นการผูกขาดการทำธุรกิจซึ่งจากการที่ผู้ผลิตรถยนต์จีนที่เริ่มเข้ามาลงทุนตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย จะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมากขึ้น

เนื่องจากค่ายรถจีนเป็นกลุ่มทุนรายใหญ่ที่ปัจจุบันมีการพัฒนาทั้งด้านการออกแบบ เทคโนโลยี และคุณภาพการผลิตให้รุดหน้าโรงงานบางแห่งมีประสิทธิภาพและเทคโนโลยีที่เทียบเท่าหรือทันสมัยมากกว่าการผลิตของบริษัทญี่ปุ่น หากผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยสามารถปรับตัวและร่วมทุนกับค่ายรถจีนได้ ก็ทำให้มีโอกาสในการเรียนรู้เทคโนโลยีการผลิตใหม่ และสามารถต่อยอดหาลูกค้าได้เพิ่มขึ้นด้วย เนื่องจากเมื่อผู้ผลิตรถยนต์จีนเข้ามาลงทุนในไทยช่วงแรกต้องหาซัพพลายเออร์ช่วยลดต้นทุนการผลิตและยังไม่ต้องการลงทุนเอง 100%

ล่าสุด บริษัทได้รับความสนใจจากผู้ผลิตรถยนต์จากประเทศจีน 2 แบรนด์ที่กำลังเตรียมเข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทย ให้ซัพพลายชิ้นส่วนให้ หากข้อตกลงสรุป ก็น่าจะเริ่มสร้างไลน์ประกอบได้ในช่วงกลางปีหน้า เนื่องจากบริษัทเองก็มีศักยภาพเพียงพอที่จะผลิตชิ้นส่วนให้อยู่แล้ว แต่คงต้องมีการพูดคุยในรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง

นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมร่วมทุนกับผู้ผลิตรถบรรทุกแบรนด์ญี่ปุ่นรายหนึ่งที่จะเข้ามาตั้งฐานผลิตในไทย โดยประเทศไทยจะเป็นฐานผลิตแห่งแรกในอาเซียนที่มีการผลิตรถบรรทุก โดยในช่วงแรกจะผลิตเพื่อป้อนตลาดในประเทศและส่งออกในภูมิภาคอาเซียนก่อน และอาจจะขยายไปประเทศอื่น ๆ เนื่องจากมองเห็นถึงการเติบโตของตลาดรถบรรทุกทั้งในประเทศสมาชิก รวมถึง

ประเทศไทยเองที่รถบรรทุกยี่ห้อต่าง ๆ มีแบ็กออร์เดอร์เฉลี่ย 4-6 เดือน คาดว่าตลาดรถบรรทุกจะเติบโตไปอย่างน้อย 5-10 ปีข้างหน้า

รายละเอียดต่าง ๆ ของการร่วมทุน มีการพูดคุยกันไปกว่า 50% แต่จะมีการได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการภายในเดือนสิงหาคมนี้ โดยจะร่วมลงทุนจัดตั้งโรงงาน รวมถึงเป็นผู้ซัพพลายการผลิตชิ้นส่วนด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาหาสถานที่ผลิตที่มีความเหมาะสม ซึ่งจะต้องมีทำเลที่สะดวกต่อการขนส่งทางเรือไปยังต่างประเทศ คาดว่าจะใช้เวลาในการก่อสร้างโรงงานอย่างเร็ว 8-10 เดือนเท่านั้น น่าจะแล้วเสร็จภายในปีหน้าอย่างแน่นอน

"ประเทศสมาชิกอาเซียนหลายประเทศยังอยู่ในระหว่างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ รถบรรทุกยังคงเป็นพาหนะหลักในภาคขนส่ง อย่างน้อยในช่วง 5-10 ปีข้างหน้าตลาดนี้จะเติบโตได้ต่อเนื่อง" นายสมพงษ์กล่าว

ส่วนสถานการณ์ของบริษัทในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมานั้น ก็เป็นไปตามสภาพของอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ชะลอตัวจากผลกระทบโครงการรถยนต์คันแรก โดยในช่วงไตรมาสแรกนั้น ยอดการผลิตของบริษัทถือว่าเติบโตมากจากการที่ค่ายรถเร่งระบายยอดจอง แต่ในช่วงไตรมาสสองนั้นมียอดผลิตลดลงจากไตรมาสแรกถึง 40% และคาดว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติตั้งแต่เดือนกันยายน-ตุลาคมเป็นต้นไป

ผลกระทบดังกล่าว ทำให้จากเดิมที่บริษัทตั้งเป้าว่าในปีนี้จะมีอัตราการเติบโต 15% นั้นไม่สามารถเป็นไปได้ ในปีนี้น่าจะมีรายได้ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาที่ 3,700-3,800 ล้านบาท โดยเป็นรายได้มาจากการผลิตแม่พิมพ์และชิ้นส่วน 55% การรับจ้างประกอบ 35% และที่เหลือคือ รายได้การจำหน่ายรถยนต์ไทยรุ่ง การเซอร์วิส และการลงทุนในธุรกิจอื่น ๆ

บริษัทจึงจำเป็นต้องชะลอแผนการลงทุนตั้งโรงงานพ่นสีชิ้นส่วนออกไป ที่เดิมคาดว่าจะลงทุนราว 500 ล้านบาท แม้ว่าจะได้มีการทำสัญญาเช่าพื้นที่ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะนครแล้วก็ตาม แต่ในอนาคตก็อาจจะพิจารณานำพื้นที่ดังกล่าวไปใช้รองรับการลงทุนอื่น ๆ ต่อไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม

ส่วนในด้านการผลิตรถยนต์ไทยรุ่งนั้น แม้ว่าที่ผ่านมาการพัฒนารถที่ใช้ในทางทหารสำหรับรุ่น "ทีอาร์ ทรานส์ฟอร์เมอร์" นั้นจะยังไม่ได้รับการตอบรับที่ดีมากนัก เนื่องจากยังมีราคาจำหน่ายที่สูง