ประชาชาติธุรกิจ
เอชอาร์-ซีเอสอาร์-การศึกษา

วันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

สาธิต"ม.รังสิต"เปิดสาขาเชียงใหม่ ตั้งเป้า5ปีครบ4ภูมิภาคหวังจับตลาดอาเซียน-จีน

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 04 ส.ค. 2556 เวลา 10:03:14 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

โรงเรียนสาธิต ม.รังสิตบุกตลาดภูธร ประเดิมเชียงใหม่จังหวัดแรก หวังจับนักเรียนประเทศอาเซียนและจีนในปี 2558 ฟุ้งมีแผนขยายตามหัวเมืองใหญ่ ตั้งเป้า 5 ปี เปิดครบ 4 ภูมิภาค เล็งสุราษฎร์ธานี-อุดรธานีพื้นที่ต่อไป มั่นใจผู้ปกครองตอบรับหลักสูตรสองภาษาแบบองค์รวม

นางสาวอภิรมณ อุไรรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้จัดการ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า โรงเรียนมีการเรียนการสอนหลักสูตรสองภาษาแบบองค์รวม (Unified Bilingual) ซึ่งได้นำหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการบูรณาการกับหลักสูตร IB และ IGCSE ซึ่งเป็นหลักสูตรนานาชาติ โดยเชื่อมั่นว่าเป็นหลักสูตรที่เหมาะสมกับคนไทย และพร้อมรับกับการเปิดประชาคมอาเซียน

"เดิมผู้ปกครองเชื่อว่าการศึกษาระบบอินเตอร์นั้นดี แต่จากการดำเนินการของ British International School ที่ จ.ภูเก็ต หนึ่งในธุรกิจของ ม.รังสิต พบว่าการศึกษาแบบอินเตอร์ไม่เหมาะกับเด็กไทย



ที่โตขึ้น และใช้ชีวิตอยู่ในไทย ซึ่งหลักสูตรแบบองค์รวมที่เราพัฒนาขึ้นปิดช่องว่างตรงนี้ ถ้าเด็กจบจากเราไปจะสามารถเข้ามหาวิทยาลัยไทยได้ ขณะเดียวกันถ้าเขาจะไปต่างประเทศก็ไม่ด้อยกว่าคนอื่น จากการสอนมาเกือบ 10 ปี พบว่านักเรียนของเราประสบความสำเร็จในการเรียน ซึ่งถือเป็นเครื่องพิสูจน์ที่เห็นผลชัดเจน"

ทั้งนี้เพื่อให้นักเรียนได้รับโอกาสทางการศึกษาแบบสองภาษามากขึ้น ปี 2557 จะมีการเปิดสาขาที่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ บนพื้นที่ 30 ไร่ งบประมาณลงทุนกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งจะพร้อมรับนักเรียนในปี

การศึกษา 2558 เปิดสอนระดับชั้นเตรียมอนุบาลถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สามารถรองรับนักเรียนได้สูงสุด 1,000 คน โดยกลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงนักเรียนจากประเทศอาเซียนและประเทศจีน

"เมื่อเทียบกับ 5 ปีที่ผ่านมา จ.เชียงใหม่เติบโตเร็วมาก ภาครัฐและภาคธุรกิจเข้าไปลงทุนเยอะ ซึ่งในอนาคต จ.เชียงใหม่ จะเป็นฮับของภาคเหนือตอนบน ขณะที่ อ.หางดง เป็นพื้นที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ที่กำลังพัฒนา และขณะนี้เริ่มมีหลายธุรกิจเข้าไปลงทุนบ้างแล้ว นอกจากนี้เรายังมองเรื่องของการขยายโรงเรียนไปตามหัวเมืองต่าง ๆ ที่ตอนนี้ได้ดูไว้แล้วคือ ภาคใต้ที่ จ.สุราษฎร์ธานี และภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ จ.อุดรธานี คาดว่าใน 5 ปีข้างหน้าคงสามารถเปิดได้ครบทั้ง 4 ภาค"

นางสาวอภิรมณแสดงความคิดเห็นว่า การเปิดสาขาที่ จ.เชียงใหม่ น่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ปกครองและนักเรียน เพราะยังไม่มีโรงเรียนใดที่มีหลักสูตรเหมือนกับโรงเรียนสาธิตแห่ง ม.รังสิต ยิ่งกว่านั้นการขยายสาขาไปต่างจังหวัดจะให้ความสำคัญกับเรื่องท้องถิ่นด้วย โดยจะนำเรื่องวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้ามาบูรณาการในการเรียนการสอน ขณะเดียวกันจะทำศูนย์การเรียนรู้อาเซียนให้เข้มข้นขึ้น เพราะคิดว่าคนจีนน่าจะมาเรียนเยอะ

"ปกติเรามีศูนย์การเรียนรู้อาเซียนอยู่แล้ว เพื่อวัดความรู้ความสามารถของเด็ก จะได้จัดให้เด็กเรียนรู้ทักษะที่ขาด รวมถึงมีการแนะแนวด้านการเรียนและเรื่องส่วนตัวให้เขาสามารถปรับตัว และอยู่กับระบบการเรียนของเราได้ โดยศูนย์นี้ยังเชื่อมโยงไปถึงการรองรับเด็กต่างชาติ หรือเด็กไทยที่กลับมาจากต่างประเทศ เพราะจะทำให้พวกเขาไม่ลืมภาษาและวัฒนธรรมบ้านเกิดของตัวเอง"

นอกจากนี้ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต ยังได้จัดทำห้องเรียนที่เรียกว่าไอแพดแล็บ (iPad Lab) เพื่อนำไอแพดมาใช้กับกระบวนการเรียนการสอนในแต่ละรายวิชาของนักเรียนชั้นประถมศึกษา โดยคอนเทนต์จะมาจากการผลิตของครูผู้สอนเอง ซึ่งจะเหมาะสมกับนักเรียนแต่ละกลุ่ม และยังสร้าง Science Hall สถานที่รวบรวมผลงานทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียน เพื่อให้นักเรียนได้มีโอกาสเรียนรู้และทดลอง ซึ่งถือเป็นการจุดประกายความคิดด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

"นวัตกรรมการเรียนการสอนที่อยู่สาขารังสิต เราจะนำไปใช้กับสาขาที่ จ.เชียงใหม่ด้วย โดยปัจจุบันเรามีนักเรียนประมาณ 950 คน เป็นนักเรียนต่างชาติ 10% ส่วนใหญ่มาจากประเทศอาเซียน และเราได้ให้นักเรียนทุกคนเรียนภาษาจีนตั้งแต่ชั้น ป.1 เพื่อเป็นภาษาที่ 3 ส่วนภาษาที่ 4 หรือ 5 เด็กสามารถเลือกเรียนได้ตามความสนใจ ซึ่งในอนาคตจะนำภาษาอาเซียนมาสอนด้วย" นางสาวอภิรมณกล่าว